
กรมกิจการสตรีฯขับเคลื่อนพ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ นำคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ จ.สกลนคร ติดตามการขับเคลื่อน พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ
นางถิรวดี พุ่มนิคม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสตรี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลโครงการในคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้ผลักดันให้มีพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ขึ้น เพื่อคุ้มครองและป้องกันเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง หรือผู้แสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด โดยมี กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ในการส่งเสริมให้หน่วยงานร่วมดำเนินการ รวมทั้งใช้ในการช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฏิบัติฯโดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณประจำปี งบประมาณ 2560 จำนวน 10 ล้านบาท และ ปี 2561 จำนวน 5 ล้านบาท
ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศแล้วจำนวน 2 โครงการ เป็นเงิน 119,400 บาท ได้แก่ โครงการสร้างเสริมองค์ความรู้การส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ จังหวัดชัยภูมิ โดยชมรมอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ (องค์กรสาธารณประโยชน์) วงเงิน 69,400 บาท และโครงการที่อนุกรรมการฯ ลงพื้นที่มาติดตามในวันนี้ คือ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสกลนคร วงเงิน 50,000 บาท
โครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการมีความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เข้าใจเรื่องเพศสภาพ คนเราเกิดมาพร้อมกับอวัยวะเพศที่แตกต่างกันอันบ่งบอกถึงเพศ (Sex) หญิงและชาย แต่มิได้หมายความว่าแต่ละคนต้องแสดงบทบาทตามเพศเสมอไป ในทางกลับกันบทบาทของแต่ละเพศเป็นสิ่งที่ถูกสร้าง ควบคุมและปลูกฝังโดยสังคม ให้แต่ละบุคคลมีการแสดงออก บทบาทและการปฏิบัติทางเพศที่ต่างกันออกไป และการขอรับความช่วยเหลือกรณีถูกเลือกปฏิบัติฯ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้ขยายผล บอกต่อ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ความเข้าใจในมาตรการป้องกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศให้ได้รับความคุ้มครอง ตลอดจนก่อให้เกิดกลุ่ม “เครือข่ายรณรงค์ความเท่าเทียมทางเพศ จังหวัดสกลนคร” ได้อีกด้วย
นางถิรวดี พุ่มนิคม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสตรี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลโครงการในคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้ผลักดันให้มีพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ขึ้น เพื่อคุ้มครองและป้องกันเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง หรือผู้แสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด โดยมี กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ในการส่งเสริมให้หน่วยงานร่วมดำเนินการ รวมทั้งใช้ในการช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฏิบัติฯโดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณประจำปี งบประมาณ 2560 จำนวน 10 ล้านบาท และ ปี 2561 จำนวน 5 ล้านบาท
ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศแล้วจำนวน 2 โครงการ เป็นเงิน 119,400 บาท ได้แก่ โครงการสร้างเสริมองค์ความรู้การส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ จังหวัดชัยภูมิ โดยชมรมอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ (องค์กรสาธารณประโยชน์) วงเงิน 69,400 บาท และโครงการที่อนุกรรมการฯ ลงพื้นที่มาติดตามในวันนี้ คือ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสกลนคร วงเงิน 50,000 บาท
โครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการมีความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เข้าใจเรื่องเพศสภาพ คนเราเกิดมาพร้อมกับอวัยวะเพศที่แตกต่างกันอันบ่งบอกถึงเพศ (Sex) หญิงและชาย แต่มิได้หมายความว่าแต่ละคนต้องแสดงบทบาทตามเพศเสมอไป ในทางกลับกันบทบาทของแต่ละเพศเป็นสิ่งที่ถูกสร้าง ควบคุมและปลูกฝังโดยสังคม ให้แต่ละบุคคลมีการแสดงออก บทบาทและการปฏิบัติทางเพศที่ต่างกันออกไป และการขอรับความช่วยเหลือกรณีถูกเลือกปฏิบัติฯ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้ขยายผล บอกต่อ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ความเข้าใจในมาตรการป้องกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศให้ได้รับความคุ้มครอง ตลอดจนก่อให้เกิดกลุ่ม “เครือข่ายรณรงค์ความเท่าเทียมทางเพศ จังหวัดสกลนคร” ได้อีกด้วย






