
ติดดอย‘ทองคำ’มีลุ้นปีวอกผลตอบแทนพลิก‘บวก’
ศูนย์วิจัยทองคำ ให้ความหวังนักลงทุนติดทองราคาสูง คาดปีวอก ให้ผลตอบแทนกลับมาเป็น"บวก" ครั้งแรกในรอบ 3 ปี แนะทยอยซื้อที่ราคาต่ำกว่า 18,500 บาททอง คาดราคาจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง พร้อมเตือนระหว่างปีอาจผันผวน เผยดัชนีเชื่อมั่นทองคำเดือน ม.ค. ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนในทองคำปี 2559 ว่า จะมีผลตอบแทนเป็นบวก หลังจากในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (2556-2558) ผลตอบแทนจากการลงทุนในทองคำเป็นลบ โดยคาดว่าราคาทองคำ ณ ปลายปี 2559 จะไม่ต่ำว่า 1,100 ดอลลาร์/ออนซ์ จากล่าสุดคืนที่ผ่านมาสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ปิดที่ระดับ 1,096.20 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยนักลงทุนหันกลับมาลงทุนในทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากความเสี่ยงด้านการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับความขัดแย้งที่ชัดเจนมากขึ้น หลังเริ่มเห็นการเผชิญหน้ากันโดยตรง
ขณะเดียวกันแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.80-38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังเป็นเชิงลบ และปัจจัยภายนอกอย่างภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น
"เชื่อว่าปีนี้ หากซื้อทองคำตั้งแต่ต้นปีแล้ว และไปขาย ณ สิ้นปี 2559 จะมีผลตอบแทนเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 3 ปี แนะนำว่าให้นักลงทุนทยอยซื้อทองคำเมื่อราคาต่ำกว่า 18,500 บาทต่อบาททอง " นายกมลธัญ กล่าวและว่า
ขณะที่ราคาอ้างอิงราคาทองคำโลกให้ทยอยซื้อเมื่อราคาต่ำกว่า 1,100 ดอลลาร์/ออนซ์ แนวโน้มราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ระหว่างปีคงจะมีความผันผวน โดยปัจจุบันนักลงทุนเริ่มนำเงินมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงหลายๆ ด้านที่กระทบต่อตลาดเงิน และตลาดทุน
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือน มกราคม 2559 ว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 10.45 จุด สู่ระดับ 55.51 จุด โดยดัชนีกลับมาอยู่เหนือระดับ 50 จุดครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ซึ่งสะท้อนทัศนคติต่อราคาทองคำเชิงบวก สอดคล้องกันทั้งกลุ่มผู้ค้าและกลุ่มผู้ลงทุน โดยกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าในช่วงต้นปีราคาทองคำน่าจะฟื้นตัวได้จากแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นที่เรียบร้อย ประกอบกับการอ่อนตัวของค่าเงินบาทที่เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำตลอดทั้งปี 2558 ที่ผ่านมา
โดยความต้องการซื้อทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้าพบว่าสัดส่วนผู้ที่คิดจะซื้อทองคำในช่วงเดือนมกราคม 2559 ยังมีสัดส่วนค่อนข้างสูง คือ มีสัดส่วนกว่า 40% ของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในระยะ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเพิ่มขึ้น 12.28 จุดมาอยู่ที่ระดับ 62.43 จุด กลับมาสะท้อนมุมมองเชิงบวกเช่นเดียวกัน
ผู้ค้ามองว่าราคาทองคำในตลาดโลกน่าจะมีกรอบราคาสูงสุดอยู่ระหว่าง1,140-1,160 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวของราคาต่ำสุดอยู่ที่1,020-1,040 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์สำหรับราคาทองคำแท่งในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 95.5%) กลุ่มตัวอย่างให้นํ้าหนักราคาสูงสุดที่ 19,000-19,500 บาท/1 บาททองคำและกรอบการเคลื่อนไหวตํ่าสุดอยู่ที่ 17,500-18,000 บาท/1 บาททองคำ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,122 วันที่ 14 - 16 มกราคม พ.ศ. 2559
นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนในทองคำปี 2559 ว่า จะมีผลตอบแทนเป็นบวก หลังจากในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (2556-2558) ผลตอบแทนจากการลงทุนในทองคำเป็นลบ โดยคาดว่าราคาทองคำ ณ ปลายปี 2559 จะไม่ต่ำว่า 1,100 ดอลลาร์/ออนซ์ จากล่าสุดคืนที่ผ่านมาสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ปิดที่ระดับ 1,096.20 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยนักลงทุนหันกลับมาลงทุนในทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากความเสี่ยงด้านการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับความขัดแย้งที่ชัดเจนมากขึ้น หลังเริ่มเห็นการเผชิญหน้ากันโดยตรง
ขณะเดียวกันแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.80-38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังเป็นเชิงลบ และปัจจัยภายนอกอย่างภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น
"เชื่อว่าปีนี้ หากซื้อทองคำตั้งแต่ต้นปีแล้ว และไปขาย ณ สิ้นปี 2559 จะมีผลตอบแทนเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 3 ปี แนะนำว่าให้นักลงทุนทยอยซื้อทองคำเมื่อราคาต่ำกว่า 18,500 บาทต่อบาททอง " นายกมลธัญ กล่าวและว่า
ขณะที่ราคาอ้างอิงราคาทองคำโลกให้ทยอยซื้อเมื่อราคาต่ำกว่า 1,100 ดอลลาร์/ออนซ์ แนวโน้มราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ระหว่างปีคงจะมีความผันผวน โดยปัจจุบันนักลงทุนเริ่มนำเงินมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงหลายๆ ด้านที่กระทบต่อตลาดเงิน และตลาดทุน
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือน มกราคม 2559 ว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 10.45 จุด สู่ระดับ 55.51 จุด โดยดัชนีกลับมาอยู่เหนือระดับ 50 จุดครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ซึ่งสะท้อนทัศนคติต่อราคาทองคำเชิงบวก สอดคล้องกันทั้งกลุ่มผู้ค้าและกลุ่มผู้ลงทุน โดยกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าในช่วงต้นปีราคาทองคำน่าจะฟื้นตัวได้จากแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นที่เรียบร้อย ประกอบกับการอ่อนตัวของค่าเงินบาทที่เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำตลอดทั้งปี 2558 ที่ผ่านมา
โดยความต้องการซื้อทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้าพบว่าสัดส่วนผู้ที่คิดจะซื้อทองคำในช่วงเดือนมกราคม 2559 ยังมีสัดส่วนค่อนข้างสูง คือ มีสัดส่วนกว่า 40% ของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในระยะ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเพิ่มขึ้น 12.28 จุดมาอยู่ที่ระดับ 62.43 จุด กลับมาสะท้อนมุมมองเชิงบวกเช่นเดียวกัน
ผู้ค้ามองว่าราคาทองคำในตลาดโลกน่าจะมีกรอบราคาสูงสุดอยู่ระหว่าง1,140-1,160 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวของราคาต่ำสุดอยู่ที่1,020-1,040 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์สำหรับราคาทองคำแท่งในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 95.5%) กลุ่มตัวอย่างให้นํ้าหนักราคาสูงสุดที่ 19,000-19,500 บาท/1 บาททองคำและกรอบการเคลื่อนไหวตํ่าสุดอยู่ที่ 17,500-18,000 บาท/1 บาททองคำ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,122 วันที่ 14 - 16 มกราคม พ.ศ. 2559






