
'อาทิตย์' คว้า CEO แห่งปี 2560
หนังสือพิมพิ์ฐานเศรษฐกิจ และสื่อในเครือสปริงนิวส์กรุ๊ป จัดให้โหวต CEO แห่งปี 2017 มี 4 นักธุรกิจ ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นจากกองบรรณาธิการฐานเศรษฐกิจ ได้แก่
1.นายอาทิตย์ นันทวิทยา
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) (SCB)
2.ชฎาทิพ จูตระกูล
กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัทสยามพิวรรธน์ จํากัด
3.สมโภชน์ อาหุนัย
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA)
4.นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล รองประธานอาวุโสสายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ
“ฐานเศรษฐกิจ” และสื่อในเครือสปริงนิวส์กรุ๊ป เปิดให้ผู้อ่านและประชาชนทั่วไปโหวต บคุคลที่เหมาะสมได้เป็นนักธุรกิจแห่งปี 2560 ผ่านช่องทาง www. thansettakij.com ระหว่างวันที่ 11-25 ธันวาคม 2560 ผลปรากฏว่า นักธุรกิจที่ได้คะแนนโหวตจากมหาชนมากที่สุด คือ นายอาทิตย์ ด้วยคะแนน 105,762 คะแนน อันดับ 2 คะแนนตาม มาติดๆ ได้แก่ นางชฎาทิพ 90,553 คะแนน อันดับ 3 นางนงนุช 31,773 คะแนน และอันดับ 4 นายสมโภชน์ ได้ 30,098 คะแนน นายอาทิตย์ คือผู้ที่ทุ่มเทให้กับกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กร ภายใต้โครงการ SCB Transformation เป็นผู้พลิกโฉม SCB ก้าวสู่ธนาคารดิจิตอลเต็มตัว เปลี่ยนพนักงานจากผูให้บริการหน้าเคาน์เตอร์ให้เป็นนักรบ ดิจิตอล เปลี่ยนองค์กรด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีให้พร้อมและมี ประสิทธิภาพสูง ด้วยงบกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายให้ SCB เป็น “The Most Admired Bank” หรือ “ธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด”
ซีอีโออาทิตย์ เริ่มภารกิจยกระดับการเปลี่ยนผ่านองค์กร และดำเนินงานของธนาคารภายใต้ภารกิจ SCB Transformation มาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีผลงานที่สําคัญ ได้แก่ สร้างความเข้าใจที่ตรงกันของผู้บริหารระดับสูง และการทํางานร่วมกันเป็นทีม ยกระดับเทคโนโลยีของธนาคาร เพื่อรองรับยุคดิจิตอล เช่น New mobile banking platform, การประยุกต์ใช้ Cloud-based technology และ Open API services, การนําเทคโนโลยี Blockchain และ Big data analytics มาใช้กับการดําเนิน ธุรกิจ ปรับปรุงกระบวนการ ทำงาน ในทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยนําเทคโนโลยีเข้ามาช่วย
การเปิดตัว 4 ต้นแบบศูนย์บริการลูกค้ารูปแบบเฉพาะ ได้แก่ SCB Express, SCB Investment center, SCB Business center และ SCB Service center และสร้างขีดความสามารถใหม่ ของธนาคารเพื่อเตรียมความ พร้อมสู่ยุคดิจิตอล ผ่านบริษัทลูก ได้แก่ Digital Ventures และ SCB Abacus รวมถึงการสร้าง พันธมิตรทางธุรกิจต่าง ๆ
กระแส QR code กระหึ่มเมืองปี 2560 ก็เป็นผลงานของ SCB ที่กล้าปรับเปลี่ยนให้ใช้ บริการการชําระค่าสินค้าและบริการด้วย QR Code ผ่านแอพพลิเคชัน SCB Easy ซึ่งมี ลูกค้าโหลดแอพพลิเคชันแล้ว กว่า 5.4 ล้านราย และมีร้านค้ารับบัตรกว่า 1 แสนร้านค้า
ในด้านการสนับสนุน เศรษฐกิจ SCB ยังปล่อยกู้ให้รายใหญ่และรายย่อยสมํ่าเสมอแม้เศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะซบเซาและเสี่ยงสูงจะเกิดหนี้เสียตามมา แต่ อาทิตย์ ยังเชื่อมั่นว่า จะสามารถจัดการกับความเสียหายได้ ปีนี้ SCB ปล่อยกู้โรงไฟฟ้าพลังงานลมของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ถึง 3.75 หมื่นล้านบาท และล่าสุดปล่อยกู้ 3,800 ล้านบาท ให้ พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ เพื่อสร้างคอม เพล็กซ์น้ำมันปาล์มครบวงจรแห่งแรกของไทย
ด้านผลประกอบการ SCB แม้ อาทิตย์ บอกว่าจะมุ่งระยะยาวมากกว่าผลกำไรระยะสั้น แต่ SCB ก็ยังมีผลประกอบการโดดเด่น ปี 2559 กําไรสุทธิกว่า 4.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปีนี้กำไปแล้วเกือบ 3.4 หมื่นล้านบาท
อาทิตย์ บอกกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เป้าหมายปี 2561 SCB ต้องเป็น Tech Bank หรือ ธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี จะนำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้พัฒนา และปรับปรุงรูปแบบองค์กรและ การดำเนินธุรกิจของธนาคารอย่างเร่งด่วนเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ได้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Going Upside Down”
ยุทธศาสตร์Going Upside Down มีกลยุทธ์หลักคือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับรูปแบบองค์กรให้เกิดความคล่องตัว ต้นทุนการให้บริการตํ่าลงอย่างมากเพื่อให้ธนาคารสามารถให้บริการที่ดีที่สุดกับลูกค้าทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงในอัตราค่าบริการที่ตํ่าลง ดังที่ ธนาคารตั้งเป้าหมายในการเป็น The Most Admired Bank
การพัฒนาศักยภาพ ปรับเปลี่ยนทัศนคติของบุคลากรรวมถึงวัฒนธรรมองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคคลกรในการเข้าสู่ยุคดิจิตอลแบงกิ้ง จัดตั้ง SCB Academy ศูนย์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่จะหล่อหลอมให้พนักงานธนาคารมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรที่จะให้ความสําคัญกับความเร็วและความคล่องตัวในการทํางาน
ส่วนแผนพัฒนาและการก้าวไปสู่การเป็นผู้นำดิจิตอลแบงกิ้งนั้น การยกระดับความสามารถของเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้กับการดําเนินธุรกิจจะยังมีต่อเนื่อง การลงทุนในฟินเทค ผ่าน บริษัท Digital ventures เพื่อ ทําให้ธนาคารสามารถเข้าถึงไอ เดียของสตาร์ตอัพและฟินเทคได้กว้างมากขึ้น เพื่อนํามาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารในอนาคต
รวมถึงการพัฒนา บริการที่สอดคล้องกับแนวนโยบายสังคมไร้เงินสด สนับสนุนโครงการ National e-payment ขยายการลงทะเบียนและการใช้ระบบพร้อมเพย์ จับมือกับกลุ่มธนาคารพันธมิตรในการวางเครื่องรับบัตรทั่วประเทศ รวมถึง การพัฒนาการชําระเงินผ่าน QR Code กลางของธนาคารแห่งประเทศไทย
1.นายอาทิตย์ นันทวิทยา
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) (SCB)
2.ชฎาทิพ จูตระกูล
กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัทสยามพิวรรธน์ จํากัด
3.สมโภชน์ อาหุนัย
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA)
4.นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล รองประธานอาวุโสสายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ
“ฐานเศรษฐกิจ” และสื่อในเครือสปริงนิวส์กรุ๊ป เปิดให้ผู้อ่านและประชาชนทั่วไปโหวต บคุคลที่เหมาะสมได้เป็นนักธุรกิจแห่งปี 2560 ผ่านช่องทาง www. thansettakij.com ระหว่างวันที่ 11-25 ธันวาคม 2560 ผลปรากฏว่า นักธุรกิจที่ได้คะแนนโหวตจากมหาชนมากที่สุด คือ นายอาทิตย์ ด้วยคะแนน 105,762 คะแนน อันดับ 2 คะแนนตาม มาติดๆ ได้แก่ นางชฎาทิพ 90,553 คะแนน อันดับ 3 นางนงนุช 31,773 คะแนน และอันดับ 4 นายสมโภชน์ ได้ 30,098 คะแนน นายอาทิตย์ คือผู้ที่ทุ่มเทให้กับกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กร ภายใต้โครงการ SCB Transformation เป็นผู้พลิกโฉม SCB ก้าวสู่ธนาคารดิจิตอลเต็มตัว เปลี่ยนพนักงานจากผูให้บริการหน้าเคาน์เตอร์ให้เป็นนักรบ ดิจิตอล เปลี่ยนองค์กรด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีให้พร้อมและมี ประสิทธิภาพสูง ด้วยงบกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายให้ SCB เป็น “The Most Admired Bank” หรือ “ธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด”
ซีอีโออาทิตย์ เริ่มภารกิจยกระดับการเปลี่ยนผ่านองค์กร และดำเนินงานของธนาคารภายใต้ภารกิจ SCB Transformation มาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีผลงานที่สําคัญ ได้แก่ สร้างความเข้าใจที่ตรงกันของผู้บริหารระดับสูง และการทํางานร่วมกันเป็นทีม ยกระดับเทคโนโลยีของธนาคาร เพื่อรองรับยุคดิจิตอล เช่น New mobile banking platform, การประยุกต์ใช้ Cloud-based technology และ Open API services, การนําเทคโนโลยี Blockchain และ Big data analytics มาใช้กับการดําเนิน ธุรกิจ ปรับปรุงกระบวนการ ทำงาน ในทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยนําเทคโนโลยีเข้ามาช่วย
การเปิดตัว 4 ต้นแบบศูนย์บริการลูกค้ารูปแบบเฉพาะ ได้แก่ SCB Express, SCB Investment center, SCB Business center และ SCB Service center และสร้างขีดความสามารถใหม่ ของธนาคารเพื่อเตรียมความ พร้อมสู่ยุคดิจิตอล ผ่านบริษัทลูก ได้แก่ Digital Ventures และ SCB Abacus รวมถึงการสร้าง พันธมิตรทางธุรกิจต่าง ๆ
กระแส QR code กระหึ่มเมืองปี 2560 ก็เป็นผลงานของ SCB ที่กล้าปรับเปลี่ยนให้ใช้ บริการการชําระค่าสินค้าและบริการด้วย QR Code ผ่านแอพพลิเคชัน SCB Easy ซึ่งมี ลูกค้าโหลดแอพพลิเคชันแล้ว กว่า 5.4 ล้านราย และมีร้านค้ารับบัตรกว่า 1 แสนร้านค้า
ในด้านการสนับสนุน เศรษฐกิจ SCB ยังปล่อยกู้ให้รายใหญ่และรายย่อยสมํ่าเสมอแม้เศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะซบเซาและเสี่ยงสูงจะเกิดหนี้เสียตามมา แต่ อาทิตย์ ยังเชื่อมั่นว่า จะสามารถจัดการกับความเสียหายได้ ปีนี้ SCB ปล่อยกู้โรงไฟฟ้าพลังงานลมของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ถึง 3.75 หมื่นล้านบาท และล่าสุดปล่อยกู้ 3,800 ล้านบาท ให้ พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ เพื่อสร้างคอม เพล็กซ์น้ำมันปาล์มครบวงจรแห่งแรกของไทย
ด้านผลประกอบการ SCB แม้ อาทิตย์ บอกว่าจะมุ่งระยะยาวมากกว่าผลกำไรระยะสั้น แต่ SCB ก็ยังมีผลประกอบการโดดเด่น ปี 2559 กําไรสุทธิกว่า 4.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปีนี้กำไปแล้วเกือบ 3.4 หมื่นล้านบาท
อาทิตย์ บอกกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เป้าหมายปี 2561 SCB ต้องเป็น Tech Bank หรือ ธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี จะนำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้พัฒนา และปรับปรุงรูปแบบองค์กรและ การดำเนินธุรกิจของธนาคารอย่างเร่งด่วนเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ได้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Going Upside Down”
ยุทธศาสตร์Going Upside Down มีกลยุทธ์หลักคือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับรูปแบบองค์กรให้เกิดความคล่องตัว ต้นทุนการให้บริการตํ่าลงอย่างมากเพื่อให้ธนาคารสามารถให้บริการที่ดีที่สุดกับลูกค้าทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงในอัตราค่าบริการที่ตํ่าลง ดังที่ ธนาคารตั้งเป้าหมายในการเป็น The Most Admired Bank
การพัฒนาศักยภาพ ปรับเปลี่ยนทัศนคติของบุคลากรรวมถึงวัฒนธรรมองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคคลกรในการเข้าสู่ยุคดิจิตอลแบงกิ้ง จัดตั้ง SCB Academy ศูนย์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่จะหล่อหลอมให้พนักงานธนาคารมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรที่จะให้ความสําคัญกับความเร็วและความคล่องตัวในการทํางาน
ส่วนแผนพัฒนาและการก้าวไปสู่การเป็นผู้นำดิจิตอลแบงกิ้งนั้น การยกระดับความสามารถของเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้กับการดําเนินธุรกิจจะยังมีต่อเนื่อง การลงทุนในฟินเทค ผ่าน บริษัท Digital ventures เพื่อ ทําให้ธนาคารสามารถเข้าถึงไอ เดียของสตาร์ตอัพและฟินเทคได้กว้างมากขึ้น เพื่อนํามาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารในอนาคต
รวมถึงการพัฒนา บริการที่สอดคล้องกับแนวนโยบายสังคมไร้เงินสด สนับสนุนโครงการ National e-payment ขยายการลงทะเบียนและการใช้ระบบพร้อมเพย์ จับมือกับกลุ่มธนาคารพันธมิตรในการวางเครื่องรับบัตรทั่วประเทศ รวมถึง การพัฒนาการชําระเงินผ่าน QR Code กลางของธนาคารแห่งประเทศไทย






