
การกองทุนการออมแห่งชาติเล็งบีบบริษัทสมทบภาคบังคับ แนะอายุ50-60ปีสมัครก่อนกันยายนนี้
กอช. เล็งของบปี 60 วงเงิน 2 พันล้านบาท จ่ายสมทบสมาชิก 2.5 ล้านคน เผยแผนปี 59 เน้นขยายฐานผู้ประกันตนเพิ่ม เจาะกลุ่มนักเรียน-กองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ คาดมีเงินสมทบกว่า 1หมื่นล้าน/ " สมพร-โกวิท"เตือนผู้ประกันตนที่มีอายุ 50และ60ปียื่นใบสมัครก่อนเดือนก.ย.ปีนี้ ส่วนกรณีบำนาญชราภาพต้องแจ้งความจำนงต่อสปส.ภายใน 23มี.ค.เพราะจะสิ้นสุดการโอน 20 เม.ย.ปีนี้
นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า กอช. อยู่ระหว่างเสนอของบประมาณ สำหรับใช้อุดหนุนผู้สมัครเข้าประกันตนภายใต้กองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งคาดว่าปีงบประมาณ 2560 ที่จะเริ่มจ่ายเงินสมทบตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559-กันยายน 2560 เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้เข้าเป็นสมาชิก กอช. อยู่ที่ 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ 1.5 ล้านคน ส่งผลให้ต้องใช้เงินอุดหนุนรวม 2 พันล้านบาท โดยอยู่ระหว่างเสนอรายละเอียดเพื่อขออนุมัติงบประมาณดังกล่าว
"ปีนี้เราจะเน้นขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 1.1 ล้านราย โดยกลุ่มเป้าหมายจะเน้นไปที่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา รวมถึงกองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนสัจจะออมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกรวมกันทั่วประเทศมากกว่า 4 ล้านคน ประเมินแล้วคาดว่าจะมีการส่งเงินสมทบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นหากกอช.สามารถเจาะกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกันตนนอกระบบ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้"
อย่างไรก็ตาม กอช.ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะยกระดับกองทุนบำนาญแห่งชาติ(กบช.) เนื่องจากรัฐบาลมองเห็นแล้วว่าปัจจุบันแนวโน้มรายได้ที่ใช้หลังเกษียณของคนไทยยังอยู่ในระดับต่ำเช่นเกี่ยวกับการออม ซึ่งจากข้อมูลพบว่าผู้ประกันตนจำนวน 45 ล้านคนทั่วประเทศมีการวางแผนการออมรวมถึงการใช้จ่ายหลังเกษียณซึ่งเป็นแผนที่ใช้ได้จริงนั้นยังต่ำกว่า 15 ล้านคน ดังนั้นที่เหลืออีก 30 ล้านคนจะมีปัญหารายได้หลังเกษียณ ดังนั้นในอนาคตจึงความเป็นไปได้สูงที่จะให้บริษัทเอกชนนำส่งเงินสมทบในลักษณะของภาคบังคับ ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทเอกชนส่วนใหญ่ยังจ่ายเงินสมทบภาคสมัครใจ เพราะยังไม่มีกฎหมายครอบคลุมการนำส่งเงิน
สำหรับความคืบหน้าตั้งแต่จัดตั้งกอช.ระยะเวลาประมาณ 5 เดือนนั้น ปัจจุบันมีสมาชิกสมัครเข้ามาแล้วประมาณ 4 แสนคน โดยไม่ได้สมทบวงเงินแล้วประมาณ 500-600 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยปีนี้มีการแก้ไขกฎหมายให้สามารถเปิดรับผู้ประกันตนที่มีอายุตั้งแต่ 50ปี และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ เป็นกลุ่มที่อยู่ในกลุ่มวัยเกษียณอายุ จึงเป็นโอกาสให้สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกของกอช. ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนกันยายน 2559 และหลังจากนั้นกอช.จะปิดรับสมัครกลุ่มดังกล่าว โดยจะคงเหลือไว้เฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3- 5 ที่มีจำนวนกว่า 9 แสนคนในระบบของ สปส. และคนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เข้าระบบประกันตนสมัคร เท่านั้น
ส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการโอนผู้ประกันตนมาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพ (ทางเลือก 3) และการโอนเงินบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนเป็นสมาชิก กอช. หลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม เพื่อยกเลิกการดำเนินการตามมาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพ โดยสำนักงานประกันสังคม(สปส.)จะโอนข้อมูล และเงินของผู้ประกันตนที่แสดงความจำนงไปเป็นสมาชิกของกองทุนการออมแห่งชาติทั้งจำนวน ประกอบด้วยเงินสมทบ เงินอุดหนุนรัฐบาลที่ได้รับแล้ว รวมทั้งผลประโยชน์ตอบแทน และเงินสมทบล่วงหน้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน จากกองทุนประกันสังคมมาเป็นเงินสะสมในบัญชีรายบุคคลของสมาชิกรายนั้นให้กอช.
ต่อเรื่องนี้นายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการสปส. กล่าวว่า สมาชิกกองทุนประกันสังคม ตามมาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพ หากสนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิก กอช. สามารถติดต่อไปยังกองทุนประกันสังคม ซึ่งทางกองทุนประกันสังคมจะทยอยโอนข้อมูลเดือนละ 1 ครั้ง และจะสิ้นสุดการโอนผู้ประกันตนในวันที่ 20 เมษายน 2559 ดังนั้นผู้ประกันตนจะต้องแจ้งความจำนงต่อสำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 23 มีนาคม 2559
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ประกันตนได้แจ้งความจำนงต่อประกันสังคมแล้ว สามารถติดต่อสมัครสมาชิก กอช. ที่ธนาคารซึ่งเป็นหน่วยรับสมัครทั้ง 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย ออมสิน และ ธ.ก.ส. ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้การถ่ายโอนข้อมูลแล้วเสร็จ เพื่อสมาชิกจะได้มีสิทธิออมและรับเงินสมทบจากรัฐบาลโดยเร็ว เมื่อเงินของสมาชิกถูกโอนมาเข้ากองทุนเรียบร้อยแล้ว กอช. จะมีหนังสือไปแจ้งให้ทราบตามที่อยู่ที่ให้ไว้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,130 วันที่ 11 - 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า กอช. อยู่ระหว่างเสนอของบประมาณ สำหรับใช้อุดหนุนผู้สมัครเข้าประกันตนภายใต้กองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งคาดว่าปีงบประมาณ 2560 ที่จะเริ่มจ่ายเงินสมทบตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559-กันยายน 2560 เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้เข้าเป็นสมาชิก กอช. อยู่ที่ 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ 1.5 ล้านคน ส่งผลให้ต้องใช้เงินอุดหนุนรวม 2 พันล้านบาท โดยอยู่ระหว่างเสนอรายละเอียดเพื่อขออนุมัติงบประมาณดังกล่าว
"ปีนี้เราจะเน้นขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 1.1 ล้านราย โดยกลุ่มเป้าหมายจะเน้นไปที่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา รวมถึงกองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนสัจจะออมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกรวมกันทั่วประเทศมากกว่า 4 ล้านคน ประเมินแล้วคาดว่าจะมีการส่งเงินสมทบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นหากกอช.สามารถเจาะกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกันตนนอกระบบ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้"
อย่างไรก็ตาม กอช.ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะยกระดับกองทุนบำนาญแห่งชาติ(กบช.) เนื่องจากรัฐบาลมองเห็นแล้วว่าปัจจุบันแนวโน้มรายได้ที่ใช้หลังเกษียณของคนไทยยังอยู่ในระดับต่ำเช่นเกี่ยวกับการออม ซึ่งจากข้อมูลพบว่าผู้ประกันตนจำนวน 45 ล้านคนทั่วประเทศมีการวางแผนการออมรวมถึงการใช้จ่ายหลังเกษียณซึ่งเป็นแผนที่ใช้ได้จริงนั้นยังต่ำกว่า 15 ล้านคน ดังนั้นที่เหลืออีก 30 ล้านคนจะมีปัญหารายได้หลังเกษียณ ดังนั้นในอนาคตจึงความเป็นไปได้สูงที่จะให้บริษัทเอกชนนำส่งเงินสมทบในลักษณะของภาคบังคับ ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทเอกชนส่วนใหญ่ยังจ่ายเงินสมทบภาคสมัครใจ เพราะยังไม่มีกฎหมายครอบคลุมการนำส่งเงิน
สำหรับความคืบหน้าตั้งแต่จัดตั้งกอช.ระยะเวลาประมาณ 5 เดือนนั้น ปัจจุบันมีสมาชิกสมัครเข้ามาแล้วประมาณ 4 แสนคน โดยไม่ได้สมทบวงเงินแล้วประมาณ 500-600 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยปีนี้มีการแก้ไขกฎหมายให้สามารถเปิดรับผู้ประกันตนที่มีอายุตั้งแต่ 50ปี และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ เป็นกลุ่มที่อยู่ในกลุ่มวัยเกษียณอายุ จึงเป็นโอกาสให้สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกของกอช. ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนกันยายน 2559 และหลังจากนั้นกอช.จะปิดรับสมัครกลุ่มดังกล่าว โดยจะคงเหลือไว้เฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3- 5 ที่มีจำนวนกว่า 9 แสนคนในระบบของ สปส. และคนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เข้าระบบประกันตนสมัคร เท่านั้น
ส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการโอนผู้ประกันตนมาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพ (ทางเลือก 3) และการโอนเงินบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนเป็นสมาชิก กอช. หลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม เพื่อยกเลิกการดำเนินการตามมาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพ โดยสำนักงานประกันสังคม(สปส.)จะโอนข้อมูล และเงินของผู้ประกันตนที่แสดงความจำนงไปเป็นสมาชิกของกองทุนการออมแห่งชาติทั้งจำนวน ประกอบด้วยเงินสมทบ เงินอุดหนุนรัฐบาลที่ได้รับแล้ว รวมทั้งผลประโยชน์ตอบแทน และเงินสมทบล่วงหน้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน จากกองทุนประกันสังคมมาเป็นเงินสะสมในบัญชีรายบุคคลของสมาชิกรายนั้นให้กอช.
ต่อเรื่องนี้นายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการสปส. กล่าวว่า สมาชิกกองทุนประกันสังคม ตามมาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพ หากสนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิก กอช. สามารถติดต่อไปยังกองทุนประกันสังคม ซึ่งทางกองทุนประกันสังคมจะทยอยโอนข้อมูลเดือนละ 1 ครั้ง และจะสิ้นสุดการโอนผู้ประกันตนในวันที่ 20 เมษายน 2559 ดังนั้นผู้ประกันตนจะต้องแจ้งความจำนงต่อสำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 23 มีนาคม 2559
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ประกันตนได้แจ้งความจำนงต่อประกันสังคมแล้ว สามารถติดต่อสมัครสมาชิก กอช. ที่ธนาคารซึ่งเป็นหน่วยรับสมัครทั้ง 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย ออมสิน และ ธ.ก.ส. ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้การถ่ายโอนข้อมูลแล้วเสร็จ เพื่อสมาชิกจะได้มีสิทธิออมและรับเงินสมทบจากรัฐบาลโดยเร็ว เมื่อเงินของสมาชิกถูกโอนมาเข้ากองทุนเรียบร้อยแล้ว กอช. จะมีหนังสือไปแจ้งให้ทราบตามที่อยู่ที่ให้ไว้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,130 วันที่ 11 - 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559






