
รัฐบาลจัดทัพสู้ ‘FAKE NEWS’ ตัดวงจรข่าวเขย่าความเชื่อมั่น
นี่คือข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปลอม หรือ Fake News ที่ใครก็ไม่รู้ที่ระบุตัวตนสร้างข่าวนี้ขึ้นมา โดยอ้างว่าเป็นคำพูดด้วยอารมณ์ ฟิวส์ขาดของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”
สุดท้ายเมื่อตรวจสอบแล้ว แม้ว่าข่าวนี้จะไม่ใช่ข่าวจริง แต่กลับถูกสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ปักใจเชื่อว่าคือข่าวจริง แถมกระหนํ่าแชร์ไวยังกับไฟลามทุ่ง เพราะบังเอิญเป็นช่วงราคาก๊าซและนํ้ามันราคาแพงขึ้น
“ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณไตร่ตรองข้อมูลข่าวสารให้ถ้วนถี่ อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อข่าวปลอมของผู้ไม่หวังดี เนื่องจากมีบุคคลบางกลุ่มต้องการใช้สถานการณ์ในช่วงนี้ลดความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล และยํ้าว่าหากพิจารณารายละเอียดของข้อความให้ดีจะพบพิรุธหลายจุด เช่น มีการใช้คำหยาบคาย และไม่มีการอ้างอิงวัน เวลา และสถานที่แถลงข่าว เป็นต้น”
เป็นคำชี้แจงพร้อมแนบคำแนะนำของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เตือนสติผู้เสพข่าวในเรื่องการใช้วิจารณญาณ
เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปร่วมลงนาม “ร่างปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือการลดผลกระทบจากข่าวลือ” ที่ประเทศสิงคโปร์ มีสาระสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชน ภาคประชาชนและหน่วยงานของรัฐพร้อมทำให้อินเตอร์เน็ตเป็นพื้นที่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน และมุ่งเสริมสร้างความรู้ของพลเมืองอาเซียนเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่กระจายข่าว ข่าวเท็จ ข่าวลือ ทั้งยังสนับสนุนให้ภาคประชาสังคมเข้ามาช่วยสร้างบรรทัดฐาน หลักการที่ถูกต้อง
กระบวนการต่อจากนี้หลังจากมีการลงนามที่สิงคโปร์ รัฐบาลก็เดินหน้าแก้ปัญหานี้เต็มสูบ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการประชา- สัมพันธ์แห่งชาติ (กปช.) ที่มี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทบทวนนโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2559-2564) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
มีอำนาจหน้าที่ทบทวนนโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2559-2564) ให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยใช้ชื่อแผนว่า “แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2562-2565)”
ภายใต้แผนฉบับนี้ พูดถึงการแก้ปัญหา Fake News ด้วยการดึงสรรพกำลัง ช่องทางสื่อสารของรัฐบาลทั้งหมดที่มีอยู่ในมือ ทีวี วิทยุ โซเชียลมีเดีย และบุคลากร เป็นแนวรบหลักในการจัดการปัญหา
“สิ่งที่จะทำ เหมือนกับที่ช่อง 9 เขามี ชัวร์ก่อนแชร์ แต่ตอนนี้ช่อง NBT มีรายการชัวร์หรือมั่วนิ่ม แล้วมี Line @ข่าวจริงประเทศไทย”
พล.ท.สรรเสริญ เล่าว่า สิ่งที่คิดจะทำคือ ต้องมีใครสักคนหรือมีใครสักกลุ่มหนึ่งที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ติดตามข่าวสารโดยตลอด เมื่อมีอะไรก็แล้วแต่ที่เผยแพร่ไปในทางที่ไม่จริง ต้องรีบยกหูโทรศัพท์ เพื่อให้มีการชี้แจงเรื่องนี้โดยเร็ว และคนที่อยู่ตามกระทรวงทบวงกรมต่างๆ จะต้องพร้อมรับโทรศัพท์โดยเร็วด้วยเช่นกัน
และเมื่อมีการนำข่าวสาร Fake News ตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว จากนั้นจะถูกเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง กระจายผ่านทุกช่องทางของรัฐบาล บวกกับจะขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนกระแสหลัก ช่วยเผยแพร่ข้อมูลนั้นด้วยอีกแรง เพื่อหยุดข่าวลือ ข่าวลวง ได้อย่างทันท่วงที เพื่อตัดวงจร ที่จ้องทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ
7 ความร่วมมือ‘อาเซียน’ ลดผลกระทบข่าวลวง
การประชุมรัฐมนตรีสารนิเทศอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2561 มีการลงนาม “ปฏิญญาว่าด้วยกรอบความร่วมมือเพื่อลดผลกระทบจากข่าวลวง (Declaration on the Framework to Minimize the Harmful Effects of Fake News)” เป็นการรับรองกรอบความร่วมมือเพื่อลดผลกระทบจากข่าวลวง โดยจะมีการดำเนินการในลักษณะต่างๆ เพื่อลดผลกระทบจากข่าวลวง ได้แก่
1. เสริมสร้างความเข้มแข็งความร่วมมือด้านสื่อและสารสนเทศและสนับสนุนให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคมของสื่อในภูมิภาคอาเซียน
2. ใช้สื่อออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์ให้เต็มศักยภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดและทำให้อินเตอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานทุกคน
3. ร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ให้กับพลเมืองอาเซียนเพื่อลดปัญหาการแพร่กระจายข่าวลวง
5. ส่งเสริมให้แต่ละประเทศมีการตรวจสอบและตอบสนองต่อปัญหาข่าวลวงทั้งการเฝ้าระวัง ติดตามการตรวจสอบข้อเท็จจริง และการสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารภาครัฐ
6. สนับสนุนให้ภาคประชาสังคม หน่วยงานด้านโทรคมนาคม องค์กรด้านสื่อ และภาคเอกชนร่วมสร้างบรรทัดฐานและแนวปฏิบัติในการยับยั้งข่าวลวงตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของแต่ละประเทศสมาชิก
7. แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศและประ-สบการณ์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ในการรับ มือต่อความท้าทายของข่าวลวง
|รายงาน : รัฐบาลจัดทัพสู้ ‘FAKE NEWS’ ตัดวงจรข่าวเขย่าความเชื่อมั่น
|โดย : จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง
|เชกชั่นการเมือง หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3386 ระหว่างวันที่ 26-28 ก.ค.2561






