
โจรสลัดอันดามัน : สต็อกปาล์มล้นปัญหาระดับชาติ
ฟังดูดีแต่ยังไม่เห็นรูปธรรม เพียงแค่นโยบายกว้างๆแปลง่ายๆคือ ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากสั่งการให้ไปทำจะได้ผลหรือไม่ ไม่รู้
ก่อนอื่นลองไล่ไปดูว่าสต็อกขึ้นมาตอนไหนอย่างไร ใครรั่วในการแก้ปัญหา มีคนส่งข้อมูลมาให้ดังนี้ครับ สต็อกเดือน ม.ค. 2.93 แสนตัน ก.พ. 2.37 แสนตัน มี.ค. 2.2 แสนตัน เม.ย. 2.74 แสนตัน พ.ค. 3.58 แสนตัน มิ.ย. 4.47 แสนตัน ก.ค. 4.54 แสนตัน ส.ค. 4.42 แสนตัน ก.ย. 4.26 แสนตัน และต.ค. 5.19 แสนตัน
ไล่เรียงตามข้อมูลจะแลเห็นว่า ตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560 เป็นต้นมา วิกฤติเริ่มมาเยือนแล้วครับ
[caption id="attachment_240951" align="aligncenter" width="503"]
ถามว่าข้อมูลนี้ใครรู้ กระทรวงเกษตรกับกระทรวงพาณิชย์ต้องรู้ โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน ต้องรู้ดีกว่าใคร ต้องให้ผู้ค้าแจ้งรายงานสต็อกทุกเดือน ถามว่ากรมการค้าภายในทำอะไรอยู่ นั่งทับปัญหาไว้ทำไม หรือผู้มีอำนาจ ทำไมไม่สั่งการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้น
สนธิรัตน์ รมว.พาณิชย์ และ อธิบดีกรมการค้าภายใน ต้องตั้งหลักให้ดี วิเคราะห์ข้อมูลจากข้อเท็จจริงให้ดี ไม่นั่งฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว ต้องหาเวลาลงไปที่ลานปาล์มบ้าง เพราะราคาที่โค้ดกันที่ลานปาล์ม เป็นราคาที่เกษตรกรขายได้จริง วันสองวันนี้(8-9 ธ.ค.)ผลปาล์มดิบอยุ่ที่ 2.70 บาทต่อกก.ราคาหน้าโรงสกัดอยู่ที่3-3.05 บาท หาใช่ ราคา3.20-3.40 บาทต่อกก. อย่างที่เจ้าหน้าที่รายงานเพียงเพื่อให้ตัวเลขดูดีไม่
โจทย์ที่จะดันราคาไป 3.80 บาทต่อกก.จึงเป็นโจทย์ใหม่ที่ต้องดันขึ้นไปจาก 2.70 บาทต่อกก. ต้องระวังข้อมูล เดินหมากตาแรกผิดจะพ่ายแพ้ไปทั้งกระดาน
เรื่องเปอร์เซนต์น้ำมันก็เช่นกัน ที่พยายามบอกกันว่าเกษตรกรตัดปาล์มอ่อนเปอร์เซนต์น้ำมันไม่ถึง 18 % ทำให้ขายราคาไม่ดีนั้น เป็นการดูแคลนเกษตรกรมากเกินไปหรือไม่ จริงอยู่อาจมีเล็ดรอดบ้างแต่เป็นจำนวนน้อยมากที่เกษตรกรจะตัดปาล์มที่ไม่สุกและเปอร์เซ็นต์น้ำมันไม่ถึง อย่าขยายผลประเด็นนี้ให้มากเพื่อป้องกันความล้มเหลวการแก้ปัญหาของตนเอง จะกลายเป็นหักหาญน้ำใจชาวสวนปาล์มมากเกินไป
มาตรการแก้ปัญหาในการสต็อกเพิ่มและส่งออกเพิ่ม ได้หารือกับผู้ค้ารายใหญ่อย่าง เพชรทักษิณ ยูนิวานิช 2 ขาใหญ่แล้วยัง หารือแล้วผลเป็นอย่างไร คุยพ่อค้าโรงสกัด โรงกลั่นว่าอย่างไร สต็อกเพิ่มได้หรือไม่
สนธิรัตน์ ต้องวางจังหวะก้าวให้ดี ปัญหาปาล์มตอนนี้เป็นเรื่องระดับชาติ เป็นปัญหาของครม.ทั้งคณะแล้ว เกินจากกลไก กนป.ธรรมดาๆไปแล้ว เป็นปัญหาระดับวิกฤติเหมือนปัญหาราคาข้าวของชาวนาไปแล้ว
อันว่ายาง ปาล์มนั้นเป็นโครงสร้างใหญ่เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิต ยามใดราคาหดชาวใต้แทบสิ้นใจ แต่ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเหนื่อยยากแค่ไหน พวกเขาอดทนก้มหน้าก้มตาทำงานของเขาไปตามหน้าที่พอมีรายได้เลี้ยงตัวเลี้ยงครอบครัว ไม่เหลือบ่ากว่าแรง ไม่หนักหนาสาหัสสากรรจ์จริงๆ พวกเขาจะไม่ค่อยเดินลงถนน แต่โปรดอย่าละเลยและประเมินพวกเขาต่ำเป็นอันขาดไม่เช่นนั้น.....






