
ข้าพระบาท ทาสประชาชน : คุณสมชาย.... อย่าขายแผ่นดินพ่อ
[caption id="attachment_220919" align="aligncenter" width="503"]
ทั้งรู้สึกว่าตนมิได้คิดและกังวลเรื่องนี้เพียงผู้เดียว มิได้เดินโดดเดี่ยวโดยลำพัง ยังมีประชาชนคนไทยอีกมากที่วิตกกังวลกับ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออกฯ ที่รัฐบาลและสภานิติบัญญัติฯ กำลังจะตราออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมายด้วยเช่นกัน
ผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณพี่น้องชาวไทยผู้รักชาติรักแผ่นดินทุกๆคน ที่ได้ช่วยกันออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อส่งเสียงถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ได้ยินและรับฟังเสียงของประชาชนเจ้าของประเทศว่า ประชาชนเห็นชอบด้วยหรือไม่ รัฐบาลควรเดินหน้าต่อหรือจะแก้ไขอย่างไร
[caption id="attachment_220921" align="aligncenter" width="503"]
ในความคิดเห็นจำนวนมากเรื่องนี้ มีความคิดเห็นที่ดีมากท่านหนึ่งที่ผมขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อในบทความนี้คือ ความคิดเห็นของคุณธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อดีตเลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและเข้าใจปัญหาด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน อย่างดียิ่งท่านหนึ่งของเมืองไทย ท่านได้ให้ความเห็นต่อยอดจากบทความที่ผมได้เขียนไว้อย่างน่ารับฟังยิ่งดังนี้
"คุณประพันธุ์ คูณมี" เขียนบทความเกี่ยวกับร่างกฎหมาย อีอีซี ตั้งคำถามที่น่าคิดว่า : จึงมีคำถามถึงรัฐบาลดังๆว่า พ.ร.บ.นี้ คุ้มกับสิทธิประโยชน์ และอธิปไตยที่ประเทศเสียไปหรือไม่ ประชาชนไทยจะมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างไร ไม่มีในหลักการของกฎหมายเลย ประชาชนเจ้าของประเทศถูกกีดกัน มีสิทธิเพียงนั่งมองตาปริบๆเท่านั้นเอง
[caption id="attachment_220928" align="aligncenter" width="503"]
ผมเคยเขียนบทความในเฟซบุ๊กก่อนหน้าว่า เท่าที่สำรวจประเทศที่ดิ้นรนจนพ้นกับดักรายได้ปานกลางได้จริงนั้น ยังไม่เห็นมีประเทศใด ที่อาศัยนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ประเทศที่พ้นกับดักรายได้ปานกลางนั้นมีน้อยมาก และแต่ละประเทศเน้นความเก่งของคนท้องถิ่นเองเป็นหลัก เกาหลีใต้ เน้นพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารยี่ห้อของตนเอง วัฒนธรรมบันเทิงของตนเอง ผลิตรถยนต์ยี่ห้อของตนเอง เป็นต้น อิสราเอล ดังด้านอุปกรณ์สอดแนมทางอิเล็กทรอนิกส์ ไต้หวันเน้นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือสื่อสาร ทั้งยี่ห้อของตนเองและตั้งโรงงานรับผลิตให้ยี่ห้ออื่นๆในใต้หวันและจีน
ส่วนการลงทุนจากต่างชาตินั้น สมัยนี้บริษัทส่วนใหญ่เล็งหวังจะตั้งโรงงานผลิตมิใช่เพื่อส่งออกอย่างเดียว แต่หวังจะขายสินค้าให้ประชากรประเทศเจ้าบ้านด้วย ประเทศที่หลุดพ้นกับดักได้ด้วยตนเอง จึงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้ดีไปด้วย เพราะประชากรมีกำลังซื้อสูง จึงอาจทำให้ทีมเศรษฐกิจของไทยเข้าใจผิด เห็นตัวเลขการลงทุนจากต่างชาติที่สูง ทำให้เข้าใจไปว่าเป็นการอาศัยการลงทุนจากต่างชาติเพื่อหลุดพ้นกับดัก แต่แท้ที่จริงประเทศเหล่านี้ อาศัยพึ่งตนเองเพื่อหลุดพ้นกับดักมากกว่า
ผมจึงเห็นด้วยกับคุณประพันธุ์ ที่ตั้งคำถามว่า การลดแลกแจกแถม ที่ระบุไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ โอเวอร์เกินความจำเป็นไปหรือเปล่า ท่านผู้อ่านอาจไม่ทราบว่าผู้ใดในประเทศไทย เป็นต้น
สําหรับแนวคิดเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ ต้นตำหรับคือคุณทักษิณครับ คุณทักษิณเป็นผู้ที่มีความสามารถในการมองโอกาสทางธุรกิจที่หาคนเปรียบเทียบยาก ในครั้งนั้นคุณทักษิณเสนอแนวคิดต่อกัมพูชา ขอใช้พื้นที่เกาะกงทำเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้เช่าแก่นักลงทุนต่างชาติ 99 ปี ข้อมูลนี้ผมขอยืนยันถูกต้องแน่นอน คุณทักษิณมองว่าสามารถพัฒนาให้พื้นที่บูมแบบเดียวกันกับเกาะฮ่องกง แต่มีเงื่อนไขต้องให้สิทธิพิเศษทั้งด้านกฎหมาย การปกครอง และด้านภาษี เพราะระบบกัมพูชานั้นล้าหลังมาก
อย่างไรก็ดี ท้ายสุดทางกัมพูชาก็ไม่เอาโครงการเกาะกงของคุณทักษิณ ในทางการเมืองกัมพูชาคงจะขายไม่ออก เพราะไม่ต่างจากการสูญเสียอธิปไตย ต้องยินยอมให้นักลงทุนไทยมีอำนาจนอกอาณาเขต ผมเดาว่าเขาคงเห็นกระมังว่า โครงการนี้นักลงทุนต่างชาติมีแต่ได้กับได้ ส่วนคนท้องถิ่นมีแต่เสียกับเสีย ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ เท่านั้นเอง ดังที่คุณประพันธุ์ ว่าไว้”
ซึ่งไม่อาจเกิดขึ้นได้ในยุคสมัยของพ่อ การที่รัฐบาลจะเอาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นต้นแบบการพัฒนาประเทศในเขตยุทธศาสตร์สำคัญ ของชาติอื่นๆ อีกทั้งประเทศ ก็เท่ากับขยายการขายแผ่นดินให้ต่างชาติแทบหมดสิ้น คนไทยเจ้าของประเทศท่านจะยอมหรือไม่? ผมจึงขอเรียกร้องมายังท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดและยกเลิก กฎหมายฉบับนี้เถอะครับ
คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน /ฉบับ 3306 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ระหว่างวันที่ 19-21 ต.ค.2560






