
ทางออกนอกตำรา : เบื้องลึก โรงงานยาสูบถังแตก!
1.ขอกู้เงินมาใช้ในการลงทุนติดตั้งเครื่องจักรที่โรงงานยาสูบแห่งใหม่ในปีนี้ 2,900 ล้านบาท จากงบลงทุนทั้งหมด 7,000 ล้านบาท
2.ขอกู้เงินมาใช้เสริมสภาพคล่องที่จะเริ่มมีผลกระทบตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อนำมาจ่ายเป็นเงินเดือนให้กับพนักงาน
เธอบอกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่โรงงานยาสูบต้องขอกู้เงิน โดยให้กระทรวงการคลังมาช่วยคํ้าประกันให้
เธอบอกว่า ตั้งแต่ปรับภาษีสรรพสามิตใหม่ ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดในปีนี้ลดฮวบลงเหลือ 56% จากเดิมมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ไม่ตํ่ากว่า 80% จำนวนผลิตลดลงเหลือ 18,000 ล้านมวน จากเดิม 30,000 ล้านมวน
ใครตกใจหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ผมเชื่อว่า บรรดาพนักงานโรงงานยาสูบตกใจ ขวัญหนีดีฝ่อกันทั้งคลองเตย
ไม่ตกอกตกใจกันก็เกินเลยไปแล้วครับพี่น้อง...
ตอนนั้นผมจำได้คุณดาวน้อยบอกว่า โรงงานยาสูบประเมินว่าจะทำให้ในปีงบประมาณ 2561 นี้ อาจประสบภาวะขาดทุน 1,575 ล้านบาท จนไม่มีเงินนำส่งรัฐ จากปกติที่ต้องนำส่ง 88% ของกำไรสุทธิทุกปี อย่างเช่น ในปีงบประมาณ 2560 ที่มีกำไรสุทธิ 9,344.37 ล้านบาท ต้องนำส่งรายได้ 8,816.56 ล้านบาท
ผมจำได้ตอนนั้นต่อรองกันหลายรอบแต่สุดท้ายกระทรวงการคลังก็ไม่ถอย....ตอนนี้ฝีแตกครับ...
แต่ใครก็ไม่เชื่อว่าภายในไม่ถึงเวลา 4-5 เดือน โรงงานยาสูบจะถังแตกไปได้
ภาษีใหม่ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา เก็บภาษีทั้งจากปริมาณ และราคาขายปลีก คือ เก็บภาษีมวนละ 1.20 บาท หรือซองละ 24 บาท เท่ากันทั้งบุหรี่ไทยของโรงงานยาสูบ และบุหรี่นอก บวกด้วยภาษีที่คิดตามราคาขายปลีก บุหรี่ที่ขายซองละไม่เกิน 60 บาท เสียภาษี 20% เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นจะขึ้นภาษีเป็น 40% เพื่อให้โรงงานยาสูบมีเวลาปรับตัว
ส่วนบุหรี่ที่ขายกันซองละ 60 บาทขึ้นไป เสียภาษี 40% ทันที
ขณะที่บุหรี่ต่างประเทศขายกันซองละ 70 บาทขึ้นไป
ขณะที่บุหรี่นอกหลายยี่ห้อลดราคาขายปลีกจากกว่า 70-75 บาท ลงมาเหลือเพียงซองละ 60 บาท เพื่อเสียภาษีในอัตรา 20%
ลูกค้า ชาวบ้านทั่วไป สิงห์อมควันทั้งหลายที่เคยสูบบุหรี่ไทย หันมาสูบบุหรี่นอกเกลื่อนเมืองเพราะราคา 60 บาทเท่ากัน แต่ได้ยกระดับการสูดควันขึ้นไปสูบบุหรี่นอกกันจำนวนมาก
ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนาวบุหรี่นอกยี่ห้อที่ใช้กลยุทธ์ด้านราคาแบบ ขายดีเทนํ้าเทท่า จนหลายยี่ห้อขาด
บริษัทบุหรี่ต่างประเทศที่ปรับลดราคาลงมาแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของบุหรี่ไทยไปมาก จนทำให้ยอดขายบุหรี่ของโรงงานยาสูบลดลงเกือบ 50%
ขณะที่ยอดขายบุหรี่ของโรงงานยาสูบตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ลดลงอย่างน่าตกใจ ยอดขายของโรงงานยาสูบลดลง จึงน่าจะมาจากการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดมากกว่าโครงสร้างภาษีใช่หรือไม่
แล้วบรรดานายทหาร คนของกระทรวงการคลัง ที่ไปนั่งเป็นกรรมการในโรงงานยาสูบจะทำอย่างไร....ใครช่วยบอกที
ชมย้อนหลัง...
ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ : เบื้องหลังยาสูบถังแตก พิษภาษีหรือบริหาร?
ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ | อะไรทำให้ 'โรงงานยาสูบ' ถังแตก! "ภาษี-บริหาร" (05/03/61)
..........................
คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา/ หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3346 ระหว่างวันที่ 8-10 มี.ค.2561






