
รับฟ้องทอท.อุ้มคิงเพาเวอร์ จัดเก็บรายได้ต่ำทำรัฐสูญ1.4หมื่นล้าน คาดศาลคดีทุจริตนัดไต่สวนมี.ค.ปีหน้า
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ รับคดี“ชาญชัย”ฟ้อง ทอท.อุ้ม“คิงเพาเวอร์” ปมจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าสัญญาทำรัฐสูญ 1.4 หมื่นล้าน ร้องลงโทษผู้กระทำผิด และริบเงินตกเป็นของแผ่นดิน นัดตรวจพยานหลักฐาน 12 ก.พ.2561 คาดไต่สวนนัดแรก มี.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำสั่งรับฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อท. 352/2560 กรณีนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ ด้านกลไกการปราบปรามการทุจริต คณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)
ในฐานะผู้ถือหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายประสงค์ พูนธเนศ ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) ทอท. กับพวกรวม 18 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นพนักงาน ปฏิบัติ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นกรรมการ หรือผู้บริหารไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทำให้ตนเอง หรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
โดยได้กระทำโดยทุจริต เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท กระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการเสียหายแก่บริษัทฯ” ไว้พิจารณาไต่สวนมูลฟ้อง
[caption id="attachment_230807" align="aligncenter" width="503"]
ทั้งนี้ศาลอาญาทุจริตฯ เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 และนัดคู่ความให้มาศาลเพื่อรวบรวมพยานเอกสาร หลักฐาน บัญชีพยานบุคคลวันที่ 16 มกราคม 2561 เวลา 9.00 น. และนัดตรวจสอบพยานหลักฐานวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 9.00 น.
ขณะเดียวกัน เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ศาลอาญาทุจริตฯ จึงมีคำสั่งห้ามคู่ความไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลและพยานหลักฐาน อันอาจจะกระทบต่อกระบวนการพิจารณาของศาล จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
“คาดว่าศาลฯ จะนัดไต่สวนนัดแรกได้ภายในเดือนมีนาคม ปีหน้า” แหล่งข่าวระบุ
แต่คณะกรรมการอนุมัติให้เก็บเพียง 3% ก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐมูลค่ากว่า 14,290 ล้านบาท จึงขอให้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ลงโทษผู้กระทำความผิด และริบเงินทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดิน
ทั้งนี้ เมื่อส่องบัญชีพยานโจทก์ของนายชาญชัย ที่เคยยื่นต่อศาลฯ ก่อนหน้านี้นั้นได้ระบุจำนวนพยานเอกสารไว้ 50 ฉบับ และพยานบุคคล 33 ปาก ในจำนวนนี้มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ในลำดับที่ 2 ตามด้วย นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตประธานศาลฎีกา, พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตสปท. และนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน อยู่ในลำดับที่ 5






