
ทางเดียวไม่เลี้ยวไปไหน : ปรับครม.ชี้ชะตา “ประยุทธ์” ไปต่อได้หรือไม่? หลังเลือกตั้ง!
นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2557 เป็นต้นมา ความนิยมของ ประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น สูงลิ่วมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจของสำนักโพสต์ไหนก็ตาม เป็นความนิยมที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดเคยได้รับมาก่อน
แน่นอนว่าสาเหตุมาจากการที่ประชาชนเบื่อหน่ายสภาพทางการเมืองที่เป็นอยู่ การแบ่งสีแบ่งค่ายจนเกิดสถานการณ์สู้รบบนท้องถนน จนไม่เป็นอันทำมาหากิน และแม้เวลา จะผ่านพ้นมาแล้วถึง 3 ปีครึ่งแล้ว แต่ความนิยมต่อพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังคงสูงอยู่
คณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านๆ มานั้น อยู่ในแวดวงแคบๆ คือ กลุ่มทหาร เพื่อน วปอ. หรือไม่ก็เพื่อน พล.อ.ประวิตร ที่สำคัญโดยเฉพาะทหารไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน หรือรุ่นน้อง
นอกเหนือจากนั้นอยู่ในคณะรัฐมนตรีแล้ว ยังเข้าไปนั่งอยู่ในตำแหน่งสำคัญตามรัฐวิสาหกิจต่างๆ และได้ปรากฎข่าวเกิดขึ้นและรับรู้กันในแวดวงผู้เกี่ยวข้องในเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน!!! เอื้อเฟื้อนายทุน!!! หรือแม้แต่ การซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ!!!
นี่เป็นต้นเหตุแห่งความเสื่อมความนิยมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเพราะตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ เอง แต่ล้วนเกิดขึ้นจากพี่ เพื่อน และลูกน้องบริวารทั้งสิ้น
พล.อ.เปรม ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาความแตกแยกของประชาชน ซึ่งมีอุดมการคอมมิวนิสต์เป็นหลักยึด ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงกว่าความแตกแยกเป็นสีในปัจจุบันหนักมากมาย ด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม ที่เหนือกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไปอีก ก็คือสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับประเทศได้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา
ในขณะที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น เป็นจุดอ่อนที่ถูกหยิบยกมาโจมตีโดยตลอด แต่เมื่อมีการสร้างกระแสเบื่อ พล.อ.เปรม ขึ้น ปรากฏว่าประชาชนขานรับกระแสนั้น เพราะ พล.อ.เปรม อยู่ในตำแหน่งมายาวนาน
พล.อ.ประยุทธ์ เดินเข้าสู่การเมืองแล้ว ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตามถือเป็นนักการเมืองแล้ว เสียงของประชาชนจึงเป็นเสียงสำคัญ
โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ประชาชนลงคะแนนเสียงความนิยมได้ทุกวันผ่านโลกโซเชียลมีเดีย พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องฟังเสียงประชาชน
.....................
คอลัมน์ : ทางเดียวไม่เลี้ยวไปไหน/ หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3316 ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค.2560






