
เตือนรับสึนามิการค้าโลก สิ้นสิงหา! สหรัฐฯเตรียมเก็บภาษีสินค้าจีนอีก 2 แสนล้าน
เล็งเป้าเกือบครึ่งของสินค้า
สื่อต่างประเทศรายงานว่า การประกาศแผนจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนระลอกใหม่ล่าสุดนี้ จะครอบคลุมหลากประเภทสินค้า ซึ่งรวมไปถึงเครื่องนุ่งห่ม ชิ้นส่วนประกอบในโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องดูดฝุ่น ที่ปัดนํ้าฝน ชุดช้อนส้อมที่เป็นเครื่องเงิน และสินค้าไฮเทคอื่นๆ แต่ไม่รวมโทรศัพท์มือถือ โดย นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ออกมาระบุว่า สหรัฐฯไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการเดินหน้าจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมาฝ่ายจีนไม่ได้แก้ไขสิ่งที่เป็นความทุกข์ร้อนของสหรัฐฯเลย นั่นก็คือเรื่องพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการใช้อำนาจบีบบังคับเพื่อล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทอเมริกัน
สหรัฐฯรัวหมัด 1-2-3
ทั้งนี้ การตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก ได้เริ่มขึ้นรอบแรกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน 25% คิดเป็นมูลค่ารวม 34,000 ล้านดอลลาร์ และกำลังจะตามมาด้วยสินค้ากลุ่มที่ 2 มูลค่าอีก 16,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากนั้น ทำให้จีนโต้กลับด้วยมาตรการลักษณะเดียวกันในทันที ซึ่งกระทบสินค้าส่งออกที่สำคัญของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง เนื้อสุกร หรือกระทั่งรถยนต์ ข่าวการตอบโต้กันไปมาระลอกใหม่ล่าสุดนี้ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั้งในฝั่งตะวันออกและตะวันตกปรับตัวลดลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นเล็กน้อย สวนทางกับเงินหยวนที่ยิ่งอ่อนค่าลงต่อเนื่อง
“นี่คือการข่มขู่แบบอันธพาลที่เรารับไม่ได้โดยสิ้นเชิง” แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุ และยังเรียกร้องให้นานาประเทศร่วมมือกับจีนในการปกป้องระบบการค้าโลกที่เป็นไปโดยเสรีและเป็นพหุภาคี โดยจีนเองจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ)
นักวิเคราะห์กล่าวว่า จีนไม่มีทางเลือกมากนักในการตอบโต้สหรัฐฯให้ทัดเทียมกันแบบหมัดต่อหมัดด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า เนื่องจากในปีที่ผ่านมา (2560) จีนนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯคิดเป็นมูลค่าเพียง 130,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1 ใน 3 ของมูลค่าสินค้าที่สหรัฐฯนำเข้าจากจีนในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้นถ้าจะเทียบกันในแง่มูลค่าของมาตรการขึ้นภาษี ฝ่ายจีนก็จะไม่สามารถ “เอาคืน” สหรัฐฯในแง่มูลค่าอย่างทัดเทียมได้เลย จึงมีความเป็นไปได้ว่า หากถูกสหรัฐฯบีบหนักขึ้นด้วยการเพิ่มรายการสินค้าที่จะต้องถูกเก็บภาษีในอัตราสูง จีนอาจจะหันไปใช้มาตรการตอบโต้ที่ไม่ใช่กำแพงภาษี หรือ NBTs (Non-Tariff Barriers) แทน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ในหลายรูปแบบ
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเร็วๆนี้ ผู้ประกอบการสหรัฐฯ ที่ส่งออกสินค้าไปยังจีน ทั้งกลุ่มสินค้าประเภทอาหาร รถยนต์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ได้ออกมาระบุว่า สินค้าถูกศุลกากรจีนกักไว้ตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้นทำให้ต้องเสียเวลาเพิ่มมากขึ้น แต่ศุลกากรจีนก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวว่า การตรวจสอบอย่างเข้มงวดไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้าทางการค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศแต่อย่างใด
นักวิเคราะห์บางส่วนกล่าวว่า จากประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อครั้งจีนทำสงครามการค้าโต้ตอบกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทำให้เชื่อได้ว่าจีนยังคงมีอาวุธรูปแบบอื่นๆ ที่จะนำมาใช้ตอบโต้สหรัฐฯอีกมาก หากกระสุนที่เป็นมาตรการภาษีหมดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม สงครามการค้าที่ขยายวงกว้างในแง่ประเภทสินค้าและวิธีการ รวมทั้งระยะเวลาที่ยืดเยื้อ จะส่งผลเสียหายทางเศรษฐกิจต่อคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งยังจะส่งผลชะลอหรือทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในภาพรวมหดตัวอีกด้วย โดยผลการวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ชี้ว่า ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายกระโจนเข้าสู่สงครามการค้าอย่างเต็มรูปแบบ ก็อาจส่งผลทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลงได้มากถึง 0.4%
|บทความ : เตือนรับสึนามิการค้าโลก สิ้นสิงหา! สหรัฐฯเตรียมเก็บภาษีสินค้าจีนอีก 2 แสนล้าน
|โดย : โต๊ะข่าวต่างประเทศ
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 10 ฉบับ 3383 ระหว่างวันที่ 15-18 ก.ค.2561






