‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’สร้างมูลค่าขยะ

22 พ.ค. 2561 เวลา 6:59 น. 427
การบริหารจัดการปัญหาขยะให้มีปริมาณลดลง ด้วยการแปรรูปแล้วนำกลับมาใช้ได้ใหม่ โดยไม่สร้างขยะอีกหรือขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) นับเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกนิยมนำมาใช้ รวมถึงประเทศไทย ที่ปัจจุบันทั้งภาครัฐและเอกชน ได้นำแนวทางของ เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy มาเป็นแนวทางการพัฒนาธุรกิจ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบทางสังคม โดยคำนึงถึงกระบวนการผลิตในทุกผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักการ 2 ข้อ ได้แก่ การรักษาและเพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

ประเทศที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สวีเดน เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน เป็นต้น โดยตัวอย่างแบรนด์ที่มีส่วนร่วมกับแนวทางดังกล่าว เช่น ไนกี้ (Nike) ที่นำเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้กับขั้นตอนการผลิตโดยกำหนดให้ 71%ของเสื้อผ้าและรองเท้า ต้องทำมาจากวัสดุรีไซเคิล และเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงจากเศษวัสดุเหลือใช้ในโรงงาน ขณะที่แบรนด์อาดิดาส (Adidas) ได้ผลิตรองเท้ารุ่นพิเศษ ทำจากขยะและตาข่ายจับปลาในทะเล นอกจากนี้ แบรนด์ เอช แอนด์ เอ็ม (H&M) ได้ตั้งเป้าหมายให้ธุรกิจเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน 100% โดยนำเสื้อผ้าใช้แล้วกลับมาผลิตใหม่ เครื่องประดับ จากพลาสติก

จากแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตด้วยคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 12 กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยเรื่องแผนการบริโภค และการผลิตที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตามการตื่นตัวของภาคธุรกิจของไทยในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้น ยังมีไม่มากนัก แต่ที่โดดเด่นและน่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ ก็คือ บริษัท  พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ซึ่งมีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิต จัดทำโครงการลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการอนุรักษ์พลังงานของโรงงาน ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานลดลงได้ถึง 570 ล้านบาท ในปี 2560

นอกจากนี้ ยังมีโครงการบริหารจัดการ นํ้าตามหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ซึ่งปี 2560 สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึง 7.69 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงได้ริเริ่มโครงการ Upcycling the Oceans, Thailand เพื่อส่งเสริมการจัดการปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทย สร้างจิตสำนึกในการทิ้งและแยกขยะพลาสติก เพื่อสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า นอกจากนี้ ยังต่อยอดจาก 3Rs เป็น 5Rs  ประกอบด้วย  Reduce (ลดการใช้หรือใช้น้อยเท่าที่จำเป็น) Reuse (การใช้ซํ้า) Recycle (การแปรรูปมาใช้ใหม่) Refuse (ปฏิเสธการใช้สารเคมีที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) และ Renewable (ใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน) โดยแผนการปฏิบัติ 5Rs จะมีความเข้มข้นกับการบริหารจัดการของเสียทั้งวงจรการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นสู่ผู้ใช้ทั้งกลุ่มลูกค้าจนถึงผู้บริโภค สามารถยืดอายุการใช้งานของวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้  DSCF4349

ส่วน Renewable จะมุ่งเน้นใน 2 มิติ คือ มิติของวัตถุดิบ ซึ่งเน้นเรื่องของ Bio-Economy ที่มีแผนจะดำเนินการลงทุนในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และมิติพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (Solar Roof) และ พลังงานลม (Wind Turbine) เป็นต้น

ปี 2561 PTTGC ได้ศึกษาร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดทำกลยุทธ์สู่เป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy Strategy โดยจะศึกษาว่าทั่วโลกมีการดำเนินการเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างไร โครงการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่จะต่อยอดทำอะไรได้อีกหรือไม่ รวมถึงการกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับกลุ่มบริษัท PTTGC

หน้า26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3368 วันที่ 24-26 พฤษภาคม 2561

 

e-book-1-503x62-7

แท็กที่เกี่ยวข้อง