
ทางออกนอกตำรา : บอร์ดคปภ.กินดีหมีหัวใจเสือ เปิดศึกขายประกันผ่านมือถือ
เรื่องที่ผมจะนำมาเสนอในวันนี้ เป็นเรื่อง “นโยบายตลกร้าย” ที่ประชาชนพึ่งพาอาศัยใครไม่ได้ นอกจากต้องช่วยตัวเองละครับพี่น้องเอร้ยยย...
เมื่อ “สุทธิพล ทวีชัยการ” เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หน่วยงานที่มีหน้าที่หลักในการจัดตั้งขึ้นมาในปี 2550 ให้ดำเนินการใน 3 ด้าน
1.กำกับและพัฒนาธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต ให้มีความเข้มแข็งมั่นคง
2.ส่งเสริมสนับสนุนให้ธุรกิจประกันภัย มีบทบาทสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจสังคมของประเทศ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
3.คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย
กลับออกมาประกาศว่า ในการประชุมคณะกรรมการ คปภ.เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 มีมติให้ความเห็นชอบ ร่างประกาศเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ต้นปี 2562 โดยกำหนดให้เพิ่มช่องทางการขายแก่ธนาคารให้สามารถขายประกันทางไปรษณีย์ และสามารถขายทางโทรศัพท์ได้ด้วย จากเดิมที่อนุญาตให้ขายที่สาขาธนาคารและสามารถขายผ่านช่องทางออนไลน์ เท่านั้น
[caption id="attachment_289373" align="aligncenter" width="335"]
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ คปภ.ยังไม่อนุญาตให้พนักงานธนาคาร สามารถขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยนอกที่ตั้งของสาขาธนาคารแก่ประชาชนได้โดยตรง เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องยังมีความเห็นที่แตกต่างกันมาก ขัดแย้งกันมาก จึงจำเป็นต้องหาข้อยุติอย่างรอบคอบ
ประกอบกับที่ผ่านมาสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) ได้คัดค้านมาอย่างหนักและสู้มาต่อเนื่อง เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาการขายประกันผ่านธนาคาร
เลขาธิการฯ คปภ. สุทธิพล บอกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอประธานบอร์ด คปภ.ซึ่งตามโครงสร้างนั้น จะมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ลงนามในประกาศ เพื่อใช้บังคับต่อไป
เรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยทุกคนต้องตื่นรู้ เพราะประตูการขายประกันทางโทรศัพท์ที่เคยถูกคำสั่ง นายกฯ ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “สั่งลั่นดานปิดตาย” ถูกใครหน้าไหนก็ไม่รู้ล็อบบี้ให้ “คปภ.” ถอดสลักออก
คนอื่นอาจจะลืมไปแล้ว แต่ผมนั้นจำได้ว่า เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะนี่แหละ สั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเพิ่มรายละเอียดในร่าง พ.ร.บ.ประกันชีวิต และร่างพ.ร.บ.ประกันวินาศภัย ที่กระทรวงการคลังเสนอมา โดยให้ไปพิจารณาเพิ่มความเข้มข้นในการกำกับดูแลพฤติกรรมการขายประกันผ่านทางโทรศัพท์ และการบังคับการขายประกัน พ่วงกับการกู้เงินผ่านสถาบันการเงิน เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
อะไรที่มาดลใจให้ “เลขาธิการ คปภ.” ถึงกล้ามาปลดล็อกกุญแจนี้ ผมมิอาจรู้ได้...แต่ผมรู้ว่า ประชาชนเอือมระอา ยามเผชิญกับ "ฮัลโหลขายประกัน"
เมื่อถามพนักงานเหล่านั้นว่า เบอร์นี้ท่านได้แต่ใดมา ใครเอาความลับลูกค้ามาขาย โดยไม่บอกกล่าวเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ ก็ไม่มีคำตอบ ปัญหาแบบนี้ ใช่หน้าที่ของ คปภ.ที่ต้องเข้ามากำกับดูแลผู้ขายประกันชีวิตและวินาศภัยใช่หรือไม่ แล้วทำไมถึงเปิดประตูบ้านให้ “นักขายมาระรานความเป็นส่วนตัว”
จะมาบอกว่าเพื่อส่งเสริมการออมก็ใช่ที่ เพราะการกระทำแบบนี้เท่ากับ คปภ.ไปดูแลคนขายมากกว่าดูแลผู้ซื้อ ที่ถ้าเขามีความต้องการเขาจะสอบถามพนักงานเอง มิใช่ปล่อยให้เกิดการขายตรงผ่านเสียงคุยที่ไร้หลักประกัน ไร้ตัวตนใดๆ
ผมไม่เชื่อว่า ผลประโยชน์จากเบี้ยประกันภัยรวมปีละ 871,041 ล้านบาท โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิต 640,079 ล้านบาท เบี้ยประกันวินาศภัย ปีละ 230,963 ล้านบาท จะมาบดบังวิจารณญาณของวิญญูชนใน คปภ.ได้
เพราะปัจจุบันนี้ตัวแทนรายบุคคลทั่วประเทศ มีมากถึง 5.22 แสนราย เป็นตัวแทนประกันชีวิต 2.73 แสนราย ตัวแทนประกันวินาศภัย 2 หมื่นราย นายหน้าประกันชีวิตกว่า 1 แสนราย นายหน้าประกันวินาศภัย กว่า 1.23 แสนราย มีนายหน้านิติบุคคลอีกกว่า 300 ราย ที่อยู่ในธุรกรรมนี้
ผมไม่เชื่อว่าเพราะค่านายหน้าจากการขายผ่านช่องทาง bancassurance ที่มีเบี้ยประกันโดยตรงปีละ 223,263 ล้านบาท จะมาบังตาให้ คปภ.องค์กรที่มีหน้าที่ดูแลคุ้มครองประชาชนโดยตรงจะตาบอดมืดมิด...
แต่ผมเชื่อว่า มีอะไรสักอย่างซ่อนเร้นอยู่แน่ ๆ ...ผู้ที่เอือมระอากับการขายสินค้าผ่านทางมือถือมาช่วยกันตามหากันดีมั้ยครับ...
| คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
| โดย : บากบั่น บุญเลิศ
| หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3374 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 14-16 มิ.ย.2561






