
ข้าพระบาท ทาสประชาชน : วีรบุรุษประชาธิปไตย กับสายลมของการเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ถึง 3 รอบ เป็นเวลารวมกันมากกว่า 20 ปี ทำให้มหาวิทยาลัยรังสิตมีความโดดเด่นเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนขั้นนำของประเทศ มีชื่อเสียงในระดับโลก ท่านเป็นนักอะไรต่อมิอะไรมากมาย แต่เมื่อผู้เขียนขอให้นิยามตนเองว่าท่านเป็นนักอะไรที่แท้จริง ท่านกลับนิยามตนเองแบบถ่อมตนว่า "ผมเป็นนักล้มเหลว" อันสวนทางกับความสำเร็จมากมายที่ท่านได้ทำมา หรืออาจจะเป็นข้อคิดให้เราท่านได้ศึกษาว่า "ความล้มเหลว เป็นแม่แห่งความสำเร็จ” ก็เป็นได้
ในหนังสือได้สัมภาษณ์จากปากคำของ ดร.อาทิตย์ และได้บันทึกถึงสถานการณ์ภายหลังเหตุการณ์นองเลือดนั้นว่า "การเมืองช่วงนั้นแบ่งขั้วกันชัดเจนสองฝ่าย เป็นฝ่ายพรรคเทพและพรรคมาร" พรรคเทพคือ พรรคร่วมฝ่ายค้าน 4 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย์ ความหวังใหม่ พลังธรรม และเอกภาพ ส่วนพรรคมารคือ พรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรคคือ สามัคคีธรรม ชาติไทย กิจสังคม ประชากรไทย และราษฎร
ด้วยเหตุนี้ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ จึงเป็นผู้เดียวที่มีอำนาจเสนอชื่อนายกเพื่อโปรดเกล้าฯ การล็อบบี้วิ่งเต้นเพื่อให้ ดร.อาทิตย์ เสนอชื่อ พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ เป็นไปอย่างเข้มข้น มีการเสนอตำแหน่ง รมว.มหาดไทยให้จากพรรคร่วมรัฐบาลขณะนั้น หรือ ดร.อาทิตย์ อยากได้อะไรพรรคร่วมรัฐบาลก็ยอมทั้งนั้น มีการหลอกล่อเอาตัว ดร.อาทิตย์ ให้ไปเที่ยวพักผ่อนที่โรงแรมถึงสามเหลี่ยมทองคำ แล้วใช้บรรดา ส.ส.คอยเป็นหน่วยอารักขาควบคุมไม่ให้คาดสายตา ในช่วงระหว่างเวลาก่อนจะมีการเสนอชื่อบุคคลขึ้นเป็นนายกฯ
โดยท่านได้พยายามติดต่อเข้าพบและหารือขอคำปรึกษาบุคคลสำคัญๆของบ้านเมืองในขณะนั้น ในหนังสือก็บันทึกไว้ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี หรือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี ในที่สุดเมื่อถึงวันเวลาที่ท่านต้องตัดสินใจ ท่านเลือกที่จะเสนอชื่อ นายอานันท์ ปันยารชุน ที่ ดร.อาทิตย์ ได้พยายามติดต่อให้มารับตำแหน่งนายกฯ เพราะเห็นว่าเหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมืองขณะนั้น ทั้งเป็น "บุคคลที่มีความพร้อมที่สุด เพิ่งออกไปหมาดๆเลย ไม่ต้องมาฟอร์มรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีใหม่ โดยให้มาอยู่แค่สามเดือน แล้วยุบสภา" คุณอานันท์ เมื่อถูกทาบทามจริงจังหลายครั้ง พร้อมด้วยเหตุผลเพื่อชาติบ้านเมืองที่สุดจึงยอมรับ
โดยบอกกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า "ผมไม่สามารถเสนอชื่อ พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ เป็นนายกได้หรอก เพราะบ้านเมืองพังแน่ นองเลือดกันแน่นอน ผมต้องเสนอชื่อคุณอานันท์ ปันยารชุน"
ทั้งหมดหาอ่านในหนังสือเล่มดังกล่าวได้ คำว่า "วีรบุรุษประชาธิปไตย” จึงเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้น ผมเขียนบทความนี้ ไปพร้อมกับได้ยินเสียงเพลง "wind of Change" สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงของ Scorpions ดังลอยมาเหมือนกำลังพัดผ่านประเทศไทย ใครที่คิดสืบทอดอำนาจควรฟังอย่างยิ่งครับผม
.........................
คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน / หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3352 ระหว่างวันที่ 29-31 เม.ย.2561






