thansettakij
thansettakij
ทางออกนอกตำรา : รัฐมนตรีสายล่อฟ้า  ที่“ขาใหญ่”พลังงานส่อง

ทางออกนอกตำรา : รัฐมนตรีสายล่อฟ้า ที่“ขาใหญ่”พลังงานส่อง

30 พ.ย. 60 | 10:58 น.
อัปเดตล่าสุด :30 พ.ย. 60 | 17:58 น.
 

1512033884677 20141006232711_26471 ความจริงแล้วการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสนอชื่อ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ขึ้นเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่แทนที่ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่ถูกโยกไปเป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ น่าจะเป็นผลดี เนื่องจากเป็นการแต่งตั้งคนที่เหมาะสมกับงาน (Put the right man to the right job) มากที่สุด
1512033078239 ที่สำคัญบทบาทของ "ศิริ" ยังปลอดจากผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจ เพราะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับคู่ขัดแย้งในเรื่อง สัมปทานปิโตรเลียม แม้ว่า สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จะเป็นองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศไทย ซึ่งก็คือ ปตท. แต่ "ศิริ" นั้นถือเป็นผู้ที่มีความอิสระในตัวเองสูงมาก DSC02755

แม้ว่า "ศิริ" จะเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านพลังงาน และเป็นหนึ่งในกล่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน หรือ ERS ที่มี ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ คู่ขัดแย้งกับเครือข่ายภาคประชาชนปฏิรูปพลังงานไทยอยู่ด้วย
1512035354134 ด้วยบุคลิกและประสบการณ์ที่เป็นนักวิชาการ มีความโปร่งใส ไม่เคยมีปัญหาเรื่องทุจริตใดๆ มาตลอดในชีวิตการทำงานเชื่อว่า "ศิริ" สามารถชี้แจงในเรื่องพลังงานได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะบรรดากลุ่มเอ็นจีโอที่ยังมีการต่อต้านด้านพลังงานหลายๆ เรื่อง ทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียม

แต่ปี่กลองยังไม่ทันเชิด ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เตือนถึง รัฐมนตรีพลังงาน คนใหม่ว่า "ศิริ" อาจจะพิจารณาเรื่องพลังงาน โดยอาศัยความรู้เชิงวิศวกรรมศาสตร์และเชิงธุรกิจ ตามประสบการณ์ที่มีมาก็เป็นได้ แต่ในตำแหน่งรัฐมนตรี ถ้าหาก "นายศิริ" ไม่ให้น้ำหนักต่อการบริหารจัดการ และประเด็นทางด้านนิติศาสตร์ "นายศิริ" อาจจะติดตะรางเอาง่ายๆ ก็ได้นะครับ และคปพ.จะแจ้งข้อมูลไม่ชอบมาพากล ไปให้รัฐมนตรีคนใหม่รับทราบ และเป็นหลักฐานด้วย

[caption id="attachment_237283" align="aligncenter" width="503"] ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล                                               ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล[/caption]

"ศิริ" จึงเป็นรัฐมนตรีสายล่อฟ้า ให้บรรดาเอ็นจีโอ และกลุ่มต่อต้านการให้สัมปทานปิโตรเลียม ตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวรับตำแหน่ง

ผมเคยสัมภาษณ์ศิริในช่วงที่ทำงานอยู่ที่โพสต์ทูเดย์ แน่นอนว่า "ศิริ" สนับสนุนระบบสัมปทานพลังงานมากกว่าการแบ่งปันผลผลิต เพราะเห็นว่าระบบสัมปทานเป็นระบบที่ควบคุมได้ง่าย ข้าราชการคุ้นเคย มีความโปร่งใส โอกาสคอร์รัปชั่นแทบจะไม่มี เพราะเราประกาศทุกเงื่อนไขในการให้สัมปทานเป็นกฎหมาย เราให้สิทธิ์ไปแล้ว สิ่งที่ผู้รับสัมปทานต้องทำก็คือ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
วิทยุพลังงาน ส่วนระบบแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC นั้น รัฐจะมอบอำนาจในการบริหารให้กับบริษัท ฉะนั้นบริษัทจะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขทั้งหมด เท่ากับว่าเอาอำนาจที่เคยมีอยู่ใน พ.ร.บ.ปิโตรเลียมในปัจจุบันโอนมาไว้ที่บริษัท หลังจากนั้นก็แบ่งผลประโยชน์กันเอง

1512036215349 แนวคิดหลักของ "ศิริ" ชัดเจนว่า การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ครั้งที่ 21 ยังมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยยังต้องเดินตามกรอบของกฏหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังต้องหาข้อสรุปแนวทางของแหล่งสัมปทานปิโตรเลียม 2 แหล่งใหญ่ที่จะหมดอายุในปี 2565 คือ สัปมทานสัญญาของ บริษัท เชพรอน สำรวจและผลิต (ประเทศไทย) และ สัมปทาน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.)
2013-10-30_002 "ศิริ" ไม่มีโอนเอียงบอกกับผมชัดเจนว่า อย่างน้อยจะต้องหาสรุปให้ได้ว่า จะดำเนินการอย่างไร ก่อนที่จะสัมปทานจะหมดล่วงหน้า 5 ปี หรือประมาณปี 2560 จะต้องได้คำตอบที่ชัดเจน ว่าจะเปิดสัมปทาน ต่ออายุ หรือ ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต

ทางหนึ่งต้องให้เวลากับผู้รับสัมปทานรายเดิมในการเตรียมตัว เพราะหากไม่ต่อสัมปทานก็ต้องให้เวลาในเรื่องของการรื้อถอน แต่หากมีการต่อสัญญาด้วยผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น ทางผู้ลงทุนก็ต้องรับทราบข้อมูลก่อนหน้าล่วงหน้าด้วย
แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ01-3-1 ไม่ว่าวิธีไหน ไทยจำเป็นต้องเร่งหาปริมาณสำรองปิโตรเลียมไว้ในประเทศ เนื่องจากมีปริมาณความต้องการใช้ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจ ในขณะที่ปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติเริ่มทยอยลดลง ขณะนี้ปริมาณสำรองก๊าซฯ ที่พิสูจน์แล้ว มีอยู่ 8-9 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต กับการใช้เฉลี่ยแต่ละปีอยู่ที่ 1.2-1.3 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
TO GO WITH AFP STORY IN FRENCH :"Les pri ส่วนที่สอง คือปริมาณสำรองก๊าซฯที่ยังไม่ได้พิสูจน์อีก 8-9 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต รวม 2 ประเภท ไทยมีปริมาณก๊าซฯที่ใช้ได้ไม่เกิน 10 ล้านล้านลูกบาศฟุต ขณะที่การใช้ก๊าซฯลี่ยอยู่ที่วันละ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต รัฐบาลจึงต้องตัดสินใจ จะรีรอไม่ได้กับการวางรากฐานอนาคตประเทศ

เมื่อตัดสินใจไม่ว่าไปทางไหน ศิริบอกว่า ย่อมมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สำคัญที่สุดคือ คนตัดสินใจต้องมีชุดข้อมูลที่ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ประเทศ มิใช่เพื่อประโยชน์ของใคร แค่นี้ก็จะเป็นเกราะกำบังที่ดี แต่จะไม่ตัดสินใจไม่ได้ เพราะนี่คือหน้าที่ของผู้บริหารและรัฐบาล
แบนเนอร์รายการฐานยานยนต์-2 ผมเขียนเรื่องนี้ มีความประสงค์อยู่เรื่องเดียวคือ รู้เขา ย่อมเดาทางลมถูก และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ เลือก "ศิริ" ที่เป็นคนกลางมาเพื่อตัดสินใจในเรื่องสัมปทานพลังงานของประเทศ

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจับตามองคือ "ศิริ" กระทุ้งมาตลอดให้รัฐบาล แก้ไขปรับปรุงผังเมืองในมาบตาพุด และแหลมฉบัง ที่คาราซัง ความไม่แน่นอนของผังเมือง ส่งผลให้นักลงทุนทั้งเก่าและใหม่ไม่สามารถตัดสินใจเดินหน้าลงทุนต่อไปได้ แม้ว่าจะมีความสนใจเข้ามาลงทุนและขยายกิจการจำนวนมากเพื่อสนับสนุนนโยบายการลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ปิโตรเคมีในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
1512036692118 นอกจากนี้ ยังมีโครงการขยายท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 ในพื้นที่ราว 1,000 ไร่ ซึ่งในร่างผังเมืองเดิมได้กำหนดให้พื้นที่ในทะเลเป็นส่วนหนึ่งของผังเมืองให้เป็นที่อนุรักษ์ไว้หากไม่แก้ไขคลัสเตอร์ปิโตรเคมีจะเดินหน้ายาก รวมถึงการจัดการในเรื่องท่อส่งก๊าซ

"ศิริ" เคยเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรับผิดชอบการขับเคลื่อนให้ครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การทบทวนกฎหมาย และข้อกำหนดที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในพื้นที่ โดยให้มีส่วนร่วมจากภาคเอกชน

นี่คือหลักคิดของรัฐมนตรีสายล่อฟ้า ที่ไม่ว่าตัดสินใจในแง่ไหน ย่อมมีแรงกระเพื่อมต่อรัฐบาลตู่ 5.0 แน่นอน แต่นี่คือคนที่รู้จริงด้านพลังงานทั้งน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี ที่คนไทยไม่รู้จัก

"ศิริ" จบการศึกษาไฮสคูล จาก SEVENTH DAY ADVENTIST ก่อนได้ทุนไปศึกษาต่อที่ UEVENTH OF AKRON รัฐโอไฮโอ เรียนได้ปีเดียวก็ย้ายไปเรียนที่ CALIFORNIA IN-STITUTE OF TECHNOLOGY (CAL TECH) สาขาวิศวกรรมเคมีโดยได้รับทุนจากสถาบัน  จบปริญญาตรี โดยคะแนนสูงสุด  และเข้าเรียนต่อปริญญาเอกในสาขาเดียวกันที่ MIT (MASSACHUSETTS INSTITUTE OF TECHNOLOGY ) สถาบันการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ที่สุดยอดของโลก
1512037514394 ระหว่างที่ทำปริญญาเอก เขาได้รับเชิญจากบริษัทที่ปรึกษาใหญ่ของสหรัฐฯ  ARTHUR D.LITTLE ให้เป็นที่ปรึกษาด่านวิศวกรรมเคมีในการสร้างโรงงานปิโตรเคมีขั้นที่ 2 กับ ปตท.

เมื่อกลับมาเมืองไทยเขาไม่สนใจ “เงิน” แต่กลับไปสอนในแผนกวิศวเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้วยความที่รู้ลึก รู้จริงเรื่องปิโตรเคมี  "ศิริ" จึงถูกธนาคารกรุงเทพดึงไปทำงาน ก่อนที่เขาจะเป็นฟันเฟืองหลักในการแก้ปัญหา”ทีพีไอ” และมาตั้งสถาบันปิโตรเลียมฯ

นี่คือเส้นทางศิริสายล่อฟ้า...ขาต้านแปรรูปพลังงาน...

.....................
คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา /หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3318 ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-2 ธ.ค.2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline