
ปลดล็อกคลื่น1800 โจทย์ใหญ่ กสทช.
ทั้งๆ ที่การประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่กสทช.นำออกมาประมูลครั้งนี้มี 9 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 5 เมกะเฮิรตซ์ รวมทั้งสิ้น 45 เมกะเฮิรตซ์ ระยะเวลาอนุญาต 15 ปี แต่ทว่าเมื่อดูจากคลื่นอยู่ในมือโอเปอเรเตอร์แต่ละราย ถือว่าเพียงพอแก่การให้บริการ
เช่นเดียวกับ กลุ่มทรู ที่มีคลื่นในมือถึง 55 เมกะเฮิรตซ์ ก็ประกาศไม่ร่วมประมูล เพราะมีคลื่นอยู่ในมือจากการเข้าประมูล 2 ครั้งที่ผ่านมา และคลื่นที่ทรูไปทำสัญญา 3 จี กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) เมื่อปี 2554 ที่ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ เรียกว่า “สัมปทานจำแลง” เพียงพอแล้ว
เพราะต้องไม่ลืมว่า นอกจากโอเปอเรเตอร์แต่ละรายมีคลื่นอยู่ในมือเพียงพอแก่การให้บริการแล้ว การที่ผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจจะกระโดดเข้ามาแข่งขันกับเอกชน 3 รายเดิมที่ยึดตลาดโทรคมนาคมของประเทศอยู่มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก ยิ่งในปีหน้า กสทช.เปิดประมูล 5 จี ด้วยการนำคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ออกมาประมูล ยิ่งทำให้ความน่าสนใจของคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์มีน้อยลง
เราเห็นว่า คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ประมูลไม่หมดและเหลืออยู่ 35 เมกะเฮิรตซ์ มูลค่ากว่า 87,402 ล้านบาท และคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ที่ไม่มีเอกชนรายใดสนใจร่วมประมูล จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่กสทช. ต้องขบคิด หาวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติ มาใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะสูงสุด
| บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
| ฉบับ 3393 ระหว่างวันที่ 19-22 ส.ค.2561






