thansettakij
thansettakij
อสังหาฯตลาดบนสตรองบ.ที่ปรึกษาชี้กลุ่มไฮเอนด์แห่ลงทุนกระจายเสี่ยง

อสังหาฯตลาดบนสตรองบ.ที่ปรึกษาชี้กลุ่มไฮเอนด์แห่ลงทุนกระจายเสี่ยง

22 ก.พ. 59 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ค. 59 | 16:30 น.
บริษัทแนวหน้าที่ปรึกษาอสังหาฯ ฟันธงตลาดบนยังสตรอง แต่ไม่หวือหวา เหตุปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดหุ้นผันผวน อัตราดอกเบี้ยต่ำ หนี้ครัวเรือนพุ่ง ดึงนักลงทุนช็อปอสังหาฯไฮเอนด์/ลักชัวรี ซีบีอาร์อี ชี้ราคาปรับเพิ่ม 6% ต่อปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยเพื่อกระจายความเสี่ยง คอลลิเออร์ส เปิดตัวเลขคอนโดฯหรูยังขายดีต่อเนื่อง

[caption id="attachment_32382" align="aligncenter" width="503"] โครงการเปิดขายใหม่กรุงเทพฯปริมณฑล แยกตามระดับราคาปี 2557 เทียบปี 2558 โครงการเปิดขายใหม่กรุงเทพฯปริมณฑล แยกตามระดับราคาปี 2557 เทียบปี 2558[/caption]

นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัทซีบีริชาร์ดเอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2559 ว่า ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของ GDP จะอยู่ที่ประมาณ 3.5% สืบเนื่องจากการเติบโตด้านการท่องเที่ยว การลงทุนของภาครัฐ ในส่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี ราคาขายมากกว่า 2.5 แสนบาทต่อตร.ม.ยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุนระยะยาวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สืบเนื่องจากอัตราผลตอบแทนในระยะยาวอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

เหตุที่อัตราผลตอบแทนสูงมาจากสินค้าในกลุ่มนี้จะตั้งอยู่ในย่านกลางใจเมืองที่มีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนที่ดินที่จะนำมาพัฒนาน้อย ประกอบกับราคาที่ดินในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คอนโดมิเนียมที่พัฒนาใหม่ในแต่ละปีมีราคาสูงขึ้นตามต้นทุนเฉลี่ยที่ประมาณ 6% ต่อปี อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบราคาขายของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างฮ่องกงหรือสิงคโปร์ พบว่า สินค้าในระดับลักชัวรีของไทยยังถูกกว่ามาก ขณะที่ศักยภาพของประเทศก็ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่น ทำให้นักลงทุนสนใจลงทุนอสังหาฯเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มนักลงทุนหลักยังคงเป็นคนไทยคิดเป็นสัดส่วน 80-90%

ด้านนายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลุ่มไฮเอนด์-ลักชัวรี ในปี 2559 ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่หวือหวาเหมือนปี 2558 ที่สามารถปิดโครงการได้ตั้งแต่วันเปิดพรีเซล สืบเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศก็ตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกัน อันเนื่องมาจากปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นและยังไม่มีสัญญาณบวกในการแก้ไขปัญหา ประกอบกับราคาสินค้าภาคเกษตรตกต่ำ ขณะที่ปัญหาภัยแล้งที่ดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดกลุ่มกลาง-ล่าง ซึ่งมีขนาดใหญ่ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงหันไปพัฒนาสินค้าในกลุ่มบนมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่กล่าวมาในข้างต้น ประกอบกับความผันผวนของตลาดเงินทำให้ลูกค้าระดับบนมองหาแหล่งการลงทุนใหม่ ส่งผลให้การลงทุนในภาคอสังหาฯ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ถาวรได้รับความนิยมในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง และคาดว่าจะยังดำเนินต่อเนื่องมาในปี 2559
"แม้ว่าตลาดบนจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภายในประเทศ แต่ด้วยความที่ตลาดในระดับนี้เป็นตลาดเฉพาะกลุ่มมีขนาดเล็กทำให้ถูกดูดซับไปเป็นจำนวนมากในปี 2558 ดังนั้นผู้ประกอบการที่คิดจะพัฒนาสินค้าในกลุ่มนี้จึงต้องพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริงในแง่ของการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งาน นอกเหนือจากเรื่องของทำเล" นายภูมิภักดิ์ กล่าว
สอดคล้องกับ นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์และลักชัวรีที่มีราคาขายมากกว่า 2แสนบาทต่อตร.ม.ในปี 2559 อาจจะยังดูเหมือนว่ามีการขยายตัวต่อเนื่อง แต่ถ้าพิจารณาจากทำเลแล้วจะพบว่าโครงการที่เปิดตัวไปแล้ว หรือว่ามีแผนจะเปิดตัวในปีนี้ ล้วนอยู่ในพื้นที่ตามแนวถนนสุขุมวิททั้งสองฝั่งช่วงระหว่างแยกอโศก-ทองหล่อเท่านั้น และโครงการที่เปิดตัวไปแล้วนั้นก็ทำยอดขายได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในปี 2558 อาจจะเป็นเพราะเปิดขายในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว คนไทยส่วนใหญ่มีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังมีคนไทยบางส่วนที่ยังสนใจซื้อคอนโดมิเนียมระดับนี้ ทำให้ผู้ประกอบการยังคงเปิดขายโครงการใหม่ๆ ต่อเนื่อง

"นอกจากนี้ผู้ประกอบการหลายรายที่เปิดขายโครงการระดับนี้มีการนำโครงการของตนไปขายที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย เช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน ในปีนี้ผู้ประกอบการต้องพยายามมากขึ้น ในการขายโครงการเพราะคนไทยที่มีความสามารถซื้อสินค้ากลุ่มนี้มีจำนวนไม่มาก และบางส่วนซื้อคอนโดมิเนียมระดับราคานี้ไว้แล้วจากโครงการที่เปิดขายในปีก่อนหน้า" นายสุรเชษฐ กล่าว

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลการเปิดขายคอนโดมิเนียมระดับราคามากกว่า 2 แสนบาทต่อตร.ม. ในกรุงเทพฯ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2559 พบว่า มีโครงการเปิดขายรวมอยู่ประมาณ 6,500 หน่วย ขายไปแล้ว 78% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง และ 57% ของจำนวนทั้งหมดเป็นโครงการที่อยู่บนถนนสุขุมวิท เหตุเพราะราคาที่ดินที่มีราคาสูงเฉียด 2 ล้านบาทต่อ ตร.ว.ทำให้ผู้ประกอบการต้องพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์และลักชัวรีเท่านั้น จึงจะได้ผลตอบแทนที่ดี ขณะที่ราคาที่ดินมีการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ส่งผลให้ราคาคอนโดมิเนียมบนถนนสุขุมวิทปรับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,133 วันที่ 21 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline