
ทางออกนอกตำรา : ยกแรก ‘เค้กปิโตรเลียม’ ขาใหญ่พรึ่บ
เป็นข้อยุติ เมื่อ ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ออกมาชี้แจงว่า จะเสนอกรอบการประมูลแหล่งปิโตรเลียมบงกช และเอราวัณ ที่จะหมดอายุสัมปทานลงในปี 2565-2566 เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันที่ 7 มี.ค.2561
[caption id="attachment_262662" align="aligncenter" width="503"]
ก่อนจะเปิดเงื่อนไขการประมูล (TOR) ในหลากหลายรูปแบบในเดือน เม.ย.2561 หลังจากนั้นจะทำการคัดเลือกผู้ประมูล เชื่อว่าจะรู้ผลได้ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.2561
“เมื่อรู้ผลก็จะเจรจาต่อรองกับผู้ได้รับคัดเลือก เพื่อนำไปสู่การลงนามสัญญาได้ในเดือน ก.พ.2562 เรื่องเปิดประมูลใหม่ต้องเกิดความชัดเจนภายในปีนี้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน” ศิริ กล่าว
ในเบื้องต้นกำหนดกรอบการประมูลหลัก 2 ประเด็น คือ 1.ในการลงทุนขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณและบงกชนั้น เอกชนที่จะเข้ามาดำเนินการจะต้องผลิตก๊าซธรรมชาติจากทั้ง 2 แหล่ง ให้ได้ไม่ตํ่ากว่า 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน
2.ก๊าซธรรมชาติที่ขุดได้จะจำหน่ายให้ในราคาที่ไม่สูงกว่าราคาปัจจุบัน ขณะที่ปัจจุบันทั้ง 2 แห่งมีกำลังการผลิตรวมที่ 2,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน
ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องดำเนินการให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับการประมูล เพราะหากยังไม่มีความชัดเจนอาจจะทำให้เอกชนรายเดิมไม่ลงทุนต่อเนื่อง หรืออาจไม่เข้ามาลงทุนก็จะก่อให้เกิดความเสียหายได้
แต่ผลเสียที่เกิดขึ้น และเป็นที่น่ากังวลหากรายใหม่หรือรายเล็กๆ ชนะประมูลขึ้นมา จะส่งผลทำให้การผลิตสะดุดลง เพราะมีข้อเสียเปรียบกว่ารายเก่า ที่มีข้อมูลด้านการผลิต บุคลากรมีความเชี่ยวชาญ ที่ดำเนินการผลิตมาแล้ว 30 ปี และพัฒนาเทคโนโลยีดังนั้น หากรายใหม่ชนะการประมูล ก็ต้องทำการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน หรือเริ่มนับหนึ่งใหม่ หากไม่สามารถรักษาเสถียรภาพทางการผลิตได้ จะกระทบต่อการจัดหาก๊าซแอลเอ็นจีจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น
เพราะหากกำลังการผลิตก๊าซหายไป 2 พันล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน เท่ากับว่า จะต้องนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีกว่า 14 ล้านตัน/ปี จากปัจจุบันที่นำเข้าอยู่ราว 4-5 ล้านตัน/ปี
แต่ตัวแปรสำคัญอยู่ที่รายใหม่ 2 ราย กลุ่มแรกที่ประกาศชิงเค้กก้อนนี้แน่นอนคือ กลุ่ม CNOOC (China National Offshore Oil Corporation) จากจีนพร้อมเข้ามาแข่งขัน
กลุ่มนี้มีความเกี่ยวพันทั้งทางตรงและทางอ้อมกับเศรษฐีเมืองไทย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทักษิณชินวัตร กับ กลุ่มโสภณพนิช ชนิดที่ยากจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบัน มูบาดาลา ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) มีกำลังผลิตปิโตรเลียมรวม 3 หมื่นบาร์เรล/วัน จาก 3 แหล่งในประเทศไทย คือ แหล่งมโนราห์ แหล่งนงเยาว์ และแหล่งจัสมิน
ปัจจุบันบริษัทกลุ่มมูบาดาลา จ้างพนักงานคนไทยอยู่จำนวนมาก แค่ระฆังลั่น ปี่กลองเชิด สนามปิโตรเลียมก็ร้อนฉ่าขึ้นมาแล้ว นี่ไม่นับการขยับตัวของกลุ่มขาต้านพลังงานที่จะเข้มข้นร้อนแรงมากขึ้น
ฉบับหน้าผมจะพาไปดูรายละเอียดของข้อกฎหมายที่เปิดทางให้รัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือในการขุดเจาะปิโตรเลียม ขุมทรัพย์แสนล้านในอ่าวไทย
....................
คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา/ หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3343 ระหว่างวันที่ 25-28 ก.พ.2561






