
อินไซด์สนามข่าว : เปลี่ยนวิถีเกษตรกรไม่ใช่เรื่องง่าย
เดิมทีเราอาจจะเคยได้เห็นบ่อยครั้ง เวลารัฐบาลคลอดนโยบายเกี่ยวกับพืชผลการเกษตรกร รัฐบาลมักแนะให้เกษตรกรเปลี่ยนการปลูกพืช อย่างเช่น เปลี่ยนจากข้าวไปปลูกอย่างอื่น เปลี่ยนจากการปลูกยางพาราไปปลูกอย่างอื่น ด้วยการยกเหตุผลของปัญหาสินค้าล้นตลาด ราคาตก นํ้าท่วม/แล้ง
จากนั้นก็จะอัดงบประมาณ ปล่อยสินเชื่อ พักหนี้ แจกเมล็ดพันธุ์ฯ แล้วก็ให้เกษตรกรทดลองปลูกพืชชนิดใหม่ในพื้นที่เดิมวนเวียนอยู่แบบนี้หลายยุคหลายสมัย
คำถามคือ แล้วจะเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรยังไง? นั่นคือโจทย์ใหญ่ ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเท่ากับเป็นการเปลี่ยนความเคยชินเดิมๆ ที่บรรพบุรุษของเกษตรกรเขาถ่ายทอดสืบต่อกันมา
1. เกษตรกรขาดองค์ความรู้ ตั้งแต่การเตรียมแปลง เตรียมดิน ปรับหน้าดิน กำจัดวัชพืช บำรุงดิน และไม่รู้กระทั่งว่า ตัวเองลงทุนเท่าไหร่ แล้วจะกำไรเท่าไหร่ 2. ขาดเทคโนโลยี ไม่รู้ว่าพืชที่ตัวเองปลูกและรูปที่ดินของตัวเอง มีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่ช่วยทุ่นแรง ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต
3. ขาดการจัดการ เมื่อเจอปัญหาระหว่างการรอผลผลิต ต้องจัดการปัญหาอย่างไร 4. ขาดการตลาด เพื่อหนีกับดักการกดราคาของพ่อค้าคนกลาง แม้ว่าได้ผลผลิตดี แต่ขายไม่ออก ไม่มีตลาดมารับซื้อ และ 5. การขาดเงินทุนที่ยั่งยืน เพราะถ้าเข้าไม่ถึงแหล่งทุน ก็ยังติดปัญหาหนี้นอกระบบอยู่วันยังคํ่า
แต่หมายถึงการที่หน่วยงานต้องเข้าไปทำงานเชิงรุกมากขึ้น ต้องขลุกและคลุกคลีกับเกษตรกร เข้าใจวิธีคิด เข้าถึงชีวิตของเขา เป็นพี่เลี้ยงให้ ช่วยแก้ปัญหา เพื่อให้เกษตรกรพัฒนาศักยภาพตัวเอง ให้เขายืนได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน
และที่น่าสนใจกว่านั้น ม.ร.ว.ดิศนัดดา เล่าให้ฟังว่า โมเดลนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจอย่างมาก และเริ่มนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาให้เกษตรกรแล้วด้วย
ก็ต้องตามดูว่า “นายกฯ ลุงตู่” นำโมเดลนี้ไปใช้แล้ว ผลจะเป็นอย่างไร
|คอลัมน์ : อินไซด์สนามข่าว
| โดย : จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง
|Twitter : @jeerapong_pra
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 14 ฉบับ 3396 ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย 2561






