
ตุรกีช้ำหนัก ระเบิดย่านท่องเที่ยว l โอฬาร สุขเกษม
ตะวันออกกลางวันนี้ “ดุ” ขึ้นทุกวัน แต่ข่าวสารก็ต้องตรึกตรองให้ดี ข้อเท็จจริงอาจไม่เป็นอย่างที่โฆษกพูด บางทีสิ่งที่บอกอาจไม่เป็นความจริงก็ได้ อย่างเหตุการณ์ระเบิดในนครอิสตันบูลเมืองหลักเมืองหนึ่งของตุรกีเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 เวลาประมาณ 10:20 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุ “ระเบิดฆ่าตัวตาย” ทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศชาวเยอรมัน เสียชีวิตไป 10 คน บาดเจ็บ 15 คน คนบาดเจ็บเป็นคนสัญชาติเยอรมัน นอร์เวย์ เปรู และเกาหลีใต้
ประธานาธิบดีของตุรกีบอกว่า ห้ามสื่อออกข่าวเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวต่างประเทศว่า เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายใกล้สุเหร่าสีฟ้าที่เมืองอิสตันบูลประเทศตุรกี ต่อมาภายหลังก็มีรายงานข่าวที่ชัดขึ้นว่า เหตุที่เกิดนั้นเกิดที่ลานรอบอนุสาวรีย์เสาหินจากอียิปต์หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด ซึ่งความจริงแล้วก็อยู่บริเวณติดกันนั่นเอง และจะว่าไปแล้วก็ย่านเดียวกันกับวิหารเซ้นท์โซเฟียอันโด่งดังของตุรกีนั่นหล่ะครับ
สุเหร่าสีฟ้าเป็นสุเหร่าที่ยังใช้ปฏิบัติศาสนากิจอยู่ทุกวันนี้ เป็นสุเหร่าที่ใหญ่มากและทางการตุรกีก็ใจกว้างเปิดให้คนเข้าออกได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นชาวตะวันออกกลางหรือชาวต่างประเทศ สามารถเดินเข้าไปประกอบกิจละหมาดหรือเข้าไปเยี่ยมชมได้ ผมก็เคยไปชมภายในสุเหร่าแห่งนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ภายในกว้างขวาง มีทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื่อชาติเดินเข้าเดินออก หรือไปปฏิบัติศาสนากิจตามศาสนามุสลิม สุเหร่าแห่งนี้สร้างได้อลังการอยู่ประกบกับวิหารเซ้นท์โซเฟียที่ชาวคริสต์สร้างเอาไว้ ซึ่งต่อมาภายหลังวิหารเซ็นท์โซเฟียปรับปรุงใหม่ให้เป็นสุเหร่ามุสลิม
สุเหร่าสีฟ้าปูด้วยกระเบื้องอิชนิคสีฟ้า ลวดลายตกแต่งภายในงดงามมาก มีหอมินาเร็ตจำนวน 6 หอ หลังจากชมที่นี่กันแล้วก็ต้องพากันไปชมจัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ดหรือเดิมมีชื่อว่า “ฮิปโปโดรม” สนามแข่งรถม้าในสมัยที่ชาวโรมันยึดครอง จุดเด่นของที่นี้ก็มีเสาหินโอเบลิสก์จากประเทศอียิปต์ที่จักรพรรคดิเธโอโดเซียสย้ายจากอียิปต์มาตั้งไว้ที่อิสตันบูล ความสูงของเสา 20 เมตร ปลายยอดเสาแกะสลักเป็นภาพฟาโรห์คุกเข่าถวายสักการะแด่สุริยเทพและฉากการรบในสงคราม ส่วนฐานเสาสร้างในอิสตันบูลมีภาพสลักเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการขนย้ายเสามาจากอียิปต์ จากนั้นก็เดินต่อเพื่อเยี่ยมชมวิหารเซ้นต์โซเฟีย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2559 สื่อต่างประเทศรายงานว่าทางการตุรกีได้จับกุมชาวรัสเซีย 3 ราย ด้วยข้อหาต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสหรือขบวนการรัฐอิสลาม แต่ก็ยังไม่ระบุชัดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ที่ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าเมื่อปีที่แล้วเกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในตุรกี คือที่เมืองซูรุคและกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกีและกลุ่มไอเอสถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังของการระเบิด 2 ครั้งดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน แต่เหตุครั้งล่าสุดนี้ก็ยังไม่มีใครออกมายอมรับว่าเป็นฝีมือของกลุ่มตน ขณะที่ฝ่ายที่ไม่พอใจรัฐบาลมีอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน อาทิ กลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด หรือกลุ่มหัวเอียงซ้ายในตุรกี เป็นต้น
หลังเกิดเหตุใหม่ๆ ตุรกีก็ระบุว่าเป็นฝีมือของคนที่มีรากเหง้าจากประเทศซีเรีย (เขาว่าเกิดในซาอุดีอาระเบีย) แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรแน่อีกไม่นานคงได้รับคำตอบ รวมไปจนถึงการจับกุมชาวรัสเซีย 3 คนด้วย ดูเหมือนว่าทั้งคนที่ระเบิดฆ่าตัวตาย กับคนที่ถูกจับกุมใหม่จะยืนอยู่คนละข้างกับรัฐบาลตุรกีชัดเจน
ประธานาธิบดีของตุรกีบอกว่า ห้ามสื่อออกข่าวเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวต่างประเทศว่า เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายใกล้สุเหร่าสีฟ้าที่เมืองอิสตันบูลประเทศตุรกี ต่อมาภายหลังก็มีรายงานข่าวที่ชัดขึ้นว่า เหตุที่เกิดนั้นเกิดที่ลานรอบอนุสาวรีย์เสาหินจากอียิปต์หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด ซึ่งความจริงแล้วก็อยู่บริเวณติดกันนั่นเอง และจะว่าไปแล้วก็ย่านเดียวกันกับวิหารเซ้นท์โซเฟียอันโด่งดังของตุรกีนั่นหล่ะครับ
สุเหร่าสีฟ้าเป็นสุเหร่าที่ยังใช้ปฏิบัติศาสนากิจอยู่ทุกวันนี้ เป็นสุเหร่าที่ใหญ่มากและทางการตุรกีก็ใจกว้างเปิดให้คนเข้าออกได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นชาวตะวันออกกลางหรือชาวต่างประเทศ สามารถเดินเข้าไปประกอบกิจละหมาดหรือเข้าไปเยี่ยมชมได้ ผมก็เคยไปชมภายในสุเหร่าแห่งนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ภายในกว้างขวาง มีทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื่อชาติเดินเข้าเดินออก หรือไปปฏิบัติศาสนากิจตามศาสนามุสลิม สุเหร่าแห่งนี้สร้างได้อลังการอยู่ประกบกับวิหารเซ้นท์โซเฟียที่ชาวคริสต์สร้างเอาไว้ ซึ่งต่อมาภายหลังวิหารเซ็นท์โซเฟียปรับปรุงใหม่ให้เป็นสุเหร่ามุสลิม
สุเหร่าสีฟ้าปูด้วยกระเบื้องอิชนิคสีฟ้า ลวดลายตกแต่งภายในงดงามมาก มีหอมินาเร็ตจำนวน 6 หอ หลังจากชมที่นี่กันแล้วก็ต้องพากันไปชมจัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ดหรือเดิมมีชื่อว่า “ฮิปโปโดรม” สนามแข่งรถม้าในสมัยที่ชาวโรมันยึดครอง จุดเด่นของที่นี้ก็มีเสาหินโอเบลิสก์จากประเทศอียิปต์ที่จักรพรรคดิเธโอโดเซียสย้ายจากอียิปต์มาตั้งไว้ที่อิสตันบูล ความสูงของเสา 20 เมตร ปลายยอดเสาแกะสลักเป็นภาพฟาโรห์คุกเข่าถวายสักการะแด่สุริยเทพและฉากการรบในสงคราม ส่วนฐานเสาสร้างในอิสตันบูลมีภาพสลักเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการขนย้ายเสามาจากอียิปต์ จากนั้นก็เดินต่อเพื่อเยี่ยมชมวิหารเซ้นต์โซเฟีย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2559 สื่อต่างประเทศรายงานว่าทางการตุรกีได้จับกุมชาวรัสเซีย 3 ราย ด้วยข้อหาต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสหรือขบวนการรัฐอิสลาม แต่ก็ยังไม่ระบุชัดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ที่ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าเมื่อปีที่แล้วเกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในตุรกี คือที่เมืองซูรุคและกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกีและกลุ่มไอเอสถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังของการระเบิด 2 ครั้งดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน แต่เหตุครั้งล่าสุดนี้ก็ยังไม่มีใครออกมายอมรับว่าเป็นฝีมือของกลุ่มตน ขณะที่ฝ่ายที่ไม่พอใจรัฐบาลมีอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน อาทิ กลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด หรือกลุ่มหัวเอียงซ้ายในตุรกี เป็นต้น
หลังเกิดเหตุใหม่ๆ ตุรกีก็ระบุว่าเป็นฝีมือของคนที่มีรากเหง้าจากประเทศซีเรีย (เขาว่าเกิดในซาอุดีอาระเบีย) แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรแน่อีกไม่นานคงได้รับคำตอบ รวมไปจนถึงการจับกุมชาวรัสเซีย 3 คนด้วย ดูเหมือนว่าทั้งคนที่ระเบิดฆ่าตัวตาย กับคนที่ถูกจับกุมใหม่จะยืนอยู่คนละข้างกับรัฐบาลตุรกีชัดเจน






