
ทางเดียวไม่เลี้ยวไปไหน : คือ..."ชวน หลีกภัย" เสาหลักประชาธิปไตย ในหัวใจประชาชน
นับตั้งแต่ "คสช." เข้ามายึดอำนาจและบริหารประเทศภาพพจน์ของนักการเมืองที่ทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมืองนั้นไม่ได้ถูกแยกว่าเป็นพรรคเทพหรือพรรคมาร ได้ถดถอยและตกต่ำลงอย่างยิ่งในสายตาของประชาชน แต่ก็หาได้สำนึกไม่ พยายามแสดงบทบาทตอบโต้ คสช. ด้วยถ้อยคำอันหาสาระมิได้ ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อถือของประชาชนใหม่ที่มีต่อนักการเมืองยิ่งตกต่ำลง
แต่เสำหรับ ชวน หลีกภัย เป็นข้อยกเว้นอยู่นอกเหนือจากนักการเมืองทั้งหลาย
ไม่ได้แถลงข่าวโจมตี หรือใช้ลีลาโวหารเหน็บ คสช. ไม่มีข้อความใดที่ใช้วาทะกรรม ส่อเสียด หากแต่ใช้ข้อมูลและสถิติตัวเลขและชี้ให้เห็นความจริงว่ารายได้ประชาชนลดลงอย่างมีนัยยะ ดังเช่น...
"ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รายได้ของประชาชนลดลงอย่างตกใจ จึงเห็นว่าที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะไม่มีคนจนแล้ว แต่จริงๆ ช่วงที่ท่านบริหารเกือบ 4 ปี รายได้ของประชาชนลดลง ซึ่งคิดว่าผู้ใหญ่คงไม่เห็น เพราะคงไม่มีใครมีเวลามานั่งดูรายละเอียด แต่พวกเรา ส.ส.จะนั่งดูรายละเอียดของทุกจังหวัด จึงได้ตัวเลขเหล่านี้ออกมาว่าจำเป็นต้องให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลได้รับรู้"
นี่คือบทบาทของชวน หลีกภัย ซึ่งถ้าย้อนดูบทบาทของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบันที่ชื่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ก็คงจะเห็นได้ถึงความแตกต่าง
และถ้าถามว่าประชาชนรู้สึกอย่างไร ระหว่าง "ชวน หลีกภัย" กับ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ก็คงต้องย้อนกลับไปดูข้อมูลเก่าๆ ที่น่าสนใจ
เมื่อช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีสื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่งได้ถามประชาชน โดยเปรียบเทียบระหว่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ นายชวน หลีกภัย ว่าใครควรเป็นหัวหน้าพรรคมีตัวเลขที่น่าสนใจ
เห็นควรว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 2,296 คะแนน ในขณะที่เชียร์ นายชวน หลีกภัย 5,427 คะแนน มากกว่าถึงหนึ่งเท่าตัว!!!!
คือ ชวน หลีกภัย เสาหลักประชาธิปไตยตัวจริง!!!
แค่เอามาเล่าให้ฟังไม่มีนัยยะอะไร!!!!
.....................
คอลัมน์ : ทางเดียวไม่เลี้ยวไปไหน / หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3224 ระหว่างวันที่ 21-23 ธ.ค.2560






