ถือว่าเป็นการจัดทำโผ
“ปรับคณะรัฐมนตรี” ที่ยาวนานครั้งหนึ่ง คือนานกว่า 3 สัปดาห์ ท่ามกลางการล็อบบี้ทั้งขออยู่ต่อและทั้งขอเก้าอี้ที่มี
“อำนาจ” และ
“ศักดิ์ศรี” สำหรับความคงอยู่ในการเป็นเสนาบดี ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้นทั้งการเมืองในระบบ
“เลือกตั้งหรือลากตั้ง” แม้จะยังเป็นแค่
“โผรายชื่อคณะรัฐมนตรี”
แต่ด้วยการข่าวของ
“สื่อ” ที่ไม่ได้มาจากแหล่งข่าวอื่นไกล ก็มาจากแวดวงในคณะรัฐมนตรี และคสช.นั่นเอง พอจะเห็นหน้าตา
“ครม.ประยุทธ์ 5” ที่มีการผิดเพี้ยนไปจากที่สื่อมวลชนเสนอข่าวคงไม่มากมาย ยกเว้นมี
“บิ๊กเซอร์ไพรส์” ที่คาดไม่ถึงในนาทีสุดท้ายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกล้าหักปากกานักข่าวหรือไม่ หากดูจากการรายงานของสื่อมีอยู่หลายมุมชวนขบคิดต่อความพยายามปรับครม.ครั้งนี้
มุมแรก เป็นไปอย่างที่
“เอราวัณ” วิเคราะห์ไว้ เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนว่า
“3 สายแข็ง” ยังอยู่ครบใน ครม.ชุดนี้ คือ
“พี่ที่เคารพ” ทั้ง 2 คน
“เพื่อนรัก” อีก 1 (แม้จะถูกโยกเก้าอี้) และทีมเศรษฐกิจของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไม่เพียงแค่อยู่ครบยังได้รับบำเหน็จ
“คนเพิ่ม” มาเสริมทีม เพื่อผลักดันให้การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ เป็น ไปตามเป้าหมายที่เติบโตเกิน 4% ของ GDP ในปี 2561 หลังจากที่ในปีนี้ (2560) ทำได้ทะลุเป้า เพื่อจะได้ประกาศก้องว่า
“เศรษฐกิจฟื้นแล้ว” ก่อนการเลือกตั้งในปลายปี 2561 อันเป็นการปูทางก้าวสู่นายกรัฐมนตรีสมัย 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเต็มภาคภูมิ
มุมที่ 2 ในการปรับครม.ครั้งนี้ เป็น การเอา
“บิ๊กทหาร” ออกจากกระทรวงเศรษฐกิจโดยเด็ดขาด โฟกัสไป ที่กระทรวงเกษตรฯ มีการโยกพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ออกมา แล้วเอาพลเรือนเข้าไปนั่งแทน แม้ยังไม่รู้ว่าลงตัวที่ใครระหว่าง ยุคล ลิ้มแหลมทอง หรือ กฤษฎา บุญราช แต่ทั้ง 2 คนไม่ใช่ทหาร ที่กระทรวงพลังงาน ตามโผมีการ โยก พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ออกมาแล้วเอา อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ไปนั่งแทน
หาใช่ว่าทหารไม่ดี หรือไร้ความสามารถ แต่ภาพลักษณ์ในการกุมอำนาจ และการสั่งนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเศรษฐกิจ ซึ่งต้องติดต่อกับนักลงทุนทั้งไทยและเทศคงไม่เหมาะ เพราะเวลาขุนทหารไปเป็นเสนาบดีกระทรวงเศรษฐกิจ ก็มักจะตั้งที่ปรึกษา เลขาฯ หรือผู้ช่วยรัฐมนตรี มาอยู่ใกล้ตัว เรียกว่า มี
“พลเอก” เต็มกระทรวง นักลงทุนที่จะไปติดต่อลงทุน-ค้าขาย เห็นคำนำหน้าชื่อของคนที่ติดต่อด้วยเป็น
“พลเอก” ก็รู้สึกตัวเกร็งหมดแล้ว ฉะนั้นการจัดครม.ใหม่ที่
“บิ๊กตู่” เอาทหารออกจากกระทรวงเศรษฐกิจไปอยู่ในกระทรวงที่ถูกที่ถูกทาง จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
มุมที่ 3 ของ
“โผครม.” รอบนี้จะเหลือ
“สุภาพสตรี” เพียงหนึ่งเดียว คือ
ชุติมา บุณยประภัศร ส่วนอีก 3 สุภาพสตรี มีอันต้องเก็บข้าวของกลับบ้านไป ทั้ง กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อรรชกา สีบุญเรือง และ อภิรดี ตันตราภรณ์ ซึ่ง ชุติมา จะกลายเป็น “เดือนล้อมดาว” ในครม.ไปโดยปริยาย
...................
คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ / หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3317 ระหว่างวันที่ 26-29 พ.ย.2560