
จาก ‘หมู่บ้านป่าแหว่ง’ ถึง ‘หมู่บ้านกระสุนตก’ (จบ)
ไม่ยังงั้น โครงการนี้ก็คงจะไม่ “รุดหน้าและยังเดินหน้า” ฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการมาได้ จนการก่อสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์อย่างนี้หรอก ทั้งๆ ที่การดำเนินการตาม “ขั้นตอน” ต่างๆ อยู่ในช่วงที่ประเทศไทยมีการผลัดเปลี่ยน “ขั้ว” การเมือง รวมทั้งยังมีการ “ปฏิวัติ-รัฐประหาร” ยึดอำนาจรัฐบาลด้วยซํ้า
จึงนับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดันทำยึกๆ ยักๆ ไม่ฉวยเป็นโอกาสทองแสดงความเป็นผู้นำ ด้วยการตัดสินใจปลดล็อก “หมู่บ้านป่าแหว่ง” ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปซะเลย รวมทั้งยังเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ธรรมชาติ-จัดสรร” เปิดทางให้อีกต่างหาก
สรุปว่า หลังจากมีการยกระดับความเคลื่อนไหวคัดค้านจาก “ม็อบ” กลุ่มต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่นับรวม “ข้อมูล” ความไม่ชอบมาพากล เกี่ยวกับโครงการที่ “หลุด” และถูกเปิดออกมาเป็นระยะๆเฉพาะการเลือกใช้พื้นที่โครงการบริเวณเชิงดอย ที่วิศวกรก่อสร้างคงไม่ได้ศึกษารายละเอียดต่างๆ (ดีพอ) ว่าที่ดินบริเวณก่อสร้างเป็นที่ลาดชัน เป็นทางนํ้าไหล....
ซึ่งเมื่อมีการตัดต้นไม้ (ดั้งเดิม) ที่ทำหน้าที่ซับและพยุงหน้าดิน ยามฤดูฝน (นํ้าหลาก) โอกาสจะเกิดดินถล่ม หรือดินสไลด์ก็มีแนวโน้มสูงมาก ส่วนในยามหน้าแล้ง พื้นที่บริเวณนี้ก็มักจะเกิดไฟป่าขึ้นแทบทุกปี และถือเป็น “ธรรมชาติจัดสรร” ที่คนในพื้นที่เข้าใจดี
เช่นเดียวกับความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ของโครงการที่สามารถนำไปตั้งเรื่องเอาผิด “ตัวการ” รวมทั้งไล่เบี้ยเอาผิดเรียกค่าเสียหายได้ไม่ยาก...พอ “บิ๊กตู่” ออกมาทำท่ายึกๆ ยักๆ ไม่ตัดสินเด็ดขาด จึงไม่แปลกที่จะทำให้ถูกมองว่า ทิ้งโอกาสเรียกคะแนน (นิยม) เพื่อ “กู้เรตติ้ง”
ทั้งที่ตอนนี้ ทำให้พอมองเห็นช่อง “ทางออกสวยๆ” ที่ “รัฐบาลและคสช.” รวมทั้งหน่วยงาน “ภาครัฐ” ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการจะตัดสินใจปลดล็อกให้ตัวเอง... จากจุดเริ่มต้นที่สำนักอธิบดีผู้พิพากษา ภาค 5 ได้ทำเรื่องใช้พื้นที่ทหาร แต่ “กองทัพบก” ไม่ได้อนุมัติ
จนกระทั่งประมาณปี 2556 กระทรวงยุติธรรม เข้าไปทำโครงการการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ และสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ปี 2556 แบ่งเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ - กันยายน ปี 2556 วงเงิน 665 ล้านบาทเป็นการก่อสร้างบ้านพัก 45 หลังอาคารชุด 13 หลัง...
ระยะที่ 3 เดือนมกราคม 2557 เป็นการก่อสร้างอาคารสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 290 ล้านบาท และ ระยะที่ 4 ปี 2559 วง เงิน 61 ล้านบาท เป็นอาคารสำนักงานของอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5ทั้งหมด ซึ่งเป็นโครงการที่ทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน
จากโต๊ะเจรจาระหว่างตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพกับตัวแทนรัฐบาลล่าสุด สรุปสาระสำคัญได้ว่า กระทรวงยุติธรรมจะยอมคืนป่า แต่ตามระเบียบราชการมี “ขั้นตอน” การคืน (อีกมาก) ที่ตัวแทนเครือข่ายฯ กับตัวแทนรัฐบาลจะต้องใช้เวลาดำเนินการร่วมกัน... “ปม” ปัญหาว่าด้วย “หมู่บ้านป่าแหว่ง” จึงจบลงด้วยประการฉะนี้
...........................
คอลัมน์อยู่กับปัจจุบัน | หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ |ฉบับ 3365 ระหว่างวันที่ 13-16
[caption id="attachment_280743" align="aligncenter" width="503"]
[caption id="attachment_280742" align="aligncenter" width="503"]






