
อนาถประเทศไทย
ไม่เอื้อ หากแต่บรรดาข้าราชการนี่เเเหละเป็นต้นตอใหญ่ของปัญหา ใช้ดุลพินิจของตนไปบิดเบี้ยวกฎ กติกา และกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ผู้มากบารมี เลือกที่จะบังคับใช้กฎหมายกับคนบางกลุ่ม แต่ไม่บังคับใช้กับบางเหล่า
กรณีปมปัญหาข้อพิพาทในการใช้ที่ดินสร้างสนามบินสมุยของบางกอกแอร์เวย์ส 260 ไร่ เป็นตัว สะท้อนภาพการตัดสินใจไม่ใช้กฎหมายมาบังคับใช้กับกลุ่มนายทุนของข้าราชการเป็นอย่างดี
ที่โจษจันกันสนั่นเมืองถึงการไม่บังคับใช้อนาถประเทศไทยในขณะนี้คือ การที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความในเรื่องที่ดิน 16-1-53 ไร่ ปลายรันเวย์สนามบิน เกาะสมุยที่ก รมธนารักษ์ให้บริษัท การบินกรุงเทพฯ เช่าทําสนามบิน 30 ปี แล้วมีความเห็นว่า ที่ดินแปลง ดังกล่าว ไม่ใช่เป็นที่ราชพัสดุ แต่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสําหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
ในทางปฏิบัติ เมื่อไม่ใช่ที่ราชพัสดุที่อยู่ในอำนาจหน่วยงานที่ดูแลจะต้องเพิกถอนสิทธิการเช่าเพื่อคืนที่ดินแปลงดังกล่าวให้เพื่อยกเป็นทรัพย์สาธารณะที่พลเมืองจะใช้ร่วมกันทว่า กรมธนารักษ์ และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ต่างออกมาระบุตรงกันว่า เมื่อที่ดินดังกล่าวไม่ใช่ ที่ราชพัสดุ ก็ถือว่า สัญญาเช่าที่ดิน ระหว่าง กรมธนารักษ์กับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สสิ้นสุดลง
แปลไทยเป็นไทยได้ว่า สนามบินเกาะสมุยที่ดำเนินการโดยเอกชน ยังสามารถใช้พื้นที่สาธารณะที่พลเมืองจะใช้ร่วมกันได้ตามปกติ ไม่มีการยึดที่ดินคืน จากเอกชนที่นำพื้นที่ดัง กล่าวไปรวมไว้เป็นทรัพย์สิน และนําสิทธิแห่งทรัพย์สินไปขายหน่วยลงทุนให้กับประชาชนทั่วไป โดยที่เจ้าของธุรกิจมีกําไรจากทรัพย์สาธารณะได้เต็มที่ แต่ผู้คนในชุมชนบริเวณน้ันไม่สามารถใช้สิทธิทรัพย์สาธารณะตามกฎหมายได้
เรียกได้ว่า รอนสิทธิ์พลเมือง แต่กลับมอบสิทธิพิเศษที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะให้กับผู้ประกอบธุรกิจไป หากินทํากําไรได้อย่างสะดวกโยธิน
การบังคับใช้กฎหมายที่ไรัมาตรฐานของหน่วยงานรัฐไทย จําเป็นอย่างยิ่งที่่จะต้องสังคายนากันเร่งด่วน ก่อนที่ประชาชนคนไทยจะไม่มีที่อยู่ที่ยืน
..........................
บรรณาธิการ : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3315 ระหว่างวันที่ 19-22 พ.ย.2560






