thansettakij
thansettakij
ทางออกนอกตำรา  : ปฏิญญา”หมาเฝ้าบ้าน”  ราคา 800 ล้าน

ทางออกนอกตำรา : ปฏิญญา”หมาเฝ้าบ้าน” ราคา 800 ล้าน

01 ธ.ค. 60 | 12:56 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ธ.ค. 60 | 01:35 น.
 

1512124997877

00009801_FAU0SiG_original 98788

ต้องบอกว่า ตะลึงกันทั้งกองบรรณาธิการ เมื่อบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด และ บริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด มอบอำนาจให้ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกระผม นายบากบั่น บุญเลิศ, บริษัท ฐานเศรษฐกิจ จำกัด, บริษัท ฐานเศรษฐกิจ มัลติมีเดีย จำกัด และนายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ เป็นจำเลยที่ 1-4 เรื่องละเมิด ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวนทุนทรัพย์ 801,995,149.40 บาท

ตะลึง เพราะการเรียกค่าความเสียหายด้วยเม็ดเงินก้อนโตดังกล่าวนั้น กระผมขอเรียนตามความจริงว่า ในชั่วชีวิตที่ทำงานเป็นนักข่าวมาตลอดชีวิตร่วม 30 ปี ยังมิเคยมีเงินเกิน 2 ล้านบาทเลย

ตะลึงต่อมา เพราะการรายงานข่าวของ นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ในช่วงเวลานั้นมิแตกต่างจากสื่อมวลชนรายอื่นเลย เพียงแต่มีเนื้อหาที่เจาะ ลึกลงไปในสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีของบริษัท คิงเพาเวอร์ฯ ของเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา อย่างเข้มข้นเท่านั้น

ตะลึงต่อมา คือ การลากพา บริษัท ฐานเศรษฐกิจ จำกัดและพี่ชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มาร่วมวิบากกรรมด้วย

 

[caption id="attachment_237983" align="aligncenter" width="503"] นายบากบั่น บุญเลิศ นายบากบั่น บุญเลิศ[/caption]

1512132596283

ในเรื่องสัญญาสัมปทานในธุรกิจดิวตี้ฟรีของบริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ ที่ปัจจุบันคนตระกูลศรีวัฒนประภา เจ้าของบริษัท คิง เพาเวอร์ฯ ที่เป็นคู่สัมปทานดิวตี้ฟรีถือหุ้นรวมกันเป็นอันดับ 3 หรือ 20.51 ล้านหุ้น มูลค่าล่าสุด 1.2 พันล้านบาท  และเข้าบริหารพื้นที่สินค้าปลอดภาษีทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และสนามบินตามหัวเมืองใหญ่ ซึ่งได้ขยายสัมปทานออกไป 3 ครั้ง จากที่สิ้นสุดในวันที่ 27 กันยายน 2559 เป็นสิ้นสุดวันที่ 27 กันยายน 2563 ท่ามกลางข้อกังขาสารพัดจากหน่วยงานของรัฐ เช่น สตง.  กรมศุลกากร รัฐสภา ว่ามีการไม่ปฏิบัติตามสัญญาสัมปทาน

“หมาเฝ้าบ้าน” (watchdog)  อย่างผม จะทำหน้าที่ปกป้อง เฝ้ามอง เห่า และกัดเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ “a dog who provides protection by watching for or guarding against intruders”

หมาเฝ้าบ้านอย่างผม จะมุ่งมั่นรายงานข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ นำเสนอความเห็นอันรอบด้าน แก่สาธารณะ และทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐว่า ได้ใช้ไปอย่างยุติธรรม เพื่อประโยชน์ของพลเมืองในประเทศอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ มีผลประโยชน์ขัดแย้ง ต้องกันหรือไม่อย่างไร หน่วยงานของรัฐ ประชาชนได้รับความยุติธรรมที่พึงได้หรือไม่ โดยที่ทุกฝ่ายต้องมีสิทธิที่จะมีที่อยู่ ที่ยืนของตน มิใช่ทำลายล้าง หรือสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบธุรกิจดิวตี้ฟรีที่ผูกขาดรายนี้โดยเด็ดขาด

 

[caption id="attachment_237988" align="aligncenter" width="503"] วิชัย ศรีวัฒนประภา วิชัย ศรีวัฒนประภา[/caption]

ผมอยากทำความจริงให้ปรากฏ ในเรื่องสัมปทานดิวตี้ฟรีที่มีผลประโยชน์ของประเทศจำนวนมหาศาล เพื่อให้สาธารณชนคนไทยได้รับรู้ความจริงที่ถูกต้อง และเกิดความเป็นธรรมในการให้สัมปทานของรัฐ

ในคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า “จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันเสนอข่าวฝ่าฝืนความเป็นจริงทำนองว่า โจทก์ที่ 1 ทำผิดกฎหมายโดยลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ คิง เพาเวอร์ ซอยรางนํ้า ย่านพญาไท แล้วเดินทางออกนอกประเทศไทย ขากลับมารับสินค้าที่สนามบินโดยไม่ต้องเสียภาษี

โจทก์ที่ 2,3 หลีกเลี่ยงปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ กระทำผิดกฎหมาย และโจทก์ที่ 2 ไม่ติดตั้งระบบบันทึกข้อมูลการซื้อขายสินค้าปลอดอากร (POS) เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี จึงรํ่ารวยเพราะทำผิดกฎหมาย ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งรับฟ้องในคดีที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เป็นโจทก์ฟ้อง ผู้บริหาร ทอท.


Resize-PATT8714

โจทก์ที่ 1, ที่ 3 ว่าจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนไม่ครบจ่ายเพียงร้อยละ 3 ของรายได้ ทั้งที่ต้องจ่ายร้อยละ 15 ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ 1.4 หมื่นล้านบาท ทั้งที่คดีดังกล่าวศาลเพียงแต่มีคำสั่งรับคำฟ้องเพื่อทำการไต่สวนมูลฟ้องศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้อง ดังนั้นผู้ที่ถูกฟ้องทุกคนยังไม่ตกอยู่ในฐานะจำเลย การกระทำของจำเลยทั้ง 4 ในคดีนี้จึงทำให้ประชาชนเข้าใจว่า คดีในศาลอาญาทุจริตฯ ทุกคนตกเป็นจำเลยแล้ว

การที่จำเลยทั้ง 4 ยังได้เสนอข่าวเกี่ยวกับผู้บริหารงานของโจทก์ทั้ง 3 มีผลประโยชน์ทับซ้อนซึ่งหลายกรณีทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ภาพลักษณ์ ธุรกิจการค้า ดังนั้นโจทก์ทั้ง 3 จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาด้วย โดยให้สั่งห้ามจำเลยทั้ง 4 เสนอข่าวเกี่ยวกับโจทก์ทั้ง 3 ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และใน www.thansettakij.com


560000005251702

ผมจึงขอวอนศาลที่เคารพโปรดใช้ดุลพินิจพิจารณาการทำหน้าที่สื่อมวลชนในกรณีนี้ให้เต็มที่ เพราะอยากทำความจริงให้ปรากฏว่า 1. การขายแบบ “Pre-order” ในรูปแบบ “ซื้อของขาออกในเมือง-มารับของขากลับ” ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 3 ตอบข้อหารือของกรมศุลกากรไปตั้งแต่ปี 2548 ว่า มีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายศุลกากร และไม่มีกฎหมายรองรับ ทำได้อย่างไร


ประการต่อมา การเปิดให้ดำเนินการเยี่ยงปกติมานานแสนนาน ทำให้รัฐสูญเสียผลประโยชน์มหาศาลเสียหลักการของ “ดิวตี้ฟรี” ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้าและขนของออกนอกราชอาณาจักร และยังทำลายธุรกิจค้าปลีกของประเทศให้ย่อยยับลง ใช่หรือไม่


pickup_dmk

การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดการค้าขายที่เป็น 2 มาตรฐาน กับกลุ่มหนึ่งเช่น เดอะมอลล์ เซ็นทรัล พารากอน สยามดิสคัฟเวอรี่ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี เสียภาษีนำเข้า และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับรัฐแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่คิงเพาเวอร์รายเดียว ขายสินค้าแบบไม่เสียภาษีสักบาท เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายนี้หรือไม่ และทำได้อย่างไร

2.ประเด็นที่คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่า การเปิดทางให้บริษัท คิงเพาเวอร์ฯ กำหนดจุดส่งมอบสินค้าของร้านค้าปลอดอากรขาออก บริเวณ (ประตู 3) ในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะตามประกาศกรมศุลกากร เรื่องระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับร้านค้าปลอดอากร ข้อ 6.3.3 ที่กำหนดเงื่อนไขของร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมืองระบุว่า…

“ให้ขายของแก่ผู้ซื้อที่จะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร โดยมีหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) และหลักฐานประกอบการเดินทาง เช่น บัตรโดยสารเครื่องบิน หรือเอกสารอันใด ซึ่งใช้ยืนยันกำหนดการเดินทางที่ชัดเจน เป็นต้น ให้ปฏิบัติดังนี้

(1) กรณีส่งมอบของให้ผู้ซื้อนำติดตัวไปพร้อมกับตน

(2) กำหนดให้ร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมืองมีจุดส่งมอบสินค้า โดยได้รับความเห็นชอบจากกรมศุลกากร”

แต่ คิงเพาเวอร์ ขายของในสนามบิน ไม่มีการกำหนดจุดส่งมอบสินค้า การกระทำดังกล่าวจึงขัดแย้งกับประกาศศุลกากรหรือไม่


14303708931430370928l

ส่วนกรณีคำฟ้องเรื่องการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนไม่ครบจ่ายเพียงร้อยละ 3 ของรายได้ ทั้งที่ต้องจ่ายร้อยละ 15 ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งศาลปราบโกงรับไต่สวนไม่ได้รับฟ้องนั้นจะใช่หรือไม่ ผมถือว่า ไม่ใช่สาระ

โปรดกรุณาให้หมาเฝ้าบ้านทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ในขณะที่หน่วยงานรัฐยืนกอดอก เพิกเฉย เถิดครับ...


คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา/ หน้า 6 หนัวสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3319 ระหว่างวันที่ 3-6 ธ.ค.2560

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว

 
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline