
ทางออกนอกตำรา : ขาดทุนสะสมยับ! 9 แสนล้าน ทำไมบอร์ด-ผู้บริหารธปท. รับปีละ 62 ล้าน
ผลการขาดทุนสะสมก้อนนี้มากมายมหาศาล กว่าโครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำเนินการช่วยชาวนา แต่เงินกลับไปตกอยู่ในมือโรงสี โกดัง พ่อค้าคนกลาง นักการเมือง ยันพวกพ้องเครือข่ายตระกูลชินวัตร ที่กรมบัญชีกลางตีราคาพบว่า ขาดทุนทางราคา และทางบัญชีสิริรวม 6.82 แสนล้านบาท จากต้นทุนการรับจำนำข้าว 1.1 ล้านล้านบาท
เมื่อไปย้อนดูข้อมูลฐานทางการเงินของธนาคารชาติก็พบว่า 3 วันดี 4 วันไข้มาตลอดในระยะที่ผ่านมา ในช่วงสิ้นปี 2557 ขาดทุนเบ็ดเสร็จ 273,992 ล้านบาท ทำให้มียอดขาดทุนสะสม 572,901 ล้านบาท มีส่วนทุนติดลบ 700,494 ล้านบาท
ครั้งล่วงเข้าปี 2559 ขาดทุนเบ็ดเสร็จ 139,533 ล้านบาท ทำให้ขาดทุนสะสมเพิ่มเป็น 7.25 แสนล้านบาท มีสินทรัพย์ 4.21ล้านล้านบาท มีหนี้สิน 4.96 ล้านล้านบาท
ในช่วงเดือนพ.ค.2560 ผมจำได้ว่า คุณจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธปท.ชี้แจงว่า ผลขาดทุน 1.39 แสนล้านบาท เป็นผลจากการตีราคาเงินสำรองระหว่างประเทศ 5.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดทุนทางบัญชี และผลจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยรับจ่าย เพราะในปี 2559 ดอกเบี้ยเงินสกุลสำคัญของโลกตํ่ากว่าดอกเบี้ยเงินบาท จึงทำให้เกิดขาดทุนจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย
[caption id="attachment_279962" align="aligncenter" width="503"]
คุณจันทวรรณ ชี้แจงว่า “การขาดทุนตอนนั้นเกิดจากการตีราคา เงินสำรองระหว่างประเทศที่ประกอบด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ ยูโร เยน ปอนด์ ซึ่งทุกสิ้นปีจะมีการเทียบมูลค่าสินทรัพย์เหล่านี้ในรูปของเงินบาท เพื่อให้ทราบว่าหากจำเป็นต้องขายเงินสำรองทั้งหมดเพื่อแปลงให้อยู่ในรูปเงินบาทแล้ว สถานะการเงินจะเป็นอย่างไรตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งในปี 2559 เงินปอนด์และเงินยูโร อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับเงินบาท จึงขาดทุนจากการตีราคา 5.8 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการขาดทุนทางบัญชี
แต่พอถึงตอนนี้ปี 2560 ปรากฏว่า ฐานะการเงินในฝ่ายการธนาคารของ ธปท.ขาดทุน 71,816 ล้านบาท ทำให้ทั้งยอดขาดทุนสะสมพุ่งขึ้นมาเป็น 879,419 ล้านบาท
เมื่อไปดูไส้ในไล่เลียงไปตั้งแต่ 4 ม.ค.2561 วันที่ 1 ก.พ.2561 วันที่ 1 มีนาคม 2561 พบว่า ยอดขาดทุนสะสมเท่ากันทุกงวดคือ 807,603 ล้านบาท แต่พอถึงวันที่ 19 เม.ย.2561 ยอดการขาดทุนสะสมที่พุ่งพรวดขึ้นมาเป็น 879,419 ล้านบาท
ฝั่งหนี้สิน รายการที่มีนัยสำคัญคือ เงินรับฝากจากรัฐบาลที่มีอยู่ 196,814 ล้านบาทเศษ เพิ่มเป็น 203,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมา 6,726 ล้านบาท เงินรับฝากจากสถาบันการเงินลดฮวบจาก 156,860 ล้านบาท เหลือ 98,337 ล้านบาท หายไป 58,527 ล้านบาท น่าจะตัวเบา
แต่กลับมีหนี้สินอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ 5,455,213.9 ล้านบาท มาเป็น 5,659,678.3 ล้านบาท หนี้สินก้อนนี้เพิ่มมาพรวดเดียว 204,465 ล้านบาท นี่จึงเป็นตัวการที่ทำให้ขาดทุน
คุณจันทวรรณ ออกมาบอกว่าอย่าตกใจธปท. เข้าไปซื้อเงินตราต่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินควร จนอาจจะเป็นผลเสียต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง
คุณจันทวรรณ บอกว่า ในสิ้นปี 2560 ธปท. มีเงินสำรองระหว่างประเทศรวมฐานะการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าประมาณ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นหนึ่งบาทเทียบกับเงินดอลลาร์ ธปท. จะขาดทุนจากการตีราคาทันที 2.4 แสนล้านบาท ในทางตรงกันข้าม ถ้าเงินบาทอ่อนค่าลงหนึ่งบาท ธปท. ก็จะมีกำไรจากการตีราคาทันที 2.4 แสนล้านบาท โดยไม่ต้องทำอะไรเลย
[caption id="attachment_279977" align="aligncenter" width="503"]
ฟังแล้วดูดี ไม่มีปัญหา No Problem แต่คุณจันทวรรณลืมไปว่า ธปท.นั้นมีการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนแบบ “Manange Float” ลอยตัวค่าเงินแบบมีการจัดการ แม้ ธปท.จะเป็นเจ้ามือ แต่ต้องมีการบริหารจัดการในเรื่องค่าเงินให้ดี ไม่ให้แข็งค่า อ่อนค่ามากไป
เขาจึงมอบเครื่องมือในการบริหารจัดการ เครื่องมือแทรกแซงตลาดเพื่อ “รักษาเสถียรภาพ” ไว้หลายด้าน ที่เรียกกันว่า "ดูดดอลลาร์ ปล่อยบาท" สร้างกลไกดูดซับสภาพคล่องเงินส่วนเกิน เพื่อให้มีความสมดุล เรียกว่า "currency sterilization” ผ่านการดำเนินการในตลาดการเงิน “Open Market Operations” ด้วยเครื่องมือการทำธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี “bilateral RP” การสว็อปเงินตราต่างประเทศ “Sell-Buy FX swaps” ผ่านการซื้อสปอร์ต-สว็อป-ฟอร์เวิร์ด เพื่อปรับสภาพคล่องในตลาดการเงิน สภาพคล่องเงินดอลลาร์ในระบบเศรษฐกิจ
ดังนั้น ถ้าคนบริหารจัดการทำให้ในทางบัญชีขาดทุนยับแบบนี้ติดต่อกันมา 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4 ปี คุณคิดว่า “คนที่บริหารจัดการ ทำงานดี หรือทำงานไม่ดี จึงทำให้ในทางบัญชีมีปัญหา”
[caption id="attachment_279964" align="aligncenter" width="503"]
ผมว่าเรื่องนี้คุณจันทวรรณ ไม่ต้องตอบก็ได้ แต่คนที่ต้องตอบในเรื่องนี้ให้ชัดกับสังคมคือ คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มี “อำพน กิตติอำพน” เป็นประธาน “วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยว่า ทำไมบัญชีตัวแดง ขาดทุนสะสมเพิ่มทุกปี แต่กลับจ่ายเงินให้ผู้บริหารตั้งแต่ รองผู้ว่าการ 3 คน -ผู้ว่าการ ธปท. 1 คน คณะกรรมการ ธปท. ติดต่อกันมา 3 ปี ปีละ 62-63 ล้านบาท
เขาเหล่านี้ทำงานดีในการรักษาเสถียรภาพค่าเงิน เสถียรภาพอัตราดอกเบี้ย ชนิดดีเลิศ ประเสริฐศรี ใช่มั้ยครับนายท่าน...โปรดตอบ....
......................................
คอลัมน์ | ทางออกนอกตำรา โดย...บากบั่น บุญเลิศ | หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3364 ระหว่างวันที่ 10-12 พ.ค.2561|
[caption id="attachment_280572" align="aligncenter" width="503"]






