svasdssvasds

นิตยสารไทย ต่างประเทศโคม่า! ปิดทิ้งหัวดัง ดิ้นพลิกแผน ม.ค.เม็ดเงินโฆษณา -31%

21 ก.พ. 2559 เวลา 4:00 น. 1.1k
“นิตยสาร” ส่อโคม่าพาเหรดปิดหัว พลิกแผนดิ้นต่ออายุ เผยตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาเดือนมกราคม 2559 ทรุดลงอีก - 31% ล่าสุดค่ายโมโนยุติแม็กกาซีนแนววัยรุ่น Candy ขณะที่ “Volume” เตรียมปลดหัวจากแผงหนังสือสิ้นกุมภาพันธ์นี้ ด้านทุนใหม่ “ดี ดี ดรีม” มั่นใจสร้างความแตกต่าง หาช่องว่างปั้นแบรนด์น้องใหม่ “TAN Thailand” แนวแฟชั่น-ท่องเที่ยวแจ้งเกิด เช่นเดียวกับหัวนอกอย่าง “Time Out”

[caption id="attachment_32336" align="aligncenter" width="448"] ความเปลี่ยนแปลงของนิตยสารในช่วงวิกฤติขาลง ความเปลี่ยนแปลงของนิตยสารในช่วงวิกฤติขาลง[/caption]

จากตัวเลขล่าสุดของ เดอะนีลเส็นคอมปะนี (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า เม็ดเงินโฆษณาในธุรกิจนิตยสารปี 2558 ลดลงกว่า 14% ต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมกราคม 2559 ที่ยังคงติดลบ 31% เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า “นิตยสาร” ยังอยู่ในช่วงขาลง

ต้องยอมรับว่า ตลาดสื่อสิ่งพิมพ์และนิตยสารในประเทศไทย ขณะนี้ก้าวเข้าสู่ช่วงขาลงสุดขีด โดยเฉพาะในปี 2558 ที่พบว่าสำนักพิมพ์หลายแห่งทยอยปิดหัวนิตยสารลง ไม่ว่าจะเป็นเปรียว, Oops, และซุบซิบ และแม้ย่างก้าวเข้าเพียงเดือนแรกของปี 2559 ค่ายโมโน กรุ๊ป ก็ตัดสินใจประกาศปิดนิตยสารแนววัยรุ่น Candy ลงในปลายเดือนมกราคม แต่ที่สะเทือนวงการอย่างแท้จริงน่าจะเป็นการประกาศยุตินิตยสารวอลุ่ม (Volume) หลังจากที่โชว์ผลงานบนแผงหนังสือมานานกว่า 12 ปี

ขณะเดียวกันนิตยสารหลายหัวที่ยังมองเห็นโอกาสพลิกฟื้น แม้จะต้องแบกรับต้นทุนหนักอึ้ง แต่ก็พร้อมจะรอวันที่เศรษฐกิจฟื้นตัว ก็เลือกที่จะปรับยุทธศาสตร์ อย่างเช่น ดิฉัน (แมกกาซีนผู้หญิงที่เป็นตำนานของวงการ) ปรับการวางจำหน่ายจากรายปักษ์เป็นรายเดือน Zoo นิตยสารหัวนอกแนวหวือหวา ปรับจากรายสัปดาห์เป็นรายปักษ์ Lips ปรับเป็นเพิ่มฟรีก๊อปปี้ 3 ฉบับ ได้แก่ Lips LOVE, Lips GARCON และ Lips PALETTE ไม่ขายแต่แจกฟรี และล่าสุดนิตยสารบันเทิงชื่อดัง Gossip Star ปรับจากรายสัปดาห์เป็นรายปักษ์ ซึ่งก็เชื่อว่า จะสามารถบรรเทาต้นทุนที่หนักอึ้งได้

แม้เป็นช่วงวิกฤตขาลงของนิตยสาร แต่ก็พบว่า มีผู้ประกอบการทั้งหน้าใหม่และเก่าสนใจเปิดตัวนิตยสารใหม่เข้าสู่วงการอย่างต่อเนื่อง เช่น 2 แบรนด์น้องใหม่อย่าง TAN Thailand และ Out Time รวมถึง กลุ่มแบรนด์เอจ นิตยสารธุรกิจการตลาด ที่แตกไลน์ ฟรี ก๊อปปี้ “Monograph” ออกวางตลาดเช่นกัน

โดยนายธีระพล พรมสุข บรรณาธิการบริหาร บริษัท ดี ดี ดรีม จำกัด ผู้ผลิตนิตยสาร TAN Thailand เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แม้สภาพตลาดนิตยสารในปัจจุบันจะอยู่ในสถานการณ์ตกต่ำ แต่บริษัทเชื่อว่านิตยสาร TAN Thailand จะประสบความสำเร็จ เนื่องจากเตรียมวางกลยุทธ์ให้ TAN เป็นมากกว่านิตยสาร โดย TAN จะเป็นแบรนด์ดิ้ง ที่รองรับกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์ประเภทสุขนิยม โดยในปีแรกบริษัทมุ่งสร้างแบรนด์หัวนิตยสารให้เกิดขึ้นในตลาดก่อน หลังจากนั้นบริษัทจะใช้กลยุทธ์ Cross Platform ต่อยอดไปยังสื่อต่างๆ ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เช่น ออนไลน์ เว็บไซต์ E-Magazine, Out of Home และอีเว้นท์ เป็นต้น

“นิตยสาร TAN เป็นนิตยสารแฟชั่น และการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่รายเดือน สี่สีทั้งเล่ม เนื้อหาภายในนำเสนอเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว สถานที่ชิลล์ แฮงเอาท์ วัฒนธรรม ฯลฯ ภายใต้คอนเซปต์ เฮลท์ตี้ แอนด์รีแล็กซิ่ง ราคา 60 บาท มียอดพิมพ์เฉลี่ย 8 หมื่นเล่มต่อเดือน ซึ่งหลังจากที่บริษัทได้วางจำหน่ายออกไปแล้ว 3 ฉบับ ค่อนข้างได้กระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าเอเยนซี่มาก ซึ่งหากการตอบรับดีต่อเนื่องในปีนี้บริษัทคาดการณ์ว่า จะมีรายได้ในปีแรกมากกว่า 1-2 ล้านบาท”

ขณะที่กลุ่มเป้าหมายของกลุ่มผู้อ่านจะเป็นคนที่มีอายุ 20-35 ปี ชื่นชอบไลฟ์สไตล์นอกกรอบไม่ตามใคร ชอบเดินทางท่องเที่ยว หรือเรียกว่า กลุ่มคนประเภทสุขนิยม ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างการรับรู้ให้ผู้อ่านทั่วประเทศรู้จักภายในระยะเวลา 1 ปีจากสื่อออนไลน์

“ภาพรวมตลาดนิตยสารค่อนข้างแข่งขันกันอย่างรุนแรง แต่บริษัทมั่นใจว่า นิตยสาร TAN จะสามารถเติบโตในตลาดได้ เนื่องจากตลาดนิตยสารในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีคนทำหนังสือสไตล์นี้ออกมา ดังนั้นจึงเป็นช่องว่างให้ TAN เกิดขึ้น อีกทั้งบริษัทเชื่อว่านิตยสารที่เกี่ยวข้องกับสไตล์ผสมกับวัฒนธรรมไม่ว่าจะอยู่ในยุคใดก็ยังคงเติบโตได้”

ด้านนางสาวดุจเดือน เหตระกูล บรรณาธิการผู้พิมพ์ นิตยสารไนลอน ไทยแลนด์ กล่าวว่าในเดือนพฤษภาคมนี้บริษัทจะเปิดตัวนิตยสารหัวนอกเล่มใหม่ภายใต้ชื่อ “Time Out” ซึ่งเป็นนิตยสารสไตล์กินดื่มเที่ยว โดยมีวางแผงแล้วกว่า 38 ประเทศทั่วโลก ซึ่งการซื้อลิขสิทธิ์ครั้งนี้เป็นการซื้อรูปแบบ Total Platform ทั้งนิตยสาร นิตยสารแจกฟรี เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และอีเว้นท์ มียอดตีพิมพ์จำนวน 8 หมื่นเล่มต่อ 2 สัปดาห์ ในรูปแบบภาษาอังกฤษ และไทย

“เชื่อมั่นว่า ตลาดนิตยสารในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่หัวนิตยสารแต่มันคือ Brand หากนิตยสารเล่มใดที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจน กลุ่มผู้อ่านชัดเจน ก็สามารถขยายธุรกิจสื่อนิตยสารไปยังช่องทางสื่อต่างๆ ได้ เช่น บริษัทมีหนังสือแม่บ้าน ไนล่อน เกษตรก้าวหน้า ฯลฯ ซึ่งกลุ่มผู้อ่านของบริษัทเป็นกลุ่มเฉพาะที่ชัดเจน ดังนั้นการที่บริษัทขยายธุรกิจจากสื่อสิ่งพิมพ์ ไปสู่ออนไลน์และอีเว้นท์จะช่วยให้บริษัทรักษาฐานกลุ่มผู้อ่านเดิมได้ และสามารถขยายกลุ่มฐานผู้อ่านรายใหม่ๆ ได้เพิ่มเติม”

ขณะเดียวกันด้านนางเรซินา อูเบรอย บาจาช์จ รองประธานกรรมการ บริษัท มีเดีย ทรานส์เอเชีย ไทยแลนด์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายนิตยสารหัวนอก อาทิ Women’s Health, Men's Health, OK! ฯลฯ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบเทรนด์ตลาดหนังสือพิมพ์และนิตยสารในประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย จะพบว่า พฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคค่อนข้างมีความคล้ายกัน เช่น อเมริกายังคงให้ความสำคัญกับการซื้อหนังสือมากกว่าการดาวน์โหลดอีบุ๊ค เช่นเดียวกับประเทศไทย ส่งผลให้ที่ผ่านมาตลาดนิตยสารทั้งในประเทศอเมริกาและประเทศไทยยังอยู่ได้ ขณะที่นิตยสารที่ปิดตัวไปบริษัทมองว่าเป็นวัฏจักรที่มีบริษัทเปิดปิดจำนวนมากในแต่ละปี อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมก็ไม่ควรประมาทแต่ควรเตรียมตัวตั้งรับกับเทรนด์ดิจิตอลควบคู่กันไป

สำหรับปีนี้บริษัทจะรุกการตลาดแบบ Integrated 360 องศาหรือเน้นไปทางด้านสื่อดิจิตอลมากขึ้น เพื่อแย่งชิงพื้นที่ความน่าสนใจของผู้บริโภคที่ใช้สื่อด้านออนไลน์และโซเชียลมากขึ้น รวมถึงการฝึกฝนพนักงานในองค์กรเกือบทุกฝ่ายให้สามารถทำงานได้หลากหลายด้าน เพื่อรองรับกับเทรนด์ดิจิตอลที่เข้ามา ขณะเดียวกันในด้านของรายได้รวมปีนี้บริษัทคาดว่าจะเติบโตอยู่ที่ 10% จากเดิมในปีก่อนมีรายได้รวมเติบโตกว่า 16%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,133 วันที่ 21 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด