
ผ่าปมโละผู้ตรวจเลือกตั้ง นักวิชาการอัด ‘สนช.’ ไม่โปร่งใส!
ขณะที่นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ยังคงเดินหน้ากระบวนการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังข้อมูลจากจังหวัดต่างๆ ว่าผู้ผ่านการคัดเลือกมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามหรือไม่คาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งประมาณปลายเดือนกันยายนนี้ เมื่อถึงวันนั้น กกต.ชุดปัจจุบันพ้นหน้าที่ไปแล้ว กกต.ชุดใหม่จะเป็นผู้ลงนามประกาศรับรอง และถ้าปรากฏว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งขาดคุณสมบัติ กกต.สามารถปลดได้ทันที
“ถ้าคนที่ กกต.เลือกมามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม เช่น มี ความสัมพันธ์กับนักการเมือง หรือพรรคการเมือง หรือไม่เป็น กลาง ควรมาอยู่ในขั้นตอนกระบวนการที่จะไปเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่มาล้มโต๊ะ และกกต.ชุดใหม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้ว จึงไม่เห็นเหตุผลที่สนช.เสนอแก้ไข”
ไม่ว่าจะมีเสียงคัดค้านอย่างรุนแรงจากฝ่ายการเมือง แต่ก็ยังมีเสียงจาก นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ 1 ใน 36 สนช.ที่ยื่นเสนอแก้กฎหมาย กกต.ออกมายืนยันว่า กกต.ชุดปัจจุบันเร่งมติเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คน เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและเป็นการฉวยโอกาสเพราะกกต.ชุดใหม่ใกล้เข้ามาทำงานแล้ว
พร้อมกับยอมรับว่าการเสนอแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.ครั้งนี้ไม่ง่าย ต้องผ่านขั้นตอนการฟังความเห็นประชาชน ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างกฎหมายว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตั้งผ่านขั้นตอนการพิจารณาของรัฐบาล และการพิจารณาของสนช. ดูแนวโน้มคงแก้ไขไม่ทันการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
“ที่มีการเอากฎหมายเข้าสภาช่วงแรกๆ ทำไมไม่เขียนให้ชัดเจน ไม่เห็นจะเขียนยากอะไร เช่น เขียนว่าทั้งนี้ให้การเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ กกต.ชุดใหม่ก็จบแล้ว ไม่งั้นก็เป็นประเด็น ตั้งประธานก็เป็นประเด็น ทำไมไม่ตั้งที่ กกต. ทำไมไปตั้งที่ สนช.”
ในแง่ข้อกฎหมายสนช.สามารถเสนอแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ได้ไม่มีปัญหา ซึ่งต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของ 2 สภา แต่ตอนนี้ไม่มี 2 สภา มีสภานิติ บัญญัติแห่งชาติเท่านั้น จึงต้องเกินกึ่งหนึ่งของสนช. สามารถทำ ได้อยู่แล้วถ้าจะทำ ยิ่งถ้าได้ไฟเขียว มาจากคนที่คุมก็น่าจะได้อยู่แล้ว
“ถ้าทำอะไรที่มันชัดๆ ใสๆ ดีกว่า เพราะจะทำให้คนนินทาได้ ว่าเขามาตั้งแง่กับคุณเพราะคุณไม่ได้ทำอะไรให้เขาไว้ใจ อย่าลืมว่าเวลาพูดถึงเรื่ององค์กรอิสระทำไมเขาไม่ไว้ใจ เพราะกฎหมายเดียวกัน นึกจะเซตซีโร่ กกต.ก็ทำ นึกอยากให้กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ต่อก็ให้อยู่ต่อ เป็นต้น เขาไม่รู้ว่าหลักของคุณอยู่ที่ไหน โยกไปโอนมา เขาก็ไม่ไว้ใจ พอจะแก้กฎหมายเขาก็ต้องตั้งแง่ว่าจะแก้เพราะอะไร” รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุ
อย่างไรก็ดี รศ.ดร.เจษฎ์ มองว่าขอเสนอแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.ไม่มีผลต่อระยะเวลาการเลือกตั้ง แต่จะมีผลต่อเรื่องของความโปร่งใสหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นพวกใครทางพรรคการเมืองเองก็คงไม่สบายใจเพราะมองว่าจะมีปัญหาตามมาอีก
ไม่ว่าการเสนอแนวทางคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งของ สนช.จะเป็นเจตนาดีที่จะให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง แต่เชื่อว่าสังคมมองไปไกลถึงจะส่งผลให้โรดแมปเลือกตั้งยืดออก ไปอีกหรือไม่ คราวนี้คงได้พิสูจน์ว่ารัฐบาลทำตามสัญญาจริงจังแค่ไหน!!
|เซกชั่น : การเมือง
| โดย : โดยโต๊ะข่าวการเมือง
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3391 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 12-15 ส.ค.2561






