thansettakij
thansettakij
กองทุนดักสภาพคล่อง สัญญาณเงินไหลเข้า ต่างชาติซื้อบอนด์2.6 หมื่นล้าน

กองทุนดักสภาพคล่อง สัญญาณเงินไหลเข้า ต่างชาติซื้อบอนด์2.6 หมื่นล้าน

01 ก.พ. 59 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :19 พ.ค. 59 | 14:41 น.
ดอกเบี้ยโลกทรงตัวระดับตํ่า หนุนสภาพคล่องล้นระบบ ต่างชาติซื้อตราสารหนี้ไทย 2.6 หมื่นล้าน นักวิเคราะห์ชี้เป็นสัญญาณเงินไหลเข้า บลจ.แห่ออกกองทุนบอนด์ ลงทุนใน-ต่างประเทศ อายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี พร้อมจัดพอร์ตผสมรับตลาดผันผวน ถ่วงนํ้าหนักหุ้น-ตราสารหนี้ “กรุงศรี-ไทยพาณิชย์” เสิร์ฟลูกค้ารายใหญ่ บลจ.ทหารไทยฯ ยอดจองกองบอนด์ทะลัก 3 พันล้าน

การดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ กลุ่มประเทศยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน ผ่านนโยบายการเงินโดยการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 0.05% 0.10% และ 3.18% ตามลำดับ ประกอบกับผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา(เฟด) เมื่อวันที่ 26-27 มกราคม ที่ผ่านมา มีมติคงดอกเบี้ยที่ 0.25-1.5 % ขณะที่ตลาดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยช่วงเดือนมิถุนายน เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ภายใต้สถานการณ์ข้างต้นนักวิเคราะห์มองว่าสภาพคล่องในตลาดยังมีอยู่สูง ผนวกกับความผันผวนตลาดหุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้โปรดักต์กองทุนรวมที่ออกมายังเน้นกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีกองทุนประเภทผสมผสานการลงทุนทั้งในหุ้น และตราสารหนี้ เพื่อกระจายความเสี่ยง ในขณะเดียวกันเพื่อเพิ่มผลตอบแทน

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซีย พลัส จำกัด(มหาชน)(บมจ.)ระบุว่า เห็นสัญญาณเงินไหลกลับตลาดตราสารหนี้ และตลาดหุ้น โดยพบว่าในช่วงวันที่ 25-27 มกราคม ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยรวม 2.6 หมื่นล้านบาท

นางสาวศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทออกกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศเอไอ 6M19 (KFFAI6M19) อายุประมาณ 6 เดือน มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศหรือเงินฝาก โดยมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน คาดการณ์ผลตอบแทนจากลงทุน 1.75% ต่อปี

กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศเอไอฯ เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้เหมาะกับนักลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้ที่มีเงินลงทุนสูง ที่ต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และสามารถลงทุนได้เป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณฯ ประเมินว่าตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทยยังคงได้รับอานิสงส์ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ ที่เป็นผลมาจากการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบของธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลักและเฟดเริ่มส่งสัญญาณการชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่โอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการซื้อขายพันธบัตรยังมีอยู่

สำหรับ บลจ.วรรณฯ ได้อาศัยจังหวะที่สภาพคล่องสูงออกกองทุน วรรณอินคัม พลัส 1Y ฟันด์ (ONEINCOMEPLUS1Y) เน้นลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศ และมีเป้าหมายเลิกกองทุนเมื่อมูลค่าหน่วย (NAV) ลงทุนปรับผ่านที่ระดับ 10.33 บาทต่อหน่วยภายใน 1 ปี โดยพอร์ตจะแบ่งสัดส่วนการลงทุน 60% ตราสารหนี้ประเภทไฮยิลด์ บอนด์ ในประเทศ และ 40% ลงทุนพันธบัตรรัฐบาล

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ฯ กล่าวว่าบริษัท ได้ออกกองทุนที่มีนโยบายผสม มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงสินทรัพย์เดียวหรือลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่ง ทั้งยังสามารถสร้างรายได้จากการลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอตลอดการถือครองหน่วยลงทุน โดยการออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอลอินคัมพลัส (SCB Global Income Plus Fund) มีมูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท

ขณะที่กองทุนมีนโยบายรักษาระดับความผันผวนของพอร์ตการลงทุนให้อยู่ในช่วงประมาณ 5 – 8% ต่อปี รวมถึงสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มในระยะยาว โดยจะลงทุนอย่างน้อย 51% ของมูลค่าสินทรัพย์ในหน่วยลงทุนของกองทุนประเภทต่างๆ เช่น กองทุนตราสารทุน กองทุนผสม กองทุนตราสารหนี้และกองทุนตลาดเงิน เป็นต้น ขณะเดียวกันผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลาโดยไม่มีข้อจำกัดในการลงทุน

รายงานข่าวจาก บลจ.ทหารไทยฯ เปิดเผยว่า ยอดจองซื้อช่วงไอพีโอของกองทุนธนเพิ่มพูน มีมากถึง 3 พันล้านบาท โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อายุไม่เกิน 1 ปี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,127
วันที่ 31 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline