
ฐานโซไซตี : ”ประยุทธ์”พบ”ทรัมป์ ไทย-สหรัฐ “วิน-วิน”?
ผลการเยือนสหรัฐฯดังกล่าว ในส่วนของ “ภาคเอกชนไทย” มีการเซ็นบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2 ราย ประกอบด้วย บันทึกความเข้าใจ ระหว่าง ทศพร บุณยพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท PTTGC America LLC. และ จอห์น ไมเนอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของหน่วยงาน จ็อบส์โอไฮโอ (JobsOhio)ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการส่งเสริมการลงทุนในรัฐโอไฮโอ เป้าหมายของ MOU คือเพื่อร่วมกันศึกษา วางแผน และจัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงในรัฐโอไฮโอประเทศสหรัฐอเมริกา
อีกฉบับคือ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการซื้อ “ถ่านหิน” 2 ฉบับ ระหว่างบริษัท เอสซีจี ของไทยกับ บริษัท สโมกกี้ เมาเท่น โคลฯ ฉบับแรกเป็นการซื้อถ่านหิน 100,000 ตัน ฉบับที่ 2 55,000ตัน รวมทั้งสิ้น 155,000 ตัน ซึ่งกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทยและผู้บริหารบริษัทในเครือปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี บอกว่า ทางเอสซีจีลงนามเอ็มโอยูซื้อถ่านหินจากภาคเอกชนสหรัฐฯ เพื่อเป็นการหาตลาดใหม่เพิ่มเติมสำหรับใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ ซึ่งเดิมเอสซีจีซื้อจากอินโดนีเซีย แต่ปัจจุบันอินโดนีเซียมีการใช้ถ่านหินเพิ่มมากขึ้น บริษัทจึงต้องมองหาแหล่งใหม่
“การหารือเป็นไปด้วยความราบรื่นและยินดีสนับสนุนการดำเนินงานของภาคเอกชนทั้ง 2 ประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงผลการหารือระหว่างภาคเอกชนไทยกับสภาหอการค้าสหรัฐฯ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ ทั้งยังฝากให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนไทยในสหรัฐฯ ด้วย
นอกจากทั้งฝ่ายไทย-สหรัฐฯ จะสานต่อเรื่องความร่วมมือทางการค้าร่วมกันแล้ว ที่น่าจับตาคือ “เรื่องการซื้ออาวุธ” แน่นอนนั่นคือ “ผลประโยชน์ของอเมริกา” สหรัฐฯ เสียดุลการค้าให้กับไทย เขาก็ต้องหาทางลดดุลการค้ากับไทย และสินค้าที่จะช่วยลดดุลการค้าให้กับเขาได้ การขายอาวุธให้กับไทย จึงเป็นช่องทางหนึ่ง ซึ่งล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก็ออกมายอมรับว่า ขณะนี้ไทยได้รับอนุมัติให้ซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ได้แล้ว
เมื่อสหรัฐฯ เปิดทางสานความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทย ก็ย่อมเป็นผลดีต่อทั้ง2ประเทศและจะก่อให้เกิดการลอกเลียนแบบตามมา ซึ่งอาจทำให้ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในยุโรปผ่อนคลายเรื่องการค้าหันมาค้าขายกับไทยมากขึ้น การไปพบกันระหว่าง“พล.อ.ประยุทธ์-ทรัมป์” จึง“วิน-วิน” ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีบางคน บางกลุ่ม ไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาตั้งโรงงาน และได้ใช้วิธีการต่างๆ นานา บิดเบือนเจตนารมย์อันบริสุทธิ์ใจของบริษัท ที่ต้องการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน เมื่อมีผู้คัดค้านไม่เห็นด้วย จะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม หากบริษัทยังคงเดินหน้าดำเนินกิจการที่นี่ต่อไป ก็คงต้องพบกับปัญหาความไม่พอใจตลอดเวลา
ขณะที่ผู้บริหารของบริษัท ที่ต้องทำงานภายใต้กรอบระเบียบด้านความซื่อสัตย์ โปร่งใสตรงไปตรงมานี่จึงเป็นความลำบากใจ หากต้องคอยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น บริษัทจึงตัดสินใจยกเลิกการลงทุนราว 3,000 ล้านบาทที่คาดว่าจะใช้กับโรงงาน และยุติการดำเนินกิจการโรงงานในพื้นที่ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น โดยบริษัทกำลังพิจารณาหาสถานที่ที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เพราะโรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการผลิตสำคัญเพื่อการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV... จบข่าว
คอลัมน์ : ฐานโซไซตี /หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3303 ระหว่างวันที่ 8-11 ต.ค.2560






