thansettakij
thansettakij
ทางออกนอกตำรา : ระเบิดศึกแล้ว….  Trade World War

ทางออกนอกตำรา : ระเบิดศึกแล้ว…. Trade World War

19 มิ.ย. 61 | 14:50 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มิ.ย. 61 | 11:34 น.
5966596 สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และกลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ที่บรรดานักเศรษฐกิจต่างพยากรณ์ว่า จะจำกัดวงแคบไม่กี่ประเทศ ไม่กระทบกับโลกมากนัก กำลังกลายเป็นระเบิดนาปาล์มลูกใหญ่ รัศมีทำการกว้างไกลเกินกว่าที่หลายคนคิด ชนิด “ช้างสารชนกันหญ้าแพรกต้องแหลกลาญ”

ระเบิดลูกแรกที่โยนใส่กันหลังขู่คำรามมาระยะหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 2561 รัฐบาลนายโดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศรายชื่อสินค้านำเข้าจากจีนที่จะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 25% สืบเนื่องมาจากการตรวจสอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตาม มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ หรือ Trade Act of 1947

ปรากฏว่ามีกลุ่มสินค้าจีนที่จะเริ่มถูกเก็บภาษีตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 มูลค่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จำนวน 818 รายการ อันประกอบด้วย ชิ้นส่วนอากาศยาน เครื่องจักรและชิ้นส่วน ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น

สหรัฐฯ ขู่ว่ายังมีสินค้าจีนมูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีก 284 รายการที่จะเริ่มถูกเก็บภาษีหลังจากนั้น ประกอบด้วยสินค้ากลุ่ม เซมิคอนดักเตอร์ พลาสติก เหล็กโครงสร้าง

สิริรวมสินค้าทั้งสิ้น 1,102 รายการ มูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จีน ญี่ปุ่น ไทย ทำการค้าขายไปยังสหรัฐฯ โดนกันระนาว
S__14737467 ระเบิดลูกที่ 2 เกิดขึ้นในวันเดียวกัน รัฐบาลจีนภายใต้การนำของ สี จิ้นผิง ได้ออกมาตอบโต้โดยการประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในมูลค่าและอัตราเดียวกันที่ 25% และจะเริ่มบังคับใช้ในวันเดียวกันกับที่สหรัฐฯ จะเก็บภาษีจากจีน มูลค่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จำนวน 545 รายการ

สินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ หมวดแรกที่จะถูกเก็บภาษีจากจีน ได้แก่ หมวดสินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง ธัญพืช เนื้อวัว เนื้อหมู อาหารทะเล และหมวดยานยนต์ เช่น รถยนต์ออฟโรด รถไฟฟ้า

ทางการจีนประกาศชัดว่าจะมีการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่ม หากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าขึ้นภาษีต่ออีก มูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีก 114 รายการ สินค้าระยะที่ 2 ที่จีนวางแผนขึ้นภาษีจะเน้นที่หมวดพลังงาน เช่น ถ่านหิน นํ้ามันดิบ แก๊สโซลีน เป็นต้น เรียกว่า “มังกรพ่นไฟใส่พญาอินทรีย์” แบบหมัดต่อหมัดไม่มีความเกรงกลัว

รวมสินค้าที่จีนเปิดศึกสงครามทางภาษีกันรอบนี้มีทั้งสิ้น 659 รายการ มูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

การตอบโต้ของจีนไม่ใช่เรื่องเล็ก จีนนำเข้านํ้ามันดิบประมาณ 363,000 บาร์เรล/วันจากสหรัฐฯ และยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่นๆ อีกประมาณ 200,000 บาร์เรล/วัน หากหยุดสหรัฐฯ ยุ่ง ไทยก็ยุ่ง

ความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีนไม่จำกัดวงอยู่แค่นี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศว่า จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีกมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากทางการจีนตอบโต้ หลังจากที่มีการประกาศภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ารวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ออกมาแล้ว ยิ่งสร้างความตึงเครียดทางการค้าของ 2 ประเทศเพิ่มขึ้น จนอาจนำไปสู่การทำสงครามการค้าโลกได้
images ทำไมเป็นเช่นนั้น ผมมีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศของไทย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายจีนที่โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ของไทยบอกว่า เท่าที่เขาตรวจสอบกันพบว่า สหรัฐฯ ยังเตรียมงัด 2 มาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ ที่อาจสร้างปัญหาต่อการค้าของจีนและของไทย

ชุดแรกคือมาตรการควบคุมการลงทุนจากจีน โดยอาศัยอำนาจการสอบสวนตามมาตรการ 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทจากจีนเข้าไปลงทุนหรือซื้อบริษัทในสหรัฐฯ เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีโดยง่าย ในวงการทูตพูดคุยกันว่า สหรัฐฯจะประกาศมาตรการนี้ในวันที่ 30 มิถุนายน 2561

มาตรการต่อมาคือการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วน ที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ตรวจสอบการนำเข้ารถยนต์ รถบรรทุก และส่วนประกอบยานยนต์ โดยใช้มาตรา 232 ว่าด้วยเรื่องความมั่นคงของชาติของกฎหมาย Trade Expansion Act 1962 ซึ่งเป็นมาตราเดียวกับที่ใช้ขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม โดยจะเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% หากพบว่าทำให้สหรัฐฯเสียเปรียบ
webtshirt

ตอนแรกผมก็ไม่นึกว่า สงครามการค้าจะขยายวงมากเหมือนนักเศรษฐกิจทั่วไปนั่นแหละ แต่ตอนเช้าของวันที่ 19 มิถุนายน ผู้จัดการกองทุนหรือฟันด์แมเนเจอร์ของธนาคารต่างประเทศรายหนึ่งได้โทรศัพท์มาสอบถามว่าผมคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ และเล่าให้ผมฟังว่าข้อมูลล่าสุดที่รับแจ้งจากสหรัฐฯ มาคือ โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ศึกษาการขึ้นภาษีสินค้าอื่นๆ จากจีนอีก 10% รวมวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่รอบนี้ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการเรียกเก็บภาษี จากจีนเพิ่ม หากจีน ยังคงยืนกรานที่จะเรียกเก็บภาษีจากสหรัฐฯ

ประเด็นนี้สร้างความตึงเครียดในการค้าของโลกขึ้นมากมาย ตลาดทุนตลาดเงินปั่นป่วนไปหมด เพราะกังวลกับ Trade World War ไทยนั้นเงินไหลออกยังกะนํ้าลงฮวบฮาบ เดือนเดียวกว่า 6-7 หมื่นล้านบาทเข้าไปแล้ว

วอชิงตันโพสต์ ได้ออกรายงานชิ้นหนึ่งว่า “ทรัมป์เริ่มบั่นทอนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่มีมานาน 25 ปีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนด้วยอัตราภาษี” แต่แนวทางที่ก้าวร้าวเช่นนี้ได้ทำให้บรรดาผู้นำองค์กรของอเมริกาและสภาคองเกรสต่างเป็นกังวล เพราะทางจีนไม่แสดงสัญญาณว่าจะยอมอ่อนข้อและสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ มูลค่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบในเดือนกรกฎาคม

เดอะ ฮิลล์ สื่อชั้นนำด้านการเมืองของสหรัฐฯ ได้อ้างว่ากลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่ต่างทยอยออกมาแสดงความเป็นกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจของทรัมป์ โดยนางฮุน ควอช รองประธานฝ่ายการค้าระหว่างประเทศ สมาคมอุตสาหกรรมการค้ากล่าวว่า หากแคนาดา เม็กซิโก สหภาพยุโรป และจีน กำหนดภาษีศุลกากรตอบโต้สหรัฐฯ บรรดาร้านค้าปลีกอเมริกา เกษตรกร คนงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ และลูกจ้างชาวอเมริกันจะต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยง

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารบาร์เคลย์ส ทำนายว่า การต่อสู้ทางการค้าของสหรัฐฯ-จีน-สหภาพยุโรปจะทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว ธุรกิจหยุดการจ้างงาน ตลาดเงินตลาดทุนจะผันผวนอย่างมาก

ประเทศไทยนั้นหลายคนมองว่าจะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่โปรดอย่าลืมว่าไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ จีน และเอเชียอยู่ในหลายสินค้าที่สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างเป็นกอบเป็นกำ จะมายืนนิ่งรอรับสถานการณ์ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นตายหมู่แน่ ๆ พี่น้องเอ๋ย

นี่ผมกำลังเกาะติดข้อมูลเรื่องหนึ่ง ที่ฟันด์แมเนเจอร์บอกว่า มีปฏิกิริยาการเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ออกมาจากกลุ่มทุนของจีน ซึ่งระลอกแรกเพื่อหยั่งเชิงร่วม 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต้องบอกว่า จีนถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าจีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่สุดของสหรัฐฯ หากเทขายออกมามากกว่านี้ จะทำให้การเงินโลกและไทยปั่นป่วนแน่

ลำพังแค่สงครามการค้าและการขึ้นดอกเบี้ย ตลาดหุ้นไทย ค่าเงินบาท ก็สลบไสลหล่นมาติดดอยหลุ่น 1700 จุดเข้าไปแล้ว ดัชนีหุ้นปรับลดลงต่อเนื่องมา 5 เดือนติดต่อกันแล้ว 8.6%

สถานะการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างประเทศตอนนี้อยู่ที่ 31.14% ของมาร์เก็ตแคป ถือเป็นระดับตํ่าที่สุดในรอบ 3 ปี หากขายไม่หยุดสถานะการถือครองหุ้นของต่างชาติจะลดลงต่อเนื่อง ถ้าร่วงมาตํ่ากว่า 30% ก็จะทำสถิติตํ่าสุดในรอบ 14 ปีทันที

สงครามการค้าไม่มีทางจำกัดวงแคบได้ดอกพี่น้องเอ้ย...

|คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
|โดย : บากบั่น บุญเลิศ
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 6  ฉบับ 3376 ระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย.2561
e-book-1-503x62-7
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline