thansettakij
thansettakij
มะกันยาหอมผู้นำอาเซียน ขอใช้กลไกหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รักษาประโยชน์ในภูมิภาค

มะกันยาหอมผู้นำอาเซียน ขอใช้กลไกหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รักษาประโยชน์ในภูมิภาค

18 ก.พ. 59 | 01:30 น.
อัปเดตล่าสุด :11 พ.ค. 59 | 22:27 น.
อาเซียน-สหรัฐฯซัมมิทในมิติการเมือง ทำเนียบขาวย้ำอาเซียนคือ "หัวใจ"ของเอเชีย-แปซิฟิก หวังการประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสร้างแนวทางความร่วมมือของหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

การประชุมสุดยอดอาเซียน - สหรัฐฯ สมัยพิเศษ กำหนดมีขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 18 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ซันนี่แลนด์ส เมืองแรนโช มิราจ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการประชุมดังกล่าวถือเป็นการพบหารือครั้งแรกระหว่างผู้นำอาเซียนทั้ง 10 และนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ภายหลังจากที่ "ประชาคมอาเซียน" ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 และหลังจากที่มีการยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน - สหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ซันนี่แลนด์ส เป็นชื่อของรีสอร์ตหรูริมทะเลทรายตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย แม้จะเป็นฤดูหนาวแต่อุณหภูมิอากาศถือว่าร้อนกว่าปกติที่ 31 องศาเซลเซียส ที่นี่ถูกใช้เป็นที่ประชุมครั้งสำคัญระหว่างผู้นำชาติสมาชิกประชาคมอาเซียนและผู้นำสหรัฐฯในฐานะเจ้าภาพ ซึ่งหัวข้อการหารือครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงในภูมิภาค การเมือง การป้องกันและปราบปรามภัยก่อการร้าย ไปจนถึงกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ การประชุมสุดยอดครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ การหารือด้านเศรษฐกิจในหัวข้อ "Promoting Regional Prosperity through Innovation and Entrepreneurship" งานเลี้ยงอาหารค่ำ หรือ working dinner พร้อมการอภิปรายในหัวข้อ "Regional Strategic Outlook" และการหารือด้านความมั่นคงในหัวข้อ "Protecting Peace, Prosperity, and Security in the Asia-Pacific"

ประเด็นสำคัญที่ไทยและอาเซียนจะผลักดันในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ได้แก่ การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน-สหรัฐฯ ในทุกมิติ การเน้นย้ำบทบาทที่สร้างสรรค์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค การสนับสนุนนโยบาย Rebalancing ที่มีอาเซียนเป็นแกนกลางของภูมิภาค และการสานต่อความเป็นหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งการขยายความร่วมมือในประเด็นความมั่นคงรูปแบบใหม่และประเด็นท้าทายข้ามชาติ

นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวกับสื่อมวลชนในวันแรกที่ไปถึงว่า การประชุมสุดยอดครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของอาเซียนในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ "เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า สหรัฐอเมริกาได้ยอมรับและตระหนักถึงความสำคัญของอาเซียนทั้งในแง่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและทางการทูต นี่ยังเป็นครั้งแรกที่มีการจัดประชุมสุดยอดผู้นำของอาเซียนและสหรัฐฯในผืนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐฯเองก็มุ่งหวังที่จะสร้างความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯที่เพิ่มความสำคัญให้กับประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ยังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราที่รวดเร็วเมื่อเทียบกับอีกหลายๆภูมิภาค นายนาจิบในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียนซัมมิทเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขีดเส้นใต้ย้ำความสำคัญว่า การประชุมที่ซันนี่แลนด์สในครั้งนี้เป็นการพบหารือกันครั้งแรกระหว่างผู้นำสหรัฐฯและผู้นำอาเซียนหลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็น "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์" หรือ strategic partnership กัน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อปี 2558 เป้าหมายก็เพื่อตอกย้ำพันธกิจต่อหลักการของการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ รวมทั้งวางแนวทางสำหรับการปฏิบัติในอนาคตท่ามกลางบริบทที่ทั้งสหรัฐฯและจีน ต่างก็พยายามรักษาอิทธิพลและบทบาทในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

หนึ่งในประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่จะมีการหยิบยกมาหารือด้วยก็คือข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯจะใช้เวทีหารือครั้งนี้ยืนยันต่อ 10 ผู้นำอาเซียนว่า สหรัฐฯคัดค้านการเข้ามามีบทบาททางการทหารของจีนในบริเวณที่ยังคงมีการอ้างอธิปไตยทับซ้อนกันของหลายชาติ และสหรัฐฯก็จะไม่ยอมให้มีการยั่วยุด้วยกำลังทางทหารซึ่งจะก่อให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาค เบ็น โร้ดส์ ผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐฯไม่ได้เป็นผู้อ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะทะเลจีนใต้ก็จริง แต่ก็จะปกป้องสิทธิเสรีภาพในการเดินเรือในบริเวณนั้น "ผลประโยชน์ของสหรัฐฯในทะเลจีนใต้คือการลำเลียงขนส่งเชิงพาณิชย์อย่างเสรี" รัฐบาลสหรัฐฯเล็งเห็นว่า อาเซียนนั้นคือ "หัวใจ" ของเอเชีย-แปซิฟิกและเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการที่จะสร้างกลไกแห่งสันติภาพและการแสวงประโยชน์ภายใต้กฎกติกาที่มีร่วมกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังจะมีการพูดถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ซึ่งสหรัฐฯก็ยอมรับว่าชาติสมาชิกอาเซียนมีระบอบการปกครองที่แตกต่างกันมาก อีกทั้งยังมีประวัติเกี่ยวกับการต่อสู้เรียกร้องเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ สหรัฐฯจะให้การสนับสนุนแก่ประเทศอาเซียนที่มีการขับเคลื่อนในเชิงบวกไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ยกตัวอย่างประเทศเมียนมา

นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ให้ความเห็นเกี่ยวกับบทบาทของหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนและสหรัฐฯว่า มันเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในระดับที่มีการยอมรับในพันธกิจและกฎกติกาที่จะมีร่วมกันและมีความเป็นธรรม ซึ่งอาเซียนก็จะต้องมุ่งมั่นในพันธกิจดังกล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,132 วันที่ 18 - 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline