
“ไพรินทร์”ติดบ่วงป.ป.ช. พ่วง4คดีศาลทุจริต รมช.คมนาคมหนาว!
“ไพรินทร์”ติดบ่วงถูกกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งซีอีโอ ปตท. เผยป.ป.ชมีมติตั้งองค์คณะใหญ่ไต่สวนข้อเท็จจริง แถมมีอีก 4 คดีถูกฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังประสบกับ “วิบากกรรม” เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติเห็นชอบให้รวมเรื่องที่นายไพรินทร์ กับพวก ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ เข้ากับคดีของนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี จำกัด (PTTGE) ที่ถูกกล่าวหาในคดีหมายเลขดำที่ 02-3-322 ถึง 326/2557 โดยมีคณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะ 9 คน เป็นองค์คณะในการไต่สวน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 นายนิพิฐ ได้ถูกนายไพรินทร์ กล่าวหาต่อป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรณีมีพฤติกรรมอันน่าเชื่อได้ว่ากระทำการโดยทุจริตต่อหน้าที่ หรือมีการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันก่อให้เกิดความเสียหาย กรณีการซื้อขายที่ดินเพื่อปลูกปาล์มนํ้ามันที่อินโดนีเซีย ของบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (PTTGE)
การส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ดังกล่าวนั้น กระบวนการสอบสวนภายใน ของปตท.ยังไม่แล้วเสร็จ ต่อมาผลการสอบสวนไม่ปรากฎว่า นายนิพิฐ ทุจริต
หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2557 คณะกรรมการป.ป.ช. ได้มีคำสั่งที่ 454/2557 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน นายนิพิฐ กับพวก เป็นคดีหมายเลขดำที่ 02-2-322 ถึง 326/2557
ถัดมาคณะกรรมการป.ป.ช.ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 มีมติแต่งตั้งให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบ
สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เดิมนายนิพิฐ กับพวกถูกกล่าวหา รวม 6 คน เมื่อนำคดีมารวมกับคดีที่นายไพรินทร์กับพวกถูกกล่าวหาอีก 7 คน รวมทั้งสิ้นมีผู้ถูกกล่าวหา 13 คน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2556 นายไพรินทร์ กับพวก ถูกนายนิพิฐ กล่าวหาต่อ ป.ป.ช. กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งหลังจากที่นายนิพิฐ กล่าวหานายไพรินทร์ กับพวกแล้ว นายนิพิฐ ได้ร้องขอความเป็นธรรม รวมทั้งส่งเอกสารสำคัญในคดีต่อคณะกรรมการป.ป.ช.กว่า 12 ครั้ง เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี เพื่อให้รวมเรื่องที่นายนิพิฐ ถูกกล่าวหา กับเรื่องที่นายไพรินทร์ ถูกกล่าวหาเข้าด้วยกัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 นายนิพิฐ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวสุภา ปิยะจิตติ ป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวนต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คดีหมายเลขดำที่อท. 492/2560 หลังจากที่นางสุภา ถูกฟ้องแล้ว วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 คณะกรรมการป.ป.ช.จึงได้มีมติเห็นชอบให้รวมการพิจารณาคดีของนายไพรินทร์ กับพวก เข้ากับคดีของนายนิพิฐ โดยมีกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะ 9 คน เป็นองค์คณะในการไต่สวน
“ไพรินทร์”ถูกฟ้อง5คดี
สำหรับคดีที่นายไพรินทร์ กับพวก ถูกกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. และถูกฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ประกอบด้วย
1.ถูกกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เลขรับที่ 9128 เรื่อง กล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเห็นชอบให้รวมการพิจารณาคดีกับคดีที่นายนิพิฐ ถูกกล่าวหาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 ปัจจุบันอยู่ในระหว่างไต่สวนโดยป.ป.ช.ทั้งคณะ 9 คน เป็นองค์คณะไต่สวน
2.คดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.138/2560 ระหว่างนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ 1, กับพวก รวม 5 คน ในข้อหาหรือฐานความผิดร่วมกันทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ แจ้งความเท็จ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
3.คดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.337/2560 ระหว่างนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ 1, กับพวก รวม 7 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
4.คดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.405/2560 ระหว่างนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ 1, กับพวก รวม 4 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
5.คดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.410/2560 ระหว่างนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ 1, กับพวก รวม 9 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
คาด ธ.ค.รู้ศาลรับฟ้องหรือไม่
โดยทั้ง 4 คดีหลังนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ การฟ้องเป็นไปตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 จึงมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาไต่สวน คดีแรกเริ่มไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 (คดีหมายเลขดำที่ อท.410/2560) ถ้าหากคดีมีมูลตามฟ้อง นายไพรินทร์ จะต้องหาหลักทรัพย์ประกันตัว และอาจจะต้องพ้นจากการปฏิบัติงานในทุกตำแหน่ง ซึ่งคดีแรกศาลจะพิจารราประทับรับฟ้องภายในปลายเดือนธันวาคมนี้
นอกจากนี้กลุ่มของนายไพรินทร์ ยังถูกนายนิพิฐฟ้อง เป็นคดีอาญา ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.409/2560 ระหว่างนายนิพิฐ โจทก์ นางรสยา เธียรวรรณ ที่ 1, กับพวก รวม 7 คน จำเลย ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
และ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ ป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวน ถูกนายนิพิฐ ฟ้องเป็นคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.492/2560 ระหว่างนายนิพิฐ โจทก์ นางสาวสุภา จำเลย ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยถูกกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือกลุ่มนายไพรินทร์
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 นายนิพิฐ ได้ถูกนายไพรินทร์ กล่าวหาต่อป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรณีมีพฤติกรรมอันน่าเชื่อได้ว่ากระทำการโดยทุจริตต่อหน้าที่ หรือมีการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันก่อให้เกิดความเสียหาย กรณีการซื้อขายที่ดินเพื่อปลูกปาล์มนํ้ามันที่อินโดนีเซีย ของบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (PTTGE)
การส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ดังกล่าวนั้น กระบวนการสอบสวนภายใน ของปตท.ยังไม่แล้วเสร็จ ต่อมาผลการสอบสวนไม่ปรากฎว่า นายนิพิฐ ทุจริต
หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2557 คณะกรรมการป.ป.ช. ได้มีคำสั่งที่ 454/2557 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน นายนิพิฐ กับพวก เป็นคดีหมายเลขดำที่ 02-2-322 ถึง 326/2557
ถัดมาคณะกรรมการป.ป.ช.ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 มีมติแต่งตั้งให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบ
สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เดิมนายนิพิฐ กับพวกถูกกล่าวหา รวม 6 คน เมื่อนำคดีมารวมกับคดีที่นายไพรินทร์กับพวกถูกกล่าวหาอีก 7 คน รวมทั้งสิ้นมีผู้ถูกกล่าวหา 13 คน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2556 นายไพรินทร์ กับพวก ถูกนายนิพิฐ กล่าวหาต่อ ป.ป.ช. กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งหลังจากที่นายนิพิฐ กล่าวหานายไพรินทร์ กับพวกแล้ว นายนิพิฐ ได้ร้องขอความเป็นธรรม รวมทั้งส่งเอกสารสำคัญในคดีต่อคณะกรรมการป.ป.ช.กว่า 12 ครั้ง เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี เพื่อให้รวมเรื่องที่นายนิพิฐ ถูกกล่าวหา กับเรื่องที่นายไพรินทร์ ถูกกล่าวหาเข้าด้วยกัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 นายนิพิฐ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวสุภา ปิยะจิตติ ป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวนต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คดีหมายเลขดำที่อท. 492/2560 หลังจากที่นางสุภา ถูกฟ้องแล้ว วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 คณะกรรมการป.ป.ช.จึงได้มีมติเห็นชอบให้รวมการพิจารณาคดีของนายไพรินทร์ กับพวก เข้ากับคดีของนายนิพิฐ โดยมีกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะ 9 คน เป็นองค์คณะในการไต่สวน
“ไพรินทร์”ถูกฟ้อง5คดี
สำหรับคดีที่นายไพรินทร์ กับพวก ถูกกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. และถูกฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ประกอบด้วย
1.ถูกกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เลขรับที่ 9128 เรื่อง กล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเห็นชอบให้รวมการพิจารณาคดีกับคดีที่นายนิพิฐ ถูกกล่าวหาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 ปัจจุบันอยู่ในระหว่างไต่สวนโดยป.ป.ช.ทั้งคณะ 9 คน เป็นองค์คณะไต่สวน
2.คดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.138/2560 ระหว่างนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ 1, กับพวก รวม 5 คน ในข้อหาหรือฐานความผิดร่วมกันทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ แจ้งความเท็จ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
3.คดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.337/2560 ระหว่างนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ 1, กับพวก รวม 7 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
4.คดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.405/2560 ระหว่างนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ 1, กับพวก รวม 4 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
5.คดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.410/2560 ระหว่างนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ 1, กับพวก รวม 9 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
คาด ธ.ค.รู้ศาลรับฟ้องหรือไม่
โดยทั้ง 4 คดีหลังนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ การฟ้องเป็นไปตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 จึงมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาไต่สวน คดีแรกเริ่มไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 (คดีหมายเลขดำที่ อท.410/2560) ถ้าหากคดีมีมูลตามฟ้อง นายไพรินทร์ จะต้องหาหลักทรัพย์ประกันตัว และอาจจะต้องพ้นจากการปฏิบัติงานในทุกตำแหน่ง ซึ่งคดีแรกศาลจะพิจารราประทับรับฟ้องภายในปลายเดือนธันวาคมนี้
นอกจากนี้กลุ่มของนายไพรินทร์ ยังถูกนายนิพิฐฟ้อง เป็นคดีอาญา ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.409/2560 ระหว่างนายนิพิฐ โจทก์ นางรสยา เธียรวรรณ ที่ 1, กับพวก รวม 7 คน จำเลย ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
และ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ ป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวน ถูกนายนิพิฐ ฟ้องเป็นคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท.492/2560 ระหว่างนายนิพิฐ โจทก์ นางสาวสุภา จำเลย ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยถูกกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือกลุ่มนายไพรินทร์






