
ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลัง IEA คาดอุปทานน้ำมันดิบจากสหรัฐฯปรับลดลง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นหลังทบวงพลังงานโลก (IEA) คาดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ จะปรับลดลงกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวันในปีนี้และกว่า 200,000 บาร์เรลต่อวันในปีหน้า หลังราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงมากส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ไม่คุ้มทุนในการผลิตและต้องปรับลดงบลงทุน (CAPEX) ลงต่อเนื่องกว่า 2 ปีติดต่อกัน ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ มีการลดปริมาณหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลงต่อเนื่องสอดคล้องกับงบลงทุนที่ปรับลดลง โดยจากรายงานของ Baker Huges พบว่าปริมาณหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบสำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ก.พ. ปรับลดลงต่อเนื่องกว่า 9 สัปดาห์ติดต่อกันมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี ที่ระดับ 413 แท่น
นอกจากนั้น ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากความพยายามของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกที่จะรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน โดยล่าสุดเลขาธิการกลุ่มโอเปก ได้ออกมากล่าวว่า กลุ่มผู้ผลิตยังคงพร้อมที่จะเจรจากับกลุ่มผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกและหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา อย่างไรก็ตาม โอเปกจะยังไม่มีการจัดประชุมพิเศษในประเด็นดังกล่าวจนกว่าจะถึงการประชุมโอเปกในเดือน มิ.ย. เนื่องจากโอเปกเชื่อว่าผลของความตกลงของซาอุดิอาระเบียและรัสเซียที่จะคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับการผลิตในเดือน ม.ค. จะช่วยลดปริมาณอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินในตลาดลงได้ โดยในวันนี้ตลาดจับตาการประชุม CERAWeek ซึ่งเป็นการประชุมเกี่ยวข้องกับพลังงานที่จะมีนายกรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบียออกมากล่าวครั้งแรกในรอบ 2 ปีหลังจากที่ได้มีการตัดสินใจว่าจะคงปริมาณการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากผลการสำรวจนักวิเคราะห์ โดยสำนักข่าว Reuters พบว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ก.พ. มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 3.2 ล้านบาร์เรลจากสัปดาห์ก่อนหน้า ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับปัจจุบันที่ 504.1 ล้านบาร์เรล ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากตลาดน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ประกอบกับ อุปสงค์ในภูมิภาคโดยเฉพาะจากอินโดนีเซียที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ราคายังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันคงคลังในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคที่อยู่ในระดับสูง หลังจีนและซาอุดิอาระเบียยังคงส่งออกในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ราคายังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นกว่า 800,000 ตันในช่วงที่ผ่านมาและจากอินโดนีเซียที่เพิ่มการนำเข้าสูงขึ้นจับตาการเจรจาระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปกในการปรับลดหรือคงกำลังการผลิตว่าจะออกมาในทิศทางใดหลังซาอุดิอาระเบีย กาต้าร์ เวเนซุเอลา อิรัก และรัสเซียตกลงที่จะคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับการผลิตในเดือน ม.ค. ประกอบกับ อิหร่านเองที่ออกมาสนับสนุนความพยายามในการรักษาเสถียรภาพราคาโดยการคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับการผลิตเดือน ม.ค. แม้ว่าอิหร่านจะไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าจะคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับเดิมหรือไม่
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 504.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบหลายปี ประกอบกับ น้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ยังคงอยู่ในระดับที่สูงถึง 64.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 89 ของความจุของถังเก็บน้ำมัน แม้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพื่อลดปริมาณสต๊อกน้ำมันดิบก็ตาม
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นหลังทบวงพลังงานโลก (IEA) คาดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ จะปรับลดลงกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวันในปีนี้และกว่า 200,000 บาร์เรลต่อวันในปีหน้า หลังราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงมากส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ไม่คุ้มทุนในการผลิตและต้องปรับลดงบลงทุน (CAPEX) ลงต่อเนื่องกว่า 2 ปีติดต่อกัน ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ มีการลดปริมาณหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลงต่อเนื่องสอดคล้องกับงบลงทุนที่ปรับลดลง โดยจากรายงานของ Baker Huges พบว่าปริมาณหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบสำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ก.พ. ปรับลดลงต่อเนื่องกว่า 9 สัปดาห์ติดต่อกันมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี ที่ระดับ 413 แท่น
นอกจากนั้น ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากความพยายามของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกที่จะรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน โดยล่าสุดเลขาธิการกลุ่มโอเปก ได้ออกมากล่าวว่า กลุ่มผู้ผลิตยังคงพร้อมที่จะเจรจากับกลุ่มผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกและหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา อย่างไรก็ตาม โอเปกจะยังไม่มีการจัดประชุมพิเศษในประเด็นดังกล่าวจนกว่าจะถึงการประชุมโอเปกในเดือน มิ.ย. เนื่องจากโอเปกเชื่อว่าผลของความตกลงของซาอุดิอาระเบียและรัสเซียที่จะคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับการผลิตในเดือน ม.ค. จะช่วยลดปริมาณอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินในตลาดลงได้ โดยในวันนี้ตลาดจับตาการประชุม CERAWeek ซึ่งเป็นการประชุมเกี่ยวข้องกับพลังงานที่จะมีนายกรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบียออกมากล่าวครั้งแรกในรอบ 2 ปีหลังจากที่ได้มีการตัดสินใจว่าจะคงปริมาณการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากผลการสำรวจนักวิเคราะห์ โดยสำนักข่าว Reuters พบว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ก.พ. มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 3.2 ล้านบาร์เรลจากสัปดาห์ก่อนหน้า ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับปัจจุบันที่ 504.1 ล้านบาร์เรล ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากตลาดน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ประกอบกับ อุปสงค์ในภูมิภาคโดยเฉพาะจากอินโดนีเซียที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ราคายังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันคงคลังในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคที่อยู่ในระดับสูง หลังจีนและซาอุดิอาระเบียยังคงส่งออกในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ราคายังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นกว่า 800,000 ตันในช่วงที่ผ่านมาและจากอินโดนีเซียที่เพิ่มการนำเข้าสูงขึ้นจับตาการเจรจาระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปกในการปรับลดหรือคงกำลังการผลิตว่าจะออกมาในทิศทางใดหลังซาอุดิอาระเบีย กาต้าร์ เวเนซุเอลา อิรัก และรัสเซียตกลงที่จะคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับการผลิตในเดือน ม.ค. ประกอบกับ อิหร่านเองที่ออกมาสนับสนุนความพยายามในการรักษาเสถียรภาพราคาโดยการคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับการผลิตเดือน ม.ค. แม้ว่าอิหร่านจะไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าจะคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับเดิมหรือไม่
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 504.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบหลายปี ประกอบกับ น้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ยังคงอยู่ในระดับที่สูงถึง 64.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 89 ของความจุของถังเก็บน้ำมัน แม้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพื่อลดปริมาณสต๊อกน้ำมันดิบก็ตาม






