thansettakij
thansettakij
ทางออกนอกตำรา : ‘ลุงตู่’ รีบชักดาบ ออกมาสกัด ‘นายทุนปล่อยกู้โหด’

ทางออกนอกตำรา : ‘ลุงตู่’ รีบชักดาบ ออกมาสกัด ‘นายทุนปล่อยกู้โหด’

23 พ.ค. 61 | 11:52 น.
อัปเดตล่าสุด :23 พ.ค. 61 | 18:52 น.
 

52665252 มาตามจิก ตามกัด ตามฟัด กับเรื่องการ “ทำนาบนหลังคน” ของบรรดาธุรกิจปล่อยกู้สารพัดรูปแบบ ที่แม้รัฐบาลจะออกกฎหมายสารพัดมาควบคุมดูแล แต่ดูเหมือนยิ่งออกกฎคุม “นายทุน” ยังสามารถใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างหาที่สุดไม่ได้

อุตส่าห์ทำคลอด พ.ร.บ. ทวงถามหนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม มาบังคับใช้ ใครฝ่าฝืน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับแต่สุดท้ายยังมีการทวงหนี้โหด คิดค่าทวงถามหนี้ อย่างเป็นกอบเป็นกำ

ประกาศใช้ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 โดยห้ามคิดอัตราดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 หากกระทำความผิด โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท แต่กลับมีการคิดดอกเบี้ยเกินแทบทั้งสิ้น โดยที่ไม่มีใครเข้าไปดำเนินการ

มีแต่ พ.ร.บ.เกี่ยวกับธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์แก่บุคคลทั่วไป มาควบคุมสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ให้เปลี่ยนวิธีคิดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ มาเป็นการคิดดอกเบี้ยลดต้นลดดอกเท่านั้น ที่ถือว่าสัมฤทธิผลในทางปฏิบัติ
ec613f2f-90e1-4b1d-aec3-b9754a58ae87 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เจ้าขา ท่านคิดว่า จะทำอิหยัง กับการปล่อยกู้ขูดเลือดคนจน...

มาถึงตอนนี้ กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังกำลังทำประชาพิจารณ์เพื่อยกร่าง พ.ร.บ.การกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อควบคุมผู้ประกอบธุรกิจผู้ให้สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ผู้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อทะเบียนรถ ผู้ให้บริการทางการเงินประเภทให้เช่าซื้อ ให้เช่าแบบลีสซิ่ง และแฟกตอริง

เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะประชากรในประเทศนี้ 66-67 ล้านคน มี 1.6 ล้านคน ที่มีเงินฝากในบัญชีอยู่ 1 ล้านบาท มีคนอีก 5-7 แสนคน ที่มีบัญชีเงินฝากเหลือก้นถุงไว้ 5 แสนบาท ที่เหลือมีเงินในบัญชีหลักพันถึงหมื่นบาท

สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจพบว่า ปี 2561 ครัวเรือนเกษตรไทยมีรายได้เงินสดในการเกษตรเฉลี่ย 164,614 บาทต่อครัวเรือน มีรายได้เงินสดนอกการเกษตร 153,500 บาทต่อครัวเรือน แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว มีเงินสดคงเหลือก่อนจ่ายหนี้แค่ 71,443 บาทต่อครัวเรือน ขณะที่ครัวเรือนไทยมีหนี้สินเฉลี่ย 123,454 บาทต่อครัวเรือน
tu22-5-2 นี่จึงเป็นที่มาของการออกกฎหมายมาควบคุม “ผู้ปล่อยกู้” ที่กฎหมายยังเอื้อมไปไม่ถึง ผมถึงตั้งคำถามดังๆ ไปยังประชาชนคนไทยว่า “เอามั้ย เอามั้ย เอา! กับการออกกฎหมายมาคุมผู้ปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด” ถ้าประชาชนเอาด้วยกับกฎหมายฉบับดีต้องช่วยกันส่งเสียงออกมา เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยไว

พ.ร.บ.การกำกับดูแลผู้ให้บริการ ทางการเงินฉบับนี้เขาคุมอะไรครับ เขาคุม ผู้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อรายย่อย ระดับจังหวัด ผู้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน หรือผู้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่ออื่นตามที่กำหนด แต่ไม่รวมถึงสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

คุมบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อ ให้เช่าแบบลีสซิ่ง และแฟกตอริงที่เป็นทางการค้าปกติ หรือผู้ประกอบธุรกิจที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่ออื่น

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ มีไม่กี่มาตราครับ แต่ถือว่าเป็นคุณกับ “ผู้กู้” เพราะคุม “ผู้ปล่อยกู้” ให้ดำเนินการทางธุรกิจที่เป็นธรรม “ไม่ขูดเลือดกับปู ไม่ให้ใครหน้าไหนมาทำนาบนหลังคน”

มาตรา 43 กำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงินที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทางการเงินภายใน 30 วันนับแต่มีการประกอบธุรกิจ Financial Growth, Plant on pile coins with cityscape background มาตรา 45 กำหนดให้การดำเนินงานของผู้ให้บริการทางการเงินต้องเป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ต้องมีการบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม ต้องเก็บรักษาและคุมการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อมีการร้องเรียน หรือมีข้อโต้แย้งจากผู้ใช้บริการต้องมีกรอบเวลาเพื่อหาข้อยุติ ฯลฯ

มาตรา 46 การกำหนดอัตราดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นของผู้ให้บริการทางการเงิน ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด แปลง่ายๆว่า จะมีการออกประกาศของกระทรวงการคลังออกมาว่า อัตราดอกเบี้ยเป็นเท่าใด ค่าปรับไม่เกินไหน ค่าต๋งเป็นอย่างไร

มาตรา 48 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของผู้ให้บริการทางการเงิน ตลอดจนลูกหนี้ ให้รวมถึงการสั่งให้กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของผู้ให้บริการทางการเงิน ผู้สอบบัญชีของผู้ให้บริการทางการเงิน และผู้ประมวลข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มาให้ถ้อยคำ ส่งข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินได้

เข้าไปตรวจสอบในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการประกอบธุรกิจฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือมีหลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย สามารถ ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดี
jpd8678-768x576-2 มาตรา 54 ในกรณีที่ผู้ให้บริการทางการเงินรายใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด หรือตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด สามารถสั่งระงับการดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วนได้ จนกว่าจะทำให้ถูกต้องในเวลาที่กำหนด

มาตรา 56 กรณีที่เห็นว่าผู้ให้บริการทางการเงินใดมีฐานะหรือการดำเนินงานที่อาจเกิดความเสียหายร้ายแรงแก่ประชาชน ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้ให้บริการทางการเงินแก้ไขให้ถูกต้อง หากไม่แก้ไขหรือไม่สามารถแก้ไขได้ ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

มาตรา 64 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 45 ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 แสนบาท

มาตรา 72 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดของนิติบุคคล ถ้าเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ ให้ผู้นั้นต้องรับโทษในความผิดด้วย

นี่คือกฎหมายที่กำลังออกมาควบคุมสินเชื่อที่กำลังฮอตฮิตติดลมบนกับการปล่อยกู้รายย่อยแบบกินดอกเบี้ยรายเดือน ตั้งบริษัทมาไม่เกิน 5 ปี เจ้าของธุรกิจนี้ 3-5 คน ติดอันดับมหาเศรษฐีในพริบตาจากการทำนาบนหลังคนจน...

กฎหมายแบบนี้ถือว่าเข้มมาก มาตรฐานเหมือนกันเด๊ะกับพ.ร.บ.ธนาคารพาณิชย์ พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน ที่ให้อำนาจคณะกรรมการเข้าไปควบคุมกิจการได้ สั่งปลด สั่งเอาผิดผู้บริหาร คณะกรรมการบริษัทได้ แต่กฎหมายจะเข้มแค่ไหนก็ไร้ปัญญา หากการบังคับใช้ไร้ประสิทธิภาพ

จริงมั้ยพี่น้องไทย.......

คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา|โดย...บากบั่น บุญเลิศ |หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3368 ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ค.2561
e-book-1-503x62-7
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline