คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้
“ปลดล็อก” แนวทางการใช้จ่ายเงินสะสมของ
“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หรือ
“อปท.” เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ อปท.สามารถนำเงินสะสมออกมาสร้างโครงการต่างๆ ในพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะเป็น การซ่อมแซมถนนหนทาง สนามกีฬา ระบบระบายนํ้าเป็นต้น โดยมีหลักเกณฑ์กว้างๆ ว่า โครงการจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่เป็นการใช้จ่ายในกิจกรรมที่ไม่เกิดประโยชน์หรือฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น และ อปท.จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข การใช้จ่ายเงินสะสม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บอกว่า งบ อปท.ที่มีอยู่ทั่วประเทศ สามารถนำออกมาใช้ได้ 1.5 แสนล้านบาท จากยอดเงินสะสมของ อปท.ทั่วประเทศที่มีอยู่ราว 3 แสนล้านบาท
แนวความคิดในการนำเงินสะสมของ อปท.ออกมาใช้เพื่อ
“กระตุ้นเศรษฐกิจ” นั้นเป็นไอเดียของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องการให้เกิดการจ้างงาน ส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจชุมชน และการท่องเที่ยวระดับชุมชน เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ระดับท้องถิ่น โดยให้ อปท.เป็นหน่วยงานหลักในการเสนอโครงการที่ดีๆ เข้ามา
ข้อมูลจาก
“กรมบัญชีกลาง” พบว่า ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554-2559 อปท.มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินสะสมของอปท.เพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบัน อปท.มีเงินสะสม 384,544 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินสะสมของ กทม. 25,810 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเงินสดฝากธนาคาร และเงินฝากประจำ 292,827 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายของ อปท. ไม่รวมกทม. ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร 27% และรายจ่ายค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง 20% จากยอดค่าใช้จ่ายรวม 522,258 ล้านบาท ส่งผลรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 57,676 ล้านบาท และในแต่ละปีรัฐบาลต้องตั้งงบประมาณเพื่อเป็นเงินอุดหนุนในกับท้องถิ่นปีละกว่า 2 แสนล้านบาท
เงินท้องถิ่นก็ต้องเอาออกมาพัฒนาท้องถิ่น ไม่ใช่มีแต่ตัวเลขเงินสะสมสูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้นำออกมาใช้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ เมื่อไม่มีโครงการ เงินก็ไม่กระจายออกไป เงินไม่หมุนเวียน ชาวบ้านก็ไม่มีงานทำ เศรษฐกิจในระดับ
“รากหญ้า” ถึงได้มีปัญหาอยู่อย่างทุกวันนี้ พูดถึงเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงโครงการ
“เงินผัน” สมัย ม.ร.ว.คึกฤทธ์ ปราโมช เป็นนายกฯ ช่วงปี 2518-2519 ที่ได้ริเริ่มโครงการ
“เงินผัน” ซึ่งเป็นการนำเงินจากส่วนกลางไปให้ท้องถิ่น ผ่านสภาตำบล เพื่อใช้จ่ายตามโครงการที่กำหนดขึ้นเอง
วัตถุประสงค์ก็เพื่อจ้างชาวบ้านให้มาลงแรง สร้างถนน ขุดลอกคูคลอง ทำสะพาน ฯลฯ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชนบท แต่มายุคนี้ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ จะต่างกันตรงที่ นำเงิน
“ท้องถิ่น” ออกมาดำเนินโครงการต่างๆ จะว่าไปแล้ว ก็คงไม่ต่างจาก
“ประชานิยม” เท่าไหร่ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จะได้รับคะแนนความนิยมเพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป
ปิดท้ายที่
“ร.พ.จุฬาฯ” ขอเชิญตรวจสุขภาพต่อมลูกหมากฟรี ใน
“โครงการรณรงค์การตรวจสุขภาพของต่อมลูกหมากให้ชายสูงอายุ เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2560” ซึ่งหน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะนำโดย น.พ.จุลินทร์โอภานุรักษ์ ออกให้บริการ และมีการตรวจร่างกาย และเจาะเลือดเพื่อหาระดับ serum PSA โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ วันที่ 5 ธันวาคมนี้ เวลา 08.00 - 12.00 น. ณ ตึก ภปร. ชั้น 18 ผู้สนใจติดต่อ โทร. 08-6036-0217
เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร บริษัทนํ้ามันอพอลโล(ไทย) จำกัด ขอเชิญร่วมชมปรากฏการณ์แสงไฟ สู่แรงบันดาลใจแสงแห่งชีวิตในงาน
“ศิลป์แสงแห่งแรงบันดาลใจ” เนรมิตพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯกว่า 39 ไร่ ให้ได้ตื่นตาตื่นใจไปกับแสง สี ไฟLED นับล้านดวง, ชมประติมากรรมสีสันของไฟ ชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม ถึงวันที่ 6 มกราคม 2561 ณ ลานกิจกรรม ถนนรัชดาภิเษก ซอย 8
เอส แอนด์ พี ปลุกความคึกคักต้อนรับปีใหม่ ภัทราศิ ลาอ่อน ประธานกรรมการบริษัท เนรมิตงาน
“เอส แอนด์ พีเค้กคาร์นิวัล” ยกขบวนพาเหรดเค้กและเบเกอรี่หลากรูปแบบ รวมไปถึงศิลปินนักแสดงหมุนเวียนสร้างสีสันในงาน ในวันที่ 7-10 ธันวาคมนี้ ณ ลานกิจกรรมเวิร์กแอนด์เพลย์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9
ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัข
“เจอร์ไฮ” จัดยิ่งใหญ่ งาน
“รถล้อเลื่อนไม้:ฟอร์มูล่าม้ง 2017” ณ ดอยม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่จะมีชาวม้งราว 32 คนจาก 13 หมู่บ้าน ร่วมชิงชัยรางวัลใหญ่ วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ เวลา 11.00 น. มีดารานักแข่งอย่าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล และแพรว คณิตกุล ร่วมซิ่งรถล้อเลื่อนไม้พร้อมผู้บริหาร สุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข แห่ง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
...................
คอลัมน์ : ฐานโซไซตี /หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3319 ระหว่างวันที่ 3-6 ธ.ค.2560
โดย. ว.เชิงดอย