
“แม่มอก” โมเดล: รัก ชุมชน ท้องถิ่น ประดุจรักบ้านเมือง
-27 พ.ย. 60 - นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อธิการวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์บทความ เรื่อง “แม่มอก” โมเดล: รัก ชุมชน ท้องถิ่น ประดุจรักบ้านเมือง ผ่านเฟซบุ๊ก เอนก เหล่าธรรมทัศน์ Anek Laothamatas ใจความว่า
สุดสัปดาห์ 24-26 พฤศจิกายน นี้ ผมกับคณะไปทอดผ้าป่าที่แม่มอก ซึ่งเป็นตำบล และเทศบาลในอำเภอเถิน จ ลำปาง ได้พลัง ได้กำลังใจ และปัญญากลับมาอย่างไม่คาดคิด ผมเชื่อมากขึ้นว่าประเทศไทยนั้นไปรอดแน่เพราะ มีคนดี เรื่องดี และโมเดลการพัฒนาดีๆ ที่ซ่อนเร้น หลบสายตาอยู่ไม่น้อยครับ
แม่มอกจัดเป็นพื้นที่แห่งหนึ่งที่งดงามไม่แพ้ที่ใดในภาคเหนือ แต่ยังบริสุทธิ์สดเขียว หลบเร้นสายตานักท่องเที่ยวอยู่ ใครที่ชอบอะไรสดใหม่และชาวเมืองชาวบ้านที่ใสซื่อ อาหารอร่อย ย่อมพลาดไม่ได้ บอกด้วยครับว่าบ้านเรือนจำนวนมากที่นั่นใช้ไม้สักใหญ่งามที่พวกชาวกรุงใฝ่ฝันอยากมี ก็ด้วยความที่ชาวบ้านยากจนมาก่อนนั่นเอง จึงอาศัยแต่ไม้สักที่ขึ้นตามธรรมชาติมาทำบ้าน
สิ่งที่ร้อยรัดพวกเขาไว้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่น ก็ คือมิตรภาพที่มีมาแต่เยาว์วัย เป็นเพื่อนนักเรียนเก่า เป็นคนในวัย 40-50 เป็นส่วนใหญ่ คบหาช่วยเหลือและชื่นชมในความสำเร็จของกันและกันมานาน แต่หลายปีมานี้พวกเขาครุ่นคิดและตระหนักว่า “พวกเราไปทำความเจริญให้คนอื่น ที่อื่นอย่างอื่น มาเยอะแล้ว” พวกเขาทำให้กรมและกระทรวง ทำให้พื้นที่ อำเภอและจังหวัดอื่นๆ มาแล้ว ทำให้ศาสตร์ให้ศิลป์ต่างๆมาพอแล้ว แต่ บัดนี้ ทำอย่างไร "เราจะหวลกลับมาสร้างแม่มอก บ้านเกิด" บ้าง ให้แม่มอกรุ่งเรือง ยั่งยืน รักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าที่ใดๆ ไว้ สืบสาน ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และของดี ของเก่าให้คงอยู่ต่อไป
กล่าวกับท่านที่อยากจะเห็นบ้านเมืองเราแปรเปลี่ยนไปได้แบบไม่แตกหัก ผมเห็นลางดีนะครับ คณะที่กำลังระดมกันสร้างแม่มอกให้เป็นเมืองท่องเที่ยวนั้น ร่วมมือกับผู้ใหญ่บ้านและกำนันเป็นอย่างดี ไม่รังเกียจเดียดฉันท์เทศบาล และ อบจ พร้อมจะทำงานด้วย ทั้งไม่คัดง้างกับเอ็นจีโอ ให้เกียรติ และพร้อมหารือด้วย ชาวแม่มอกทำงานร่วมกับนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ รัฐมนตรีท่องเที่ยวท่านใหม่ ถ้าท่านสนใจ ชาวแม่มอกฝากเรียนมาว่า ยินดีต้อนรับท่านอย่างอบอุ่นเสมอ
แม่มอกจัดงานท่องเที่ยวนี้อยู่สองวัน มีปั่นจักรยานชมธรรมชาติ ปั่นขึ้นเขาทางวิบาก ลากจูงจักรยานไปด้วย ไปจนถึงป่าต้นน้ำ เดินชมความสดเขียวของทุ่งนาขุนเขาและสายน้ำ คนแทบทั้งเมืองเข้ามาร่วม เป็นงานเทศกาล ขายอาหาร ขายของพื้นเมือง จัดหาบ้านพักให้ มีกระโจมฟางให้นอนด้วย กลางคืนจุดโคมสายสีสวยสดงดงามยาวเหยียดทั้งบริเวณงาน บรรยากาศราวกับเนรมิตรสวรรค์ยามค่ำคืนขึ้นมา มีดนตรีโฟล์กซองภาคเหนือ ดนตรีล้านนา การฟ้อนรำขับร้องแบบพื้นเมืองโบราณ แต่ ท่านครับ ลูกหลานชาวแม่มอกหน้าตาหล่อสวยทันสมัยแต่แต่งตัวพื้นเมือง ร้องได้ทั้งเพลงฝรั่ง เพลงไทย แต่งเพลงเอง เล่นกีต้าร์ด้วย ร้องด้วยดีดกีร์ต้าด้วย
ยิ่งทีผมยิ่งตระหนักว่า กรุงเทพฯ เมืองใหญ่ และประเทศไทยนั้น ต้องขอบคุณ”บ้านนอก” ซึ่งก็คือ ชนบท หรือ เมืองขนาดเล็ก-ขนาดกลางที่รักษาของดีของเดิมให้เป็นสมบัติของชาติมากมาย
งาน”หลั่นล้า”หนึ่งวันหนึ่งคืนนั้น มีนักท่องเที่ยวมาร่วมด้วยราวสองร้อยคน พักค้างคืนร่วมร้อยคน ทุกคนรักแม่มอก บอกจะกลับมาอีก ผมเองคำนวณค่าใช้จ่ายในการบริหารสร้างสรรค์และจัดการที่เป็นตัวเงินคงเป็นหลายแสน แต่ท่านครับ ไม่ได้ใช้งบประมาณเทศบาล อบจ อำเภอ จังหวัด หรือ การท่องเที่ยว เลยแม้แต่นิดเดียว ชาวแม่มอกแม้จะไม่รวย แต่เมื่อรวมกันแล้ว ทรัพยากรพวกเขามีไม่น้อยเลย ริเริ่มงาน”หลั่นล้า” ได้เลย วิทยาลัยรัฐกิจ ม รังสิต ที่มีผมนำไป ไปร่วมงานด้วย มีหลายสิบคน และเราร่วมกับอีกหลายองค์กร ทอดผ้าป่า นำเงินราวห้าแสนบาทไปช่วยชาวแม่มอกทำ”หลั่นล้าอีโคโนมี” ต่อไป แต่เงินนี้ไม่นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานที่ผ่านมา
ยิ่งไปกว่านั้น ครับ ยังมีคณาจารย์และเจ้าหน้าที่จากคณะแพทยศาสตร์ รพ. รามาธิบดี มาช่วยแม่มอกฝึกนักบริบาลผู้สูงวัยให้มาอยู่ยาวฟื้นฟูสุขภาพที่นี่ในอนาคต แม่มอกรอรับสังคมผู้สูงวัยด้วย
อดคิดไม่ได้ครับ หรือ นี่จะเป็น หนทางใหม่ เป็นการปฏิรูปบ้านเมืองจากล่างขึ้นบน ประสานกันล่าง- กลาง - บน หรือนี่จะเป็นหน่ออ่อนของการบริหารบ้านเมือง คือเป็นรัฐประศาสนศาสตร์ แนวใหม่ หรือเปล่า ที่ไม่เน้นราชการ ไม่เน้นการเมือง ไม่เน้นกรม และ ไม่เน้น กระทรวง
ในฐานะที่ช่วยทำแผนปฏิรูปการเมืองอยู่ในเวลานี้ อยากจะเสนอว่า การปฏิรูปที่เริ่มที่เมืองขนาดเล็กอย่างแม่มอก เริ่มจากความรักท้องถิ่น ท้องที่ หรือเมือง อาจเป็นอะไรที่ต้องเอามาคิดต่อ ทำต่อ เราควรดีใจว่าชาวบ้านชาวเมืองของไทยนั้น มีอะไรดีๆ รวมทั้งความคิด เก็บงำเอาไว้มากมาย เขาเก่งและสร้างสรรค์กว่าที่ใครคิด เขารักถิ่นฐานบ้านช่องกว่าที่เราคิด สมัครสมานกันมากกว่าที่คิด ทำงานร่วมกันได้เก่งมาก เขาไม่รังเกียจ ไม่ต่อต้านเรา จากส่วนกลาง
ถึงแม้ว่าเราจะมีจุดอ่อนและข้อบกพร่อง เพียงแต่เราอย่ารังแกเขา และอย่าดูเบาเขา ชื่นชมเขา สนับสนุนเขา “ปลดปล่อย” เขา แล้วท้องถิ่น หรือ บ้านเมือง ก็จะปฏิรูปได้อย่างแท้จริง การปฏิรูปที่แท้จริงนั้น ถึงที่สุด ต้องเริ่มที่ประชาชนรักถิ่นฐาน บ้านเมือง อยากเห็นบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า และพยายามเสียสละอุทิศตนให้บ้านเมืองด้วย






