thansettakij
thansettakij
ตรุษจีนเก็งกำไร ‘ทองคำ’ คึก ผู้ค้ามองบาทแข็งค่ากดราคาในประเทศอืด

ตรุษจีนเก็งกำไร ‘ทองคำ’ คึก ผู้ค้ามองบาทแข็งค่ากดราคาในประเทศอืด

08 ก.พ. 59 | 00:00 น.
วายแอลจี ชี้ ตรุษจีนกระตุ้นซื้อทองคำคึกคัก แต่ไม่ส่งผลต่อราคาทอง เผยเดือนม.ค.แกว่งตัวสูง ดันราคาพุ่ง 5.37% แนะกลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้น กรอบซื้อ 18,400-18,000 บาทต่อบาททองคำ เอ็มทีเอส โกลด์ มองทองเป็นขาขึ้นระยะสั้น ส่วนราคาในประเทศขึ้นช้า เหตุถูกกดดันจากเงินบาทแข็งค่า SPDR ยักษ์กองทุนทองคำตุน 681.43 ตัน หลังซื้อเพิ่มอีก 12 ตัน มากสุดในรอบ 11 เดือน

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ถึงแม้เทศกาลตรุษจีนจะช่วยเสริมมุมมองเชิงบวกทางจิตวิทยาจากแรงซื้อทองคำที่อาจจะคึกคักมากขึ้น แต่คงไม่มีนัยสำคัญต่อราคาทองคำมากนัก โดยเบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน

ทั้งนี้เนื่องจากภาวะผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการดิ่งลงของสินทรัพย์เสี่ยงมีส่วนในการกระตุ้นแรงซื้อทองคำ หลังจากเศรษฐกิจจีนผันผวนมากขึ้น ความเปราะบางของตลาดหุ้นและราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งตัวลง ประกอบกับการคาดการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา(เฟด) อาจจะไม่สามารถทำตามที่เคยประกาศไว้ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25 % เป็นจำนวน 4 ครั้งในปี 2559 เนื่องจากความแตกต่างด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางอีกหลายแห่งที่พยายามจะออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับอ่อนแอยิ่งลดโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 15-16 มีนาคมศกนี้ ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้เกิดแรงซื้อเข้ามาตลาดทองคำอีกครั้ง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ถึงเทศกาลตรุษจีนนักลงทุนสามารถซื้อขายเก็งกำไรจากการแกว่งตัวของราคา โดยสามารถเข้าซื้อทองคำหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,085-1,060 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หรือ ประมาณ 18,400-18,000 บาทต่อบาททองคำ และไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง แต่ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,160-1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หรือ ประมาณ 19,600-20,300 บาทต่อบาททองคำ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง

นางพวรรณ์กล่าวว่า ภาพรวมของราคาทองคำในตลาดโลกจากต้นปีนี้จนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2559 ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 56.93 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หรือประมาณ 5.37% จากราคาปิดของปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการแกว่งตัวอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงประมาณ 67.56 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หรือ คิดเป็น 6.08 % โดยราคาไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 1,127.80 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศนั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 550 บาทต่อบาททองคำ หรือ 3.00% เทียบกับราคาปิดของปีที่ผ่านมา ขณะที่แกว่งตัวในระดับ 750 บาทต่อบาททองคำ หรือ 3.97% จะเห็นได้ว่าปรับตัวขึ้นน้อยกว่าราคาทองคำในตลาดโลกอยู่บ้างจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท

นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด กล่าวว่า ในเชิงเทคนิคจะเห็นได้ว่าราคาทองคำยังเป็นแนวโน้มทิศทางขาขึ้นในระยะสั้น และกำลังทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,129 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ถ้าราคาทองคำยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะช่วยยืนยันถึงแนวโน้มขาขึ้นของราคาทองคำอีกครั้ง โดยที่ตลาดมีปริมาณการซื้อขายทองคำที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวยืนยันภาวะทิศทางขาขึ้นเช่นกัน

"หากทองคำทะลุ 1,129 ดอลล์ได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ระดับ 1,145 ดอลล์ ขณะที่แนวรับด้านล่างจะอยู่บริเวณ 1,110 ดอลล์ ส่วนทองในประเทศ ได้รับแรงกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้ราคาขึ้นช้ากว่าราคาทองคำต่างประเทศ " นายณัฐพงศ์ กล่าว และว่า

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา SPDR กองทุนทองคำอันดับ 1 ของโลก เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 12.2 ตัน ทำให้ปัจจุบันมีการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น 681.43 ตัน ซึ่งเป็นการเข้าซื้อมากที่สุดในรอบ 11 เดือน โดยที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ออกมาแย่กว่าที่คาดเล็กน้อย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,128 วันที่ 4 - 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline