
ปรับพอร์ตหนีพันธบัตรเข้าหุ้น โบรกฯคาดเม็ดเงินประกันสังคม-บลจ. หนุนตลาดคึก
นักวิเคราะห์ นักลงทุนสถาบัน มองโลกใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนเงินไหลกลับตลาดหุ้นเอเชีย คาดนักลงทุนสถาบัน บลจ.-กองทุนประกันสังคม หนีพันธบัตรโยกเงินเข้าตลาดหุ้น ฟากหุ้นไทยเห็นสัญญาณดีต่างชาติพลิกซื้อสุทธิ หลังขายออก 4 แสนล้าน ใน 3 ปี ทิสโก้ มองโอกาสลงทุนญี่ปุ่น – ยุโรป บลจ.กรุงศรี ชอบลงทุนหุ้นกลาง-เล็ก ในตลาดหลักทรัพย์ไทย
จากแนวโน้มการใช้ดอกเบี้ยนโยบายติดลบของธนาคารทั่วโลก เป็นแรงหนุนเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียต่อเนื่อง นอกจากนี้เริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 4 วันติดต่อกัน รวม 4.7 พันล้านบาท (สิ้นสุด 18 ก.พ.59) ซึ่งถือเป็นจิตวิทยาเชิงบวกหนุนการฟื้นตัวของดัชนี
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)โนมูระ พัฒนสิน จำกัด(มหาชน) ระบุว่า ผลของแนวโน้มการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำของโลก ยังทำให้กองทุนประกันสังคม (สปส.) เตรียมปรับเพิ่มน้ำหนักในหุ้นมากขึ้น หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในปัจจุบันเริ่มอยู่ในระดับที่ไม่น่าจูงใจนัก คาดว่าจะเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นตลาดสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว
ส่วนในช่วงถัดไปตลาดยังให้น้ำหนักการใช้นโยบายผ่อนคลายเพิ่มเติมของธนาคารกลางยุโรป(ECB)และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการประชุมวันที่ 10 มีนาคม และ 14-15 มีนาคม ตามลำดับ คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกที่หนุนสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นต่อเนื่อง
สอดคล้องกับนักวิเคราะห์บล.เอเซีย พลัส มองว่า จากแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายที่ยังมีอยู่ทั่วโลกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น จะเป็นปัจจัยหนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้น และน้ำมัน เป็นต้น และทำให้มีกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายหรือฟันด์โฟลว์ กลับเข้ายังประเทศกำลังพัฒนาอีกครั้ง หลังจากที่ขายหุ้นไทยไปกว่า 4 แสนล้านบาทในรอบกว่า 3 ปีที่ผ่านมา และหนุนให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียกลับมาแข็งค่าอีกครั้งหนึ่ง
จากการรวบรวบข้อมูลของ"ฐานเศรษฐกิจ"พบว่านักลงทุนสถาบันในประเทศเริ่มขยับออกกองทุนหุ้นกันแล้ว โดย น.ส.ศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสเติบโตของหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพ จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีไทยสมอล-มิดแคปอิควิตี้ (KFTHAISM) เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กของ บริษัทในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถสร้างผลตอบแทนสะสมได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ และผลตอบแทนเมื่อปรับด้วยความผันผวนแล้วถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
กองทุนดังกล่าว มีนโยบายลงทุนในหุ้น 80% ของมูลค่ากองทุนหรือเอ็นเอวี ในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ และมีความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ( เสี่ยงสูง)
ทั้งนี้บลจ.กรุงศรี มองว่าปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่งและกำลังปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้ง มีปัจจัยสนับสนุนอีกหลายประการ ทั้งในส่วนของความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มเป็นบวก อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ การท่องเที่ยวที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมีความชัดเจนมากขึ้นซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สนับสนุนตลาดหุ้นไทย
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผย ว่า จากกรณีตลาดหุ้นทั่วโลกกังวล 3 ปัจจัย ได้แก่ การอ่อนค่าของเงินหยวนและความเสี่ยงเงินทุนไหลออกจากจีน การปรับตัวลงแรงของราคาน้ำมัน และความกังวลต่อการขาดทุนของธนาคารในยุโรป ส่งผลให้แต่ต้นปีถึงปัจจุบันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานแรงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี โดยดัชนีตลาดหุ้นโลก (MSCI All Country World) ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี หรือตั้งแต่ปี 2556 ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชีย (MSCI Asia ex Japan) ปรับตัวต่ำสุดนับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2552
อย่างไรก็ตามทิสโก้ เชื่อว่า ความกังวลดังกล่าวมีแนวโน้มคลี่คลายลง และจะทำให้ตลาดหุ้นมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น จึงแนะนำให้ใช้โอกาสที่ตลาดปรับฐานเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้น "ญี่ปุ่น" และ "ยุโรป" ที่ปรับตัวลงมาแรง
อนึ่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบลจ.ไทยพาณิชย์ ได้ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ สมาร์ท เทรด 555 ฟันด์ เอ มูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนประเภททริกเกอร์ที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้นไทย มุ่งสร้างผลตอบแทนจากความสามารถในการเลือกหุ้นที่เอาชนะตลาดได้เป็นสำคัญ มีเป้าหมายการทริกเกอร์และปิดกองทุนอยู่ที่ 10% โดยประมาณ ภายในระยะเวลา 1 ปี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,133 วันที่ 21 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
จากแนวโน้มการใช้ดอกเบี้ยนโยบายติดลบของธนาคารทั่วโลก เป็นแรงหนุนเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียต่อเนื่อง นอกจากนี้เริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 4 วันติดต่อกัน รวม 4.7 พันล้านบาท (สิ้นสุด 18 ก.พ.59) ซึ่งถือเป็นจิตวิทยาเชิงบวกหนุนการฟื้นตัวของดัชนี
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)โนมูระ พัฒนสิน จำกัด(มหาชน) ระบุว่า ผลของแนวโน้มการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำของโลก ยังทำให้กองทุนประกันสังคม (สปส.) เตรียมปรับเพิ่มน้ำหนักในหุ้นมากขึ้น หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในปัจจุบันเริ่มอยู่ในระดับที่ไม่น่าจูงใจนัก คาดว่าจะเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นตลาดสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว
ส่วนในช่วงถัดไปตลาดยังให้น้ำหนักการใช้นโยบายผ่อนคลายเพิ่มเติมของธนาคารกลางยุโรป(ECB)และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการประชุมวันที่ 10 มีนาคม และ 14-15 มีนาคม ตามลำดับ คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกที่หนุนสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นต่อเนื่อง
สอดคล้องกับนักวิเคราะห์บล.เอเซีย พลัส มองว่า จากแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายที่ยังมีอยู่ทั่วโลกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น จะเป็นปัจจัยหนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้น และน้ำมัน เป็นต้น และทำให้มีกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายหรือฟันด์โฟลว์ กลับเข้ายังประเทศกำลังพัฒนาอีกครั้ง หลังจากที่ขายหุ้นไทยไปกว่า 4 แสนล้านบาทในรอบกว่า 3 ปีที่ผ่านมา และหนุนให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียกลับมาแข็งค่าอีกครั้งหนึ่ง
จากการรวบรวบข้อมูลของ"ฐานเศรษฐกิจ"พบว่านักลงทุนสถาบันในประเทศเริ่มขยับออกกองทุนหุ้นกันแล้ว โดย น.ส.ศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสเติบโตของหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพ จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีไทยสมอล-มิดแคปอิควิตี้ (KFTHAISM) เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กของ บริษัทในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถสร้างผลตอบแทนสะสมได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ และผลตอบแทนเมื่อปรับด้วยความผันผวนแล้วถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
กองทุนดังกล่าว มีนโยบายลงทุนในหุ้น 80% ของมูลค่ากองทุนหรือเอ็นเอวี ในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ และมีความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ( เสี่ยงสูง)
ทั้งนี้บลจ.กรุงศรี มองว่าปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่งและกำลังปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้ง มีปัจจัยสนับสนุนอีกหลายประการ ทั้งในส่วนของความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มเป็นบวก อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ การท่องเที่ยวที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมีความชัดเจนมากขึ้นซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สนับสนุนตลาดหุ้นไทย
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผย ว่า จากกรณีตลาดหุ้นทั่วโลกกังวล 3 ปัจจัย ได้แก่ การอ่อนค่าของเงินหยวนและความเสี่ยงเงินทุนไหลออกจากจีน การปรับตัวลงแรงของราคาน้ำมัน และความกังวลต่อการขาดทุนของธนาคารในยุโรป ส่งผลให้แต่ต้นปีถึงปัจจุบันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานแรงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี โดยดัชนีตลาดหุ้นโลก (MSCI All Country World) ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี หรือตั้งแต่ปี 2556 ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชีย (MSCI Asia ex Japan) ปรับตัวต่ำสุดนับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2552
อย่างไรก็ตามทิสโก้ เชื่อว่า ความกังวลดังกล่าวมีแนวโน้มคลี่คลายลง และจะทำให้ตลาดหุ้นมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น จึงแนะนำให้ใช้โอกาสที่ตลาดปรับฐานเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้น "ญี่ปุ่น" และ "ยุโรป" ที่ปรับตัวลงมาแรง
อนึ่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบลจ.ไทยพาณิชย์ ได้ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ สมาร์ท เทรด 555 ฟันด์ เอ มูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนประเภททริกเกอร์ที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้นไทย มุ่งสร้างผลตอบแทนจากความสามารถในการเลือกหุ้นที่เอาชนะตลาดได้เป็นสำคัญ มีเป้าหมายการทริกเกอร์และปิดกองทุนอยู่ที่ 10% โดยประมาณ ภายในระยะเวลา 1 ปี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,133 วันที่ 21 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559






