
ข้าพระบาท ทาสประชาชน : ทศวรรษใหม่ ของกสทช.
เมื่อรัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระดังกล่าวขึ้น สภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีการตราพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 เพื่อจัดตั้ง กสทช.นับแต่นั้นมา กสทช. จึงได้มีบทบาทหน้าที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญตลอดมา จนเมื่อครบกำหนด 10 ปี เกิดการปฏิวัติยึดอำนาจและยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2540 กสทช.จึงมีการเปลี่ยนแปลงเพราะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2550 แต่ก็ยังคงหลักการเดิมคือ รัฐธรรมนูญ 2550 ได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 47 แต่ได้มีการยกเลิก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2543 โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติขณะนั้น และได้ตราพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาบังคับใช้แทนจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันโลกเริ่มเข้าสู่ยุคระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล ที่เทคโนโลยีดิจิตอลจะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการทำงานเท่านั้น หากแต่มันจะหลอมรวมเข้ากับชีวิตคน และกำลังเปลี่ยนโครงสร้างรูปแบบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กระบวนการผลิต การค้า การบริการ และกระบวนการทางสังคมอื่นๆ รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลไปอย่างสิ้นเชิง ประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังเร่งนำเทคโนโลยีดิจิตอล มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เพิ่มโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยได้มีการตราพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ.2560 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 มีผลบังคับใช้แล้ว
ก้าวขึ้นสู่ปี 2561 ถือได้ว่า กสทช.กำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ภายใต้บริบททางสังคมและพลวัตของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีดิจิตอล ที่เข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิต และต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของโลกยุคปัจจุบัน กสทช.ในทศวรรษใหม่ จำต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่ท้าทายนี้
แต่อย่างไรก็ตาม กสทช.จักต้องยึดมั่นและระลึกไว้เสมอก็คือ พระบรมราชโองการโปรดเก้ลาฯ ที่พระราชทานในโอกาสครบรอบสถาปนา 100 ปี กรมไปรษณีย์โทรเลข และวันสื่อสารแห่งชาติ 4 สิงหาคม 2526 ซึ่งผู้เขียนขอคัดมาบางส่วนดังนี้
“ทุกฝ่ายและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของประเทศ จึงควรได้ร่วมมือกันดำเนินงานและประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิดและสอดคล้อง สำคัญที่สุดควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการและเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลึกและกว้างขวาง แล้วพิจารณาเลือกเฟ้นส่วนที่ดี มีประสิทธิภาพแน่นอนมาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม ให้พอเหมาะพอสมกับฐานะและสภาพบ้านเมืองของเรา เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติมีโอกาสได้พัฒนาอย่างเต็มที่ และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ สังคมและเสถียรภาพของบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์แท้จริง”
......................
คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน/ หนังสือพิมพ์ฐานเศราฐกิจ /ฉบับ 3342 ระหว่างวันที่ 22-24 ก.พ.2561






