
ทางออกนอกตำรา : มือดีจะ “กินตับ” ขุมทรัพย์ รฟม.หลายแสนล้าน
มีเรื่องแปลกประหลาดมากมายในหน่วยงานรัฐที่ครอบครองขุมทรัพย์การเดินรถไฟฟ้าของประเทศ ที่ว่ากันว่า เป็นองค์กรที่มี “ตับหวาน” ให้รับประทานกันอย่าง “ชุ่มปอด” อยู่หลายต่อหลายโครงการ
[caption id="attachment_219743" align="aligncenter" width="335"]
9 เมษายน 2560 พีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คณะกรรมการ รฟม.ที่มี พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ เป็นประธานกรรมการ ยังไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งใครขึ้นดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าการ” ที่ดูแลขุมทรัพย์รถไฟฟ้า แต่กลับมีการแต่งตั้ง รองผู้ว่าการ ขึ้นเป็น รักษาการผู้ว่าการ แล้วถึง 2 คน
[caption id="attachment_219821" align="aligncenter" width="503"]
ตอนแรกตั้ง ธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการฝ่ายกลยุทธ์และแผน ทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการ รฟม.ทำงานไประยะหนึ่งก็มีปัญหากับบอร์ด ธีรพันธ์ ถูกแขวนไปเป็นที่ปรึกษา
บอร์ดจึงตั้ง ฤทธิกา สุภารัตน์ รองผู้ว่าการ รฟม. (บริหาร) ขึ้นรักษาการแทน ผู้ว่าการ รฟม.แทน
ท่ามกลางเสียงป้องปากซุบซิบกันดังลั่นทุ่งริมบึงพระราม 9 ว่า ปมปัญหาตอนนั้นมิได้อยู่ที่ “ส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ-เตาปูน” ที่มีการปูทางให้ “ช.การช่าง-BEM” รับไปเต็มๆ เท่านั้น หากแต่มี “ตับหวาน” ที่เป็นผลประโยชน์ก้อนโตซุกซ่อนอยู่
[caption id="attachment_219747" align="aligncenter" width="275"]
เสียงลือเสียงเล่าอ้างที่กระพือสะพัดกันคือ “ค่าจ้างที่ปรึกษา” ในโครงการรถไฟฟ้าต่างหากที่เป็นตัวออกฤทธิ์ให้บอร์ดต้องยืดเวลาการสรรหาและแต่งตั้งผู้ว่าการ รฟม.ออกไปให้ยาวนานที่สุด เพราะคณะกรรมการจะได้ทำงานช้างได้เต็มมือ
อะแฮ่ม...เต็มมือ เพราะ 1. เฉพาะการคัดเลือกที่ปรึกษารถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี วงเงินก่อสร้าง 82,600 ล้านบาท นั้นต้องพิจารณาตัดสิน “ค่าที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง” กว่า 2,700 ล้านบาท
2. โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง วงเงินลงทุน 54,768 ล้านบาท ที่เป็นการร่วมลงทุนกับเอกชนแบบ PPP มีค่างานโยธา 24,380 ล้านบาท ค่างานระบบไฟฟ้าและขบวนรถ 22,772 ล้านบาท มี “ค่าจ้างที่ปรึกษา” โครงการ 1,479 ล้านบาท
แต่ละโครงการจำเป็นต้อง “ว่า จ้างที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง” ทั้งสิ้น อันว่า ค่าที่ปรึกษานั้นถือเป็นขุมทรัพย์ที่มีค่าตามฐานานุรูปอย่างยิ่ง
เมื่อองค์กรที่ไร้หัวทำงานมาเสร็จสมอารมณ์หมายมาระยะหนึ่ง จึงมีการสรรหา “ผู้ว่าการ” ข่าวว่าวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมามีการเรียกมาแสดงวิสัยทัศน์ และในวันจันทร์ที่ 16 ตุลาคมนี้ บอร์ดที่มี “พล.อ.ยอดยุทธ” เป็นประธานจะตัดสินว่า ใครเป็นผู้ว่าการ ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบว่า “คนของพ่อค้าใหญ่” นอนมา
[caption id="attachment_219746" align="aligncenter" width="503"]
พิจารณารายชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหา 6 รายด้วยกัน ประกอบด้วย ธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการ รฟม. ฝ่ายกลยุทธ์และแผน ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ รองผู้ว่าการ รฟม. ฝ่ายวิศวกรรมและก่อสร้าง รณชิต แย้มสอาด ที่ปรึกษา รฟม. ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล อดีตผู้ว่าการ รฟม. กฤต ธนิศราพงศ์ ผู้จัดการบริษัท ซีวิลเอนจิเนียริ่ง จำกัด และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สุดท้ายคือ ศราวุฒิ ศรีศกุน อดีตผู้บริหารสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
ตัวเต็งที่ตีคู่กันมาคือ “ธีรพันธ์-ภคพงศ์” ที่แต่ละคนมีเจ้าของค่ายใหญ่ให้การสนับสนุน
[caption id="attachment_219754" align="aligncenter" width="356"]
ส่วน “รณชิต” นั้นแม้จะเคยทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการ รฟม. มาหลายครั้ง แต่ครั้งล่าสุดถูกบิ๊กใหญ่ในกระทรวงคมนาคมและบอร์ด รฟม. ขัดขวางการสมัครเข้ารับการสรรหา จนถึงขั้นฟ้องร้องบอร์ด รฟม. ก่อนจะถูกโยกไปเป็นที่ปรึกษา รฟม. เมื่อต้นปี 2558 ข่าวแว่วมาว่า ไม่ผ่าน
ที่ฮือฮาป้องปากซุบซิบกันมากในบอร์ดอันยอดยุทธขณะนี้คือ การออกแรงผลักดันให้ “ภคพงศ์” ขึ้นเป็นผู้ว่าการ ของนายทหารผู้ทรงพลัง ทั้งๆ ที่มีการร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช.และสตง.ให้ตรวจสอบเรื่องการทำงานที่เอื้อกับผู้รับเหมา และผู้สัมปทาน จน รฟม.เสียหายไปหลายร้อยล้านบาท ให้ก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่งผู้ว่าการ แต่จะผ่านด่าน “บอร์ดยอดยุทธ” หรือไม่ วันจันทร์นี้รู้ผล
[caption id="attachment_219756" align="aligncenter" width="461"]
ที่ต้องจับตาต่อไปคือ หากคนที่ใกล้ชิดกับพ่อค้าก้าวขึ้นมากุมบังเหียนขุมทรัพย์หลายแสนล้านแล้วไซร้ การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายต่อไปจะไปอยู่ในมือคนไม่กี่กลุ่มที่อาจผูกขาดจนเป็นวงจรอุบาทว์ในการเดินรถไฟฟ้า
เนื่องจากหลังจากนี้ไปประเทศไทยจะอุดมไปด้วยรถไฟฟ้า ถ้าไปกระจุกอยู่แค่ “ช.การช่าง-อิตาเลียนไทย-ซิโน-ไทย” อะไรจะเกิดขึ้น เชิญจินตนาการ
[caption id="attachment_219763" align="aligncenter" width="503"]
3. โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย ช่วงคูคต-ลำลูกกา วงเงิน 1.19 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบรายละเอียดโครงการตลอดจนเคลียร์การโอนหนี้สินและทรัพย์สินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ให้ กทม. คาดว่าจะสามารถเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในเดือนเมษายน 2561 เพื่อดำเนินการเปิดประมูลและก่อสร้าง
4. โครงการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงิน ส่วนต่อขยายช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 คาดว่าจะใช้งบลงทุน 2.1 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมขออนุมัติดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรี
ถ้าโครงการเหล่านี้ มีเงาของนายทุนใหญ่ทาบทับอยู่หลังฉากแล้วไซร้ ประเทศไทยก็เจริญละครับพี่น้อง...
คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา /หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3305 ระหว่างวันที่ 15-18 ต.ค.2560






