
แบนไขมันทรานส์ มาช้ายังดีกว่าไม่มา
ไขมันทรานส์ผสมอยู่ในอาหารประเภท เบเกอรี่ แฮมเบอร์เกอร์ โดนัต ขนมขบเคี้ยว เฟรนช์ฟรายส์ คุกกี้ เนยขาว เนยเทียม ครีมเทียม เค้ก แคร็กเกอร์ วิปครีม นักเกต ไก่ทอด อาหารประเภททอด ฯลฯ องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ให้ข้อมูลว่า การบริโภคไขมันทรานส์จากกระบวนการเติมไฮโดรเจนเกิน 2 กรัมต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลให้หลายประเทศได้ประกาศห้ามใช้ เช่น สหรัฐฯ ที่ประกาศห้ามใช้ไปหลายปีแล้ว
ส่วนในประเทศไทย ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ได้ตรวจสอบอาหารในท้องตลาดมีไขมันทรานส์จากกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนที่มีในเนยเทียม เนยขาวเป็นส่วนประกอบ ส่วนใหญ่เป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ซึ่งหลายรายเห็นด้วยกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ เพียงแต่ขอเวลาในการปรับสูตรผลิตอาหารของตนเอง บางรายยกเลิกสูตรการผลิตที่มีส่วนผสมนี้ไปก่อนแล้ว
ต้องขอสนับสนุนการออกประกาศฉบับนี้ของกระทรวงสาธารณสุข แม้จะออกมาล่าช้าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งหมายถึงคนไทยสะสมและสุ่มเสี่ยงต่อโรคภัยมายาวนานแล้ว แต่ประกาศนี้อาจเป็นเพียงก้าวแรกในการมุ่งพยายามดูแลสุขภาพในขั้นต้นของไทย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขต้องใช้ความพยายามนำองค์ความรู้ งานวิจัย การแลกเปลี่ยนความเห็นในทางการแพทย์ระหว่างประเทศมาปรับใช้นำไปสู่การออกประกาศอื่นๆเพื่อคุ้มครองป้องกันความเสี่ยงโรคภัยอื่นๆทั้งเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนและลดความสูญเสียงบการรักษาพยาบาลที่ป้องกันลงได้
| บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3384 ระหว่างวันที่ 19-21 ก.ค.2561






