
ที่นี่ไม่มีความลับ : จบแบบไหน ร.พ.กรุงเทพ กฎหมายหรือกฎแห่งกรรม?
สมาชิกโครงการไลฟ์ พริวิเลจ คลับ ของโรงพยาบาลกรุงเทพ (BDMS) อย่าเพิ่งดีใจกับชัยชนะยกแรกที่ศาลแพ่งพิพากษาให้ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เจ้าของร.พ.กรุงเทพ แพ้คดีที่ไปชิงบอกเลิกสมาชิกและไม่ปฏิบัติตามสัญญา เพราะ BDMS ประกาศจะอุทธรณ์ต่อสู้คดี โดยให้เหตุผลว่าเป็น “สิทธิทางกฎหมาย” ฉะนั้นสมาชิกโครงการนี้ต้องไปลุ้นต่อในชั้นอุทธรณ์ เมื่อ BDMS ไม่ยอมแพ้
การระดมทุนครั้งนั้นว่ากันว่า ได้เงิน ราว 700-800 ล้านบาท จึงเป็นโอกาสให้ BDMS พยุง ฐานะและมาอู้ฟู่ได้ถึงทุกวันนี้
แต่ในยุคอู้ฟู่ที่มีเงินหมื่นล้านไปซื้อโรงแรมเพื่อทุบทิ้งสร้างธุรกิจโรงพยาบาลเพิ่มเติม กลับ “เขี่ย” ผู้มีบุญคุณในยามวิกฤติทิ้ง ด้วยการประกาศเลิกโครงการนี้เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เกิดการคัดค้านและนำไปสู่การฟ้องร้องทั้งต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และศาลแพ่ง
แน่นอนเป็นวิธีทางกฎหมายดังที่ BDMS ประกาศ แต่สิทธิทางกฎหมายไม่ได้สูงเกินกว่า “มโนสำนึกแห่งความรับผิดชอบชั่วดี” ผู้บริหารควรพิจารณาเรื่อง “สำนึก” ควบคู่สิทธิทางกฎหมายด้วยว่าควรจะต่อสู้กับผู้เคยมีพระคุณต่อโรงพยาบาลอีกต่อไปหรือไม่
ร.พ.กรุงเทพ ก็มีกำไร จนทำให้ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กลายเป็นผู้รวยหุ้นที่สุดในประเทศไทยในผลการสำรวจปีนี้ไปแล้ว เมื่อผลประกอบการดี มีกำไรจ่ายปันผลผู้ถือหุ้นได้เป็นกอบเป็นกำ การต้องชดใช้บุญคุณผู้มีอุปการคุณ อย่างสมาชิกโครงการนี้ด้วยการดูแลกันต่อตามสัญญา ไม่น่าจะเป็นภาระมากเกินไปในธุรกิจโรงพยาบาลที่อู้ฟู่ขนาดนี้ จงไตร่ตรองให้ดีว่าถ้าสู้ต่อไปตามสิทธิทางกฎหมาย ท่านอาจจะพลิกกลับมาชนะทางคดี แต่ในความดีและความชอบธรรมท่านจะชนะหรือไม่
ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน BDMS ขณะนี้ 3 อันดับแรก คือ 1.น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ จำนวน 2,893,602,540 หุ้น หรือคิดเป็น 18.68% 2.บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,008,418,690 หุ้น คิดเป็น 6.51% 3.บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 948,283,830 หุ้น คิดเป็น 6.12% นี่ยังไม่รวมคนในครอบครัว ปราสาททองโอสถ ที่ถือหุ้นใน BDMS อีกจำนวนหนึ่ง
....................
คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ/ หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3323 ระหว่างวันที่ 17-20 ธ.ค.2560






