
ข้าพระบาท ทาสประชาชน : “จิตวิญญาณและพลังประชารัฐ”
ตลอดระยะเวลา 4 ปี ของการควบคุมอำนาจการปกครอง และการบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลนี้ เราคงได้ยินวาทะกรรมมากมายหลายประโยค จากรัฐบาลและผู้นำประเทศ อาทิเช่น "เราจะทำตามสัญญญา ขอเวลาอีกไม่นาน" หรือ "ขอคืนความสุขแก่ประชาชน" แถมด้วย "ปัดโธ่! ถามอยู่ได้จะเลือกตั้งเมื่อไหร่” เป็นต้น แต่ในทางนโยบายก็จะได้ยินเรื่องใหม่ ๆให้น่าสนใจอย่างยิ่ง แตกต่างจากรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มา เช่น "ไทยแลนด์ยุค 4.0” หรือ "นโยบายประชารัฐ", “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ", “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออกหรือกฎหมายอีอีซี" เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นการคิดและประดิษฐ์คำเพื่อสื่อสารกับประชาชน หลีกเลี่ยงและไม่ให้ซ้ำกับรัฐบาลประชานิยมของระบอบทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หรือแนวคิดแบบประชาธิปัตย์ อันสะท้อนถึงความพยามยามของรัฐบาลนี้ ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ประชาชนเห็นถึงความแตกต่างและความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานแก้ไขปัญหาประเทศ ที่หมักหมมกันมาในหลายรัฐบาล
ประวัติศาสตร์ชาติอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน แต่ที่ทำให้คิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนได้เด่นชัดที่สุด เห็นจะเป็นประวัติศาสตร์การปฎิวัติของจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อครั้งเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงประเทศ ชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ที่นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ภายใต้การนำของประธาน เหมา เจ๋อ ตุง ในหนังสือสรรนิพนธ์เหมาเจ๋อตุง ได้สรุปบทเรียนการต่อสู้เป็นทฤษฎีการปฏิวัติที่เป็นอมตะไว้ในหนังสือดังกล่าว อย่างเด่นชัด และทรงพลานุภาพที่สุด เป็นปัจจัยสำคัญแห่งชัยชนะของการปฏิวัติในจีน เป็นแบบอย่างให้การต่อสู้ให้ประเทศอื่น ๆ ยึดถือเป็นแนวทาง นั่นก็คือ ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีน กับกองทัพปลดแอกประชาชนจีนหรือกองทัพแดง กับมวลชนชาวนาจีนและพลังแนวร่วมกองหนุนต่างๆ ของการปฏิวัติ
นี่ก็เป็นบทเรียนสำคัญของพลังแห่งอำนาจรัฐกับประชาชน หรือจะเรียกว่า "พลังประชารัฐ" ก็ได้ แต่ถ้าใช้แก้วสามประการ มาเผาบ้านเผาเมือง ช่วยคนผิดปกป้องคนโกง ทำเพื่อประโยชน์ตนเองกับพวกพ้อง ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองสำเร็จ นอกจากติดคุกหัวโตอย่างที่เห็น
ในบ้านเมืองของเรา ใกล้ถึงเวลาเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปตามโรดแมปของรัฐบาล พรรคและนักการเมือง ต่างออกมาเคลื่อนไหวเตรียมการจัดตั้งพรรค จัดขบวนทัพของตนเตรียมพร้อมรับการเลือกตั้ง ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดอย่างที่รัฐบาลและหัวหน้า คสช.ให้คำมั่นไว้กับประชาชนและพรรคการเมือง ปีหน้าเราท่านคงได้เห็นการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ ในจำนวนพรรคการเมืองที่เตรียมจัดตั้งขึ้นใหม่ นอกจากพรรคการเมืองเก่าที่คุ้นหน้า มีพรรคหนึ่งจดแจ้งการจัดตั้งขึ้นชื่อ "พรรคพลังประชารัฐ" ที่ข่าวทุกสำนักรายงานตรงกันว่า เป็นพรรคที่คณะรัฐมนตรีคนสำคัญในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ สนับสนุนการจัดตั้ง และหวังที่จะให้เป็นพรรคการเมืองหลักพรรคหนึ่ง ที่จะมาสนับสนุนการเข้าสู่ตำแหน่งของท่านนายกฯ ประยุทธ์
แต่ถ้าพรรคการเมือง และฝ่ายอำนาจรัฐ คิดถึงแต่อำนาจและประโยชน์ตนกับพวกพ้อง และสรรหาคำไพเราะ เพียงแต่ให้เสนาะหู เอาชื่อประชารัฐ หรือพลังประชารัฐ มาใช้โดยไม่เข้าใจจิตวิญญาณและความหมายของคำดังกล่าว ที่สุดก็เสียของ ไร้ค่า ยากที่จะทำการใหญ่ของบ้านเมืองให้สำเร็จได้ขอให้เป็นประชารัฐของจริง ก็ยินดียกมือสนับสนุนครับ
..................................
คอลัมน์ | ข้าพระบาท ทาสประชาชน หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศราฐกิจ ฉบับ 3356 ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย.2561






