แผนปฏิรูปพลังงาน 6 ด้าน ชู 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ลงทุนเพิ่มกว่า 4 แสนล้าน

09 พ.ค. 2561 เวลา 11:58 น. 741
 

554488 การขาดประสิทธิภาพและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ระหว่างผู้ที่มีบทบาททางด้านพลังงาน ทั้งของภาครัฐ ประชาชน และผู้ประกอบการด้านพลังงาน เป็น 1 ใน 6 ประเด็นสำคัญต้องเร่งปฏิรูปที่ปรากฏอยู่ในแผนปฏิรูปประเทศด้านการบริหารจัดการและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พลังงานของประเทศ

กระจกเงาสะท้อนปัญหาข้างต้นเกิดขึ้นมาต่อเนื่อง เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ ที่มีเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ปักหลักเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการโรงไฟฟ้าเทพา กระทั่งเกิดเป็นบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงกับกระทรวงพลังงาน ให้ชะลอโครงการไว้จนกว่าจะจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่อศึกษาความเหมาะสมว่า พื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา มีความเหมาะสมในการก่อสร้างหรือไม่

1 วันถัดมาปรากฏภาพของ “เครือข่ายปกป้องสิทธิชุมชนคนจังหวัดกระบี่” รวมตัวหน้าที่ว่าการอำเภอเหนือคลองออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับเอ็มโอยูดังกล่าว ตัวอย่างของปัญหาการขาดการมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นของภาคประชาสังคมที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย หากไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลเกิดความเสียหาย ไม่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานของประเทศได้ในอนาคต
Print แยกงานกำกับออกจากปฏิบัติ
ตามแผนการปฏิรูปด้านพลังงานมากกว่า 300 หน้าของคณะกรรมการปฏิรูปฯ เสนอให้รัฐบาลและกระทรวงพลังงานเร่งดำเนินการในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญโดยเสนอให้ปฏิรูปใน 6 ประเด็น ดังนี้

1.ด้านบริการจัดการพลังงาน เสนอให้ปรับองค์กรเพื่อให้การขับเคลื่อนและพัฒนาพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปรับบทบาทและโครงสร้างของกระทรวงพลังงานให้สามารถบริหารสัญญาตามระบบบริหารจัดการปิโตรเลียมรูปแบบใหม่ ทั้งแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) และแบบสัญญาจ้างบริการ (SC)ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้หลักการที่ว่า แยกงานด้านการกำกับ (Regulation) และการดำเนินงาน (Operation) ออกจากกัน ช่วงแรกเสนอให้จัดตั้งกองบริหารสัญญาภายใต้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเพื่อดำเนินการกำกับดูแลโดยผ่านอนุกรรมการปิโตรเลียมที่ทำหน้าที่เป็นคู่สัญญากับผู้ประกอบการ จากนั้นให้จัดตั้งหน่วยงานและแยกออกจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเพื่อรับผิดชอบเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน (Operation)ตามระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต

ทั้งยังเสนอให้จัดตั้ง “ศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ” เพื่อสร้างความเชื่อถือด้านข้อมูลให้บริการประชาชน และเป็นฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของประเทศ และสร้างระบบธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การปฏิรูปและขับเคลื่อนการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่กำหนดบนพื้นฐานการยอมรับของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในการกำหนดนโยบายพลังงานของประเทศ พร้อมเสนอให้จัดตั้งคณะที่ปรึกษา หรือ คณะกรรมการภาคประชาสังคมภายใน 1 ปี รวมถึงมีส่วนร่วมกำหนดพื้นที่ตั้งโครงการลงทุนด้านพลังงานขนาดใหญ่โดยจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี โดยกำหนดเป็นนโยบายหรือแนวปฏิบัติให้มีผลบังคับใช้ใน 1 ปี เป็นต้น

............................
เชกชั่นการเมือง | หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3364 ระหว่างวันที่ 10-12 พ.ค.2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง