
ทางออกนอกตำรา : ดับไฟโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ที่ต้องชื่นชม เพราะนี่คือการยอมถอยหลัง 3 ก้าวของภาครัฐที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย ไม่ใช่ยืนแข็งสุดโต่งเช่นในอดีต
และนี่อาจเป็นลายเซ็นรัฐมนตรีที่มีค่ามากในประวัติศาสตร์พลังงานไทย ที่รัฐมนตรีคนไหนก็ไม่กล้าลงนาม แต่ดร.ศิริ กล้าทำ
ไปดูเงื่อนไขที่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกัน จะเห็นถึงการรอมชอมในการแก้ปัญหามวลชน ที่รัฐบาลควรใช้เป็นแม่แบบในการแก้ปัญหากับชุมชนในระยะยาว
1. เครือข่ายปกป้อง 2 ฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับ ดร.ศิริ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานประเมินผลกระทบถึงยุทธศาสตร์ว่า พื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา มีความเหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่
2. การดำเนินการจะต้องทำโดยนักวิชาการที่มีความเป็นกลาง และทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับ
4. ขอให้ กฟผ.ถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพหรือ EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ฉบับใหม่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใน 3 วันเพื่อยุติความขัดแย้งของคนในพื้นที่ กระบี่ และอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
5. ทันทีที่ได้ข้อยุติกลุ่มผู้ชุมนุมและแกนนำก็เก็บข้าวของเดินทางกลับบ้านทันที
ถือเป็นการเจรจาข้อขัดแย้งของมวลชนอย่างมีปัญญา และถือเป็นการยกระดับทางความคิดของการเมืองภาคพลเมือง และการตัดสินใจทางนโยบาย ที่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา
การกระทำเช่นนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่า รัฐใช้กำลังขู่เข็ญกระทำชำเราคนปักษ์ใต้ โดยไม่มีทางเลือก
ผมไปตรวจสอบกำลังการใช้ไฟฟ้าและการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ พบข้อมูลว่าปัจจุบันมีกำลังผลิตจริงอยู่ที่ 2,624 เมกะวัตต์ จากกำลังผลิตติดตั้ง 2,788 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นจากโรงไฟฟ้าจะนะ และโรงไฟฟ้าขนอม รวม 2,024 เมกะวัตต์
ที่เหลือมาจากโรงไฟฟ้าพลังนํ้า (เขื่อน) 108 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าชีวมวล 29 เมกะวัตต์
เป็นไฟฟ้าที่ส่งผ่านมาจากสายส่งจากภาคกลางลงไปอีก 460 เมกะวัตต์
นี่จึงเป็นเงื่อนไขว่าภาคใต้ยังคงอยู่ในภาวะไฟฟ้าตกและดับได้ หากว่าไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้ามารองรับ
คำถามคือ เป็นจริงเช่นนั้นหรือไม่ ในกทม.มีโรงไฟฟ้าที่ผลิตเพียงพอกับความต้องการหรือไม่
คำตอบคือ ไม่พอ...
แล้วที่กทม.เขาทำอย่างไร ใช่ซื้อไฟมาจากที่อื่นหรือไม่ ถ้าใช่เขาทำอย่างไร...ภาคใต้ก็ควรทำเช่นนั้น อย่ามาบอกว่า คนใต้ใช้ไฟก็ต้องสร้างโรงไฟฟ้าที่ภาคใต้นะครับ…
เรื่องนี้ต้องทำทันที อย่าไปลังเลว่า ต้นทุนจะสูง ไม่ว่าสูงไม่สูงก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำอยู่แล้ว
ต่อมาก็ควรสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ภาคใต้มียางพาราเต็มไปหมด หากนำมาเป็นเชื้อเพลิงได้จะช่วยได้มาก และควรสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้คู่ขนานไป
ผมเชื่อว่า ภาคเอกชนเขาพร้อมลงทุน อย่าปักธงแค่โรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างเดียวเชียวครับ
คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา / หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3342 ระหว่างวันที่ 22-24 ก.พ.2561






