
พอเพียงอย่างพอใจ : Public Hearing ของตลท. กับอำนาจที่ไม่เคยพอ…
ขออนุญาตทบทวนอีกครั้งนะครับว่า “หน้าที่” และ “พันธกิจ” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประ เทศไทย คือการมุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนาให้ตลาดทุนเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนของสังคม
ดังนั้นเพื่อบรรลุเป้าหมายและสร้างกลไกการทำงานที่เป็นเลิศนั้น ตลท.จึงมีนโยบายและขบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลเพื่อการปรับปรุงต่อไป
หากแต่วิธีการปฏิบัติที่ผ่านมา (จากที่ได้พูดถึงในตอนก่อน) “การเปิดรับฟังความคิดเห็น” หรือ “Public Hearing” ที่แล้วมานั้น ได้ถูกดำเนินการแบบแค่ “เชิงสัญลักษณ์” หรือ แบบ “ผักชีโรยหน้า”
ทุกความคิดเห็น จากทุกภาคส่วน ไม่ควรถูกละเลยหรือมองข้ามหาก ตลท. มีนโยบายเพื่อให้บริการทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง
เพราะการได้ยินก็อาจเปรียบเหมือนเพียงลมผ่านเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา หากคนเหล่านั้นไม่ใส่ใจและยึดแนวทางความคิดของตนเป็นใหญ่
ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในฐานะองค์กรของรัฐควร “รับฟัง” หรือ “Listen” ไม่ใช่แค่ “ได้ยิน”
ในหลายครั้งที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของตลท. มาจากการอ้างความสากลของระเบียบปฏิบัติ แต่เพียงเพราะความแตกต่างเล็กน้อยในรายละเอียดบางข้อของระเบียบ
แล้วทีนี้ทำไมท่านไม่เปรียบเทียบกับต่างประเทศหรือสังคมที่มีอารยะบ้าง ว่ามีที่ไหน ที่เขาเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ในการใช้ “ดุลพินิจ”
โลกเขาไปไกลและมีการใช้ระบบ AI ในการตรวจสอบหรืออนุมัติเรื่องต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ “ดุลพินิจ”
อีกทั้งเพิ่งต้นเดือนตุลาคมนี้เอง ที่กระทรวงการคลังประกาศนโยบายเน้นความโปร่งใส และหวังการลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่… หรือ ก.ล.ต. และ ตลท. มิได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่าน?
“ดุลพินิจ” แปลว่า การวินิจฉัยที่เห็นสมควร
ความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของตลาดทุนกำลังสั่นคลอนแน่หากเรื่องพรรค์นี้ถูกปล่อยปละละเลยต่อไป
ทำไม ตลท. ถึงยังหลงยุค เขียนกฏระเบียบให้อำนาจตัวเองมากกว่าใช้ระบบตัดสินนี่เป็นคำถามที่คุณเกศรา และผู้บริหารต้องตอบให้กระจ่าง!
และคำตอบที่ไม่มีคนกล้าถามจึงเป็นที่ประจักษ์… ว่าที่ทำไม ตลท. จึงเล่น “ซ่อน” “แอบ” กับกรณี Public Hearing นี้!
อำนาจเสมือนดั่งยาเสพติดสำหรับผู้ที่ได้ลิ้มลอง
................
คอลัมน์ : พอเพียงอย่างพอใจ / หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศราฐกิจ / ฉบับ 3320 ระหว่างวันที่ 7-9 ธ.ค.2560






