15-18 พฤษภาคมนี้ ทีมวิจัยจากธนาคารโลกจะเดินทางมาจัดเก็บข้อมูลเพื่อประกอบการจัดอันดับความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจ (Doing Business 2019) ในประเทศไทย โดยวันที่ 15 พฤษภาคม จะเข้าไปเก็บข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จากนั้นในวันที่ 16 พฤษภาคม จะเข้าพบหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมกฎหมาย ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี
หลังจากเก็บข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเรียบร้อย ในวันที่ 17-18 พฤษภาคม ทีมวิจัยจากธนาคารโลกจะเข้าพบกับภาคเอกชน เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความยากง่ายในการทำธุรกิจในประเทศไทย เสร็จแล้วก็จะนำข้อมูลที่ได้ไปประเมินเพื่อจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศ อื่นๆทั่วโลก
ในปี 2560 อันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของไทยอยู่ที่ 26 จากทั้งหมด 190 ประเทศทั่วโลก ขยับขึ้นมา 30 อันดับจากอันดับ 46 ของโลกในปี 2559 โดยการเข้ามาตรวจการบ้านของธนาคารโลกครั้งนี้มุ่งไปที่ 10 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ 2.ด้านการได้รับสินเชื่อ ในประเด็นการจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ 3. ด้านการขออนุญาตก่อสร้าง 4. ด้านการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง 5. ด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 6. ด้านการขอใช้ไฟฟ้า 7. ด้านการชำระภาษี 8. ด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินที่ดิน 9. ด้านการค้าระหว่างประเทศ และ 10. ด้านการแก้ปัญหาการล้มละลาย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะเวลาจะเข้าไปลงทุนในประเทศไหน เขาจะดูว่าการจดทะเบียนบริษัท การขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน การเสียภาษี ความพร้อมด้านแรงงาน อินเตอร์เน็ต ไฟฟ้า ระบบคมนาคมขนส่งทั้งถนน ท่าเรือ สนามบิน ฯลฯ มีความสะดวกรองรับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน
ตามเป้าหมายของรัฐบาลต้องการผลักดันให้อันดับความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจดีกว่าอันดับที่ 26 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องเร่งปิดจุดอ่อนที่มีอยู่ โดยเฉพาะการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลงที่ยังต้องใช้เวลานานถึง 420 วันเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่ใช้เวลาเพียง 164 วัน การลดค่าใช้จ่ายในการโอนทะเบียนทรัพย์สินของประเทศไทยที่ 7.3% ของมูลค่าทรัพย์สิน
ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 4.3% ที่สำคัญต้องรื้อระบบจ่ายภาษีให้สะดวกขึ้น เพราะภาคธุรกิจเสียเวลากับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก อยู่ลำดับที่ 67 ของโลก กล่าวคือ คนที่เข้ามาลงทุนในไทยต้องใช้เวลาเฉลี่ยในการดำเนินการจัดเตรียม บันทึกข้อมูล และชำระภาษีนานถึง 262 ชั่วโมงต่อปี
..........................
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3363 ระหว่าง วันที่ 6-9 พ.ค.2561