
‘ประยุทธ์’ต้องกล้า ขจัดคอร์รัปชัน
การทุจริตโกงเงินคนจนคนไร้ที่พึ่งที่ถูกจุดประกายการตรวจสอบมาจากนางสาวปณิดา ยศปัญญา นักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคามและนางสาวณัฐกานต์ หมื่นพลอดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น ขยายวงลุกลามไปเกือบครึ่งค่อนประเทศ จากการเข้าตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐหรือ ป.ป.ท. สะท้อนให้เห็นปัญหาคอร์รัปชันลงถึงระดับรากในสังคมไทย และนับวันมีแต่จะหนักข้อขึ้นเรียกว่าโกงกันทุกระดับ โกงกระทั่งคนที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียง คนด้อยโอกาส
พฤติกรรมการโกงการทุจริต ไม่ได้สลับซับซ้อน แค่ปลอมเเปลงเอกสารทางราชการ ใช้ชื่อบุคคลอื่นในการเบิกเงิน จ่ายเงินไม่ครบหรือไม่จ่ายเลย หลอกขอเอกสารหรือลายเซ็น เเก้ไขหลักฐานการจ่ายเงิน ใช้เอกสารไม่ถูกต้องเเต่สามารถเบิกเงินได้ หรือกรณีผู้มาขอเบิกเงินคุณสมบัติไม่ครบ ไม่สามารถเบิกเงินได้ แต่กระทำหลักฐานขึ้นมาขอเบิกเงินแทนเข้ากระเป๋าเจ้าหน้าที่รัฐและพรรคพวกอย่างเป็นกระบวนการ ซึ่งพฤติกรรมการโกงเงินคนจน คนไร้ที่พึ่งเหล่านี้สุดที่จะรับได้ เป็นพฤติกรรมที่น่าละอายอย่างที่สุดนอกเหนือจากความผิดวินัยและอาญา
การพัฒนาประเทศไม่ว่าจะวาดแผนให้สวยหรูเพียงใด ไม่ว่าจะโรดโชว์เชิญชวนต่างชาติให้เข้ามากี่ครั้งกี่รอบ กำหนดโครงการดี ให้สิทธิประโยชน์มากมายเพียงใด แต่หากไม่แก้ปมปัญหาคอร์รัปชัน หรือหาทางบรรเทาเบาบางปัญหานี้ลง นักลงทุนต่างชาติก็ไม่มาอยู่ดี โดยนักลงทุนพวกนี้จะมองปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ เป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจเข้ามาลงทุน ที่สำคัญภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาต่างชาติหนักไปในทางย่ำแย่กับประเด็นปัญหานี้
......................
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศราฐกิจ /ฉบับ 3349 ระหว่างวันที่ 18-21 มี.ค.2561






