
ทางออกนอกตำรา : ยึดอำนาจจากมหาชน เรื่องใหญ่ในตลาดหุ้น
ใครจะว่าอย่างไรผมไม่รู้ แต่ผมเห็นว่า นี่คือการให้อำนาจสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการใช้ดุลพินิจตามกฎหมายเข้าไป “ควบคุมกิจการ” ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯชนิดที่ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร เจ้าของกิจการเอกชน ไม่มีสิทธิมีเสียง
ความต่างอยู่ที่ที่กฎหมาย ก.ล.ต.นั้นคือการก้าวล่วงเข้าไปใช้สิทธิแทนผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจเหนือกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เหนือกฎหมายบริษัทมหาชน เนื่องจากให้เข้าไปมีอำนาจสั่งให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ในกรณีที่ไม่สามารถใช้กลไกปกติในการแก้ปัญหาได้ จะช่วยทำให้บริษัทจดทะเบียนสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามในวงกว้าง
ขณะที่พ.ร.บ.สถาบันการเงิน และพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศให้อำนาจแบงก์ชาติเข้าไปดูแลผู้ฝากเงินที่สถาบันการเงินนำเงินฝากของคนจำนวนมากไปปล่อยกู้หากำไร และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ
นี่คือเรื่องใหญ่ที่บริษัทมหาชนจำกัด เอกชนต้องรับรู้และศึกษา ว่าอำนาจพิเศษนั้นเข้าไปรอนสิทธิ์ใครหรือไม่
แต่อำนาจที่ให้จากร่างกฎหมายใหม่นั้น ให้อำนาจเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของบริษัทจำกัด (มหาชน) แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ข้อมูลเบื้องต้นที่กระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์ และก.ล.ต.อธิบายว่า มติดังกล่าว เพื่อ
1.ปรับปรุงบทนิยามการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ทุนจดทะเบียนขั้นตํ่าและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทที่รัฐมนตรีกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้กฎหมายมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับนวัตกรรมและบริการรูปแบบใหม่ ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง หลากหลาย ด้วยค่าใช้จ่ายที่ตํ่าลง
2. เพิ่มกลไกในการแก้ไขปัญหาของบริษัทจดทะเบียน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการ ก.ล.ต) มีอำนาจสั่งให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ในกรณีที่ไม่สามารถใช้กลไกปกติในการแก้ปัญหาได้ จะช่วยทำให้บริษัทจดทะเบียนสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามในวงกว้าง
3. ปรับปรุงการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
5. ปรับปรุงบทกำหนดโทษ โดยการปรับปรุงบทกำหนดโทษและการเปรียบเทียบความผิด เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าว
อาจดูดีมีสาระ แต่อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจพิเศษในมาตรา 44 ทำการรัฐประหารตลาดทุนไปแล้ว (ดูกราฟิกประกอบ)
คราวนี้มาให้อำนาจตาม มาตรา 89/33 ให้อำนาจก.ล.ต.เบ็ดเสร็จไปจัดการ คำถามคือ ที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายเดิมเต็มที่หรือยัง ทำไมปล่อยให้บริษัทจำกัดมหาชนทำผิดกฎหมายเต็มไปหมด มีกรรมการไม่ครบก็ได้ รอนสิทธิ์ผู้ถือหุ้นก็ทำได้
ถ้ายังไม่ทำอย่างเต็มที่อย่าไปให้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเลยครับ
………………….
คอลัมน์: ทางออกนอกตำรา / หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3345 ระหว่างวันที่ 4-7 มี.ค.2561






